First proper snowfall in my life
เมื่อวานหิมะเริ่มตกตอนที่กำลังหอบข้าวของจาก IKEA กลับบ้านกับเพื่อนสาว Judy ก็เห็นอะไรขาวๆหล่นมาจากฟ้า ตอนแรกนึกว่าฝุ่น พอนานเข้าชักเริ่มรุนแรง จนรู้ว่าเป็นหิมะ..ว้าวๆๆๆๆ ผู้คนดูมีความสุขระคนปนความหนาวที่เห็นหิมะขาวๆหล่นลงมาจากฟ้า ชั้นเองก็เผลอนั่งจ้องหิมะอยู่บนรถเมล์เสียนาน ก้มันเป็นหิมะแรกท่ีสัมผัสได้แบบถึงเนื้อถึงตัว ตั้งแต่ต้นจนจบอะ นั่งคิดอะไรเพลินๆจนกระทั่งถึงป้ายที่ต้องลง โหมันตกน้อยซะเมื่อไหร่หละ เล่นเอาเปียกเหมือนกันนะเนี่ย แต่ชั้นกับ judy ก็ใช่ว่าจะท้อ ก็เดินไป หยุดพักถ่ายรูปไปบ้าง แอบเล่นหิมะไปพลาง กินเข้าไปบ้างก็มี บางคำเค็ม ก็ยังงงว่าเค็มได้ไงวะ 5555 ขากลับยังแวะเล่น สงคราม snowball กันอีกด้วย หลังจากกลับถึงบ้านก็ยังเห็นมันลงมาประปราย … ก่อนนอนยังแอบเห็นว่ามันยังหล่นลงมาไม่ขาดสาย…..
เช้าตรู่ เพื่อนๆต่างโทรมาปลุก บอกให้ขึ้นมาดูซิว่าหิมะมันหนาขาวขนาดไหน ชั้นเมาขี้ตาตื่นลืมตาอีกทีก็เห็นว่ามันขาวโพลนไปหมดแล้ว ตาสว่างเลย เสียงเด็กๆ ผู้คนเล่นหิมะกันจี๊ยวจ๊าว… และเนื่องจากหิมะหนาๆ ที่ก่อตัวนั้นทำให้การจราจรที่นี่หยุดพักอย่างไม่รู้กำหนด เพราะธรรมชาติเท่านั้นจะบอกได้ ถ้าหากวันนี้ยังคงตกเรื่อยๆไปทั้งวัน พรุ่งนี้ก็มีหวังเหมือนเดิม ดีเหมือนกันไม่ต้องไปโรงเรียน 555 นึกถึงตอนเด็กๆที่บ้านน้ำท่วมแล้วดีใจเพราะไม่ต้องไปโรงเรียน เพื่อนๆหลายคนโทรมาชวนให้ไปเที่ยวเล่น แต่นะเดินกันวันนึงอะกว่าจะเจอกัน เพราะเดินเท้าเท่านั้นที่จะพาไปได้..ก็เลยได้แต่นั่งเหงาๆ แล้วก็ออกไปเดินเล่นชักภาพหิมะมาฝากคนทางโน้นเท่านั้นเอง ชมกันเลยนะจ๊ะ

> ถ่ายเมื่อคินกับมือถือ คุณภาพแย่มากๆ 555

> นอกหน้าต่างห้องก่อนนอน

> ทางเดินออกจากบ้าน ป้าเสือคงจำได้นะคะ ตอนนี้ขาวจั๊วเลย

> ถนนเส้นนี้ที่ป้าตุ้มและน้องไลยืนเคียงข้างถ่ายรูปกันงัยคะ

> สนามเด็กเล่นที่ไม่ใช้มีแต่เด็กในวันนี้ ผู้ใหญ่ก็ออกมาเล่นกันหน้าตาบาน

> สวนหิมะ

> เก้าอี้หนาวๆ

> ต้นไม้เคลือบหิมะ น่ารับประทานมากๆ

> อีกหนึ่งทางเดินที่ขาวโพลน

> สาวผู้นั้นเราขอเดาว่าเป็นมุสลิม 555

> สาวคนนี้ก็มุสลิม ที่มีลุคเกาหลี 555

> แสร้งทำว่าสนุก เล่นอยู่คนเดียว
26 comments February 2, 2009
Monkey Journey to the west
ละคร opera ที่ผสมผสานสองวัํฒนธรรม ระหว่างตะวันตกและตะวันออก เนื้อเรื่องก็ “ซุนหงอคง” เราดีๆนี่แหละ แต่สิ่งล่อลวงที่ทำให้เราหลวมตัวจ่ายค่าตั๋วไป 40 ปอนค์ก็เพราะชื่อของพ่อหนุ่มคนนี้ Demon Albarn นักร้องนำวง blur และเจ้าของเสียงร้องแห่งวงดนตรีการ์ตูนคาแรกเตอร์วงแรก วงเดียวก็ว่าได้ Gorillaz ความจริงแอบเป็นแฟนเค้ามานานแล้วตั้งแต่สมัยเรียนโน้นนนน ไม่อยากเอ่ยเดี๋ยวจะรู้ว่าแก่มากกกก… 555 พอได้ข่าวว่าเค้าทำ opera ก็เลยอยากจะเห็นว่ามันจะเจ๋งขนาดไหน เพราะเค้าเป็นคนที่ทำอะไรล้ำเสมอ..พี่ Demon เนี่ยเคยเรียนที่ Goldsmiths ด้วยนะ เรียกว่ารุ่นพี่กันก็ว่าได้ ว้ายยย เท่ห์เจงๆ 5555
เข้าเรื่องโชว์เลยแล้วกัน ก็ชวนมาริเพื่อนสาวชาวญี่ปุ่นที่ชอบ opera เป็นชีวิตจิตใจไปด้วยกัน พอไปถึงสถานที่ก็แอบตกใจนิดนึง คือมันไม่ได้เป็นเหมือนโรงละคร opera ที่เคยเห็นทั่วไปกับอาคารเลิศหรูสมัย โกธิค หรือ บารอค (ก็ว่ากันไปนั่น) แต่มันเป็นเพียงเต้นท์ละคะสัตว์เท่านั้นเอง แต่ก็เนอะ พี่เค้าคงแหวก (ก็เข้าข้างกันไปอีก) เก้าอี้แข็งและแคบ แทบจะนั่งตักคนข้างๆอยู่แล้ว (บ่นๆๆๆ) 555 เนื่องจากโรงละครเล็กๆ ตั๋วที่ซื้อก็ใกล้เกินไป ทำให้เห็นทุกอย่างของการเคลื่อนไหวบนเวที บางครั้งมากเกินไป เห็นเบื้องหลังการโยงสลิงค์ก่อนเข้าฉากด้วยหละ เลยรู้สึกเหมือนเห็นความไม่สมบูรณ์แบบหน้าโชว์ ละครเริ่มเปิดตัวด้วยการ์ตูน animation ของคุณ Jamie Hewlett, Character designer ของ Gorillaz นั่นเอง ตัวแสดงออกโชว์ฉากแรก พอเริ่มร้อง ชั้นก็งงมาก เพราะร้องเป็นภาษาจีนครับท่าน มี subtitle วิ่งสองข้างเวที แต่เนื่องจากเรานั่งใกล้มาก จึงอ่านไม่ทัน เพราะถ้ามัวอ่านก็พลาดการแสดง เซ็งไปตามๆกัน
การแสดง ร้อง เล่น สลับกับ computer graphic แล้วก็ Animation ชั้นประทับใจอย่างหลังมากกว่า เนื่องจากการแสดงบนเวทีส่วนใหญ่เป็นโชว์คล้ายๆ กายกรรมเปียงยาง ซึ่งเคยเห็นมาเยอะแล้วตอนที่ไปแสดงที่เมืองไทย แต่ฝรั่งที่อยู่ในที่นั้นต่างตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะเด็กๆ ชอบการต่อสู้ของซึนหงอคงและผองเพื่อนเป็นอันมาก ลุกนั่งลุ้นกันตลอดเวลา แม้จะไม่เข้าใจเพลงคำร้องก็เหอะ ลุงที่นั่งข้างๆชั้นแอบหลับ แต่พอช่วงพัก กลับหันไปวิเคราะห์วิจารย์การแสดงกับภรรยาอย่างได้อัธรส 555 เออสงสัยโดนบังคับมา ส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัวเนื่องจากเป็นวันปีใหม่ ก็ชั้นไปดูเมื่อวันที่ 1 มกรา 09 พอดี๊ พอดี…
โดยรวมการแสดงก็นับว่าโอ แต่ชั้นออกจะผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ไม่โทษใครมันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมล่้วนๆ เราชินกับความเป็น “เอเชีย” เลยไม่ตื่นตาตื่นใจกับอะไรพวกนี้ กลับไปชื่นชมเทคนิค motion graphic ที่สอดแทรกอยู่ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ชอบดนตรีที่นับว่าไม่ผิดหวัง จังหวะของตนตรีกับเสียงและการแสดงสอดคล้องกันดีเหลือเกิน…อันนี้ก็ต้องยกเครดิตให้พี่ Demon เช่นเคย คนอาร้าายยยยยยย เท่ห์เป็นบ้า 5555 ซึ่งมีเพลงที่ชั้นชอบมาก กลับมาถึงกับเพ้อฟังซ้ำไปห้าวัน เอามาแบ่งปันกันฟังนะพี่น้องงงงง
))

> signage บอกทางไปดู monkey

> cartoon charterers , So cute but Mari said it look more scary than cute 555

> I totally forgot to take the shot that I liked.. so just got the picture when they were saying thanks

> me and mommy Mari before the show

> inside the tent MONKEY !!!!
7 comments January 24, 2009
SAWASDEE NEW YEAR EVERYONE :)

จริงๆก็มีกันอยู่ไม่กี่คนหรอกเนอะใน space นี้ที่จะบอกว่า ขอให้มีความสุข สงบ สวยงาม ราบรื่น คลื่นชีวิตซัดเยือกเย็นไม่สาดซัดโครมครามเหมือนปีเก่าที่ผ่านไป ปีนี้มีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปมาก สำหรับชีวิตตัวเอง มีทั้งดีขึ้นและแย่ลง
• ได้เรียนกับเค้าซะที ที่ยังแย่อยู่คือไม่รู้จะเรียนรอดมั้ย 555
• คนที่รักยังคงห่างไกล แต่เพื่อนใหม่ๆก็อบอุ่น พอทดแทนกันได้ ไม่ถึงขั้นทั้งหมดแต่ก็ทำให้ไม่เหงาจนคลั่งตาย
• งานยังคงไม่มีทำเหมือนเดิม… แต่ก็เหมือนว่าจะเผื่อการศึกษาไปโดยปริยาย มีเวลามา focus on สิ่งที่สำคัญเช่นกัน เพื่อพ่อแม่พี่น้องและเพื่อนๆ ทั้้งที่รอด้วยความเชื่อมั่นกับทั้งผู้คนที่รอกระหน่ำซ้ำเติม
• ค่าเงินบาทแข็งซะ ค่าเงินปอนด์ตกฮวบ แย่ตรงที่จ่ายค่าเทอมไปตอนที่มันแข็งๆ ยังเสียดายไม่หาย แต่ก็คิดซะว่าช่วงนี้ก็พอให้ shop ได้ด้วยการคำนวณราคาที่ถูกลง คิดแล้วสบายใจขึ้นเยอะ อิอิ
• ฝีมือการทำอาหารพัฒนาไปถึงขั้นเป็น chef อาหารไทยในหมู่เพื่อนไปแล้ว.. งานหนักขึ้น ตระเวนปรุงให้เค้าชิมทั่วลอนดอน แต่ก็หนุกหนาน ได้เพื่อนกินเพิ่มขึ้น เพื่อนกินในวันนี้ที่อาจพัฒนามาเป็นเพื่อนตายได้วันข้างหน้า who knows?….
• คนรักจะเป็นอิสระ แต่เหมือนอิสระของเราก็กะลังจะหมดไป 555 เพราะความล่องลอยที่คอยผลัดไม่อยากตอบ มันใกล้ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจกันแล้ว ว่าพรุ่งนี้จะ เปลี่ยนหรือคงเดิม..
• เมืองไทยเปลี่ยนผู้นำไปอีกคน…คนแล้วคนเล่า ต่างไปจากปีที่แล้ว ก็ยังไม่รู้จะหมู่หรือจ่า แต่การเปลี่ยนแปลงก็ย่อมนำมาซึ่งความเจ็บปวดเช่นนี้ แต่ถ้าไม่เปลี่ยนก็ซ้ำซาก หวังว่ามันจะดีขึ้นซะที อย่างน้อยไม่สอยกันเองระหว่างคนไทยและคนไทยก็คงพอ
• โลกยังร้อนขึ้น แต่ลอนดอนหนาวจวนจะขาดใจ ความหนาวที่ทำให้บางครั้ง ยะเยือกเย็นใจว่าโลกจะร่้อนจนน้ำแข็งละลายได้ยังไง ไม่จร๊ิงงงงง…555
• ฯลฯ
ยังมีอีกหลายอย่างที่เปลี่ยนไป สิ่งนึงที่ไม่ขอเปลี่ยนคือการเป็นชั้นคนนี้ กับการมีอยู่ของผองเพื่อนณ.ที่นี้ และนอก space แห่งนี้ การไม่เห็นไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอยู่ แต่ถ้าเพื่อนคนไหนแวะเข้ามาอ่าน ช่วยปรากฏกายด้วยคงจะขอบคุณมากมาย การที่เช้าตื่นมาแล้วเห็นว่ามีการส่ือสารจากทางไกล ไม่ว่าวิธีไหนก็ตาม มันห่มคนเหงาไกลบ้านให้อุ่นได้ดีกว่านอนกอดถุงน้ำร้อนซะอีก
รักนะ แต่ไม่อยากแสดงออกอะ ชิ……
อยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มีความสุขกันจริงๆนะ ทั้งปีนี้ และปีต่อๆไป ปีหน้าจะได้ไปอวยกันต่อหน้ามั้ยหนอ ไม่อยากรับปาก แต่ยังรักเท่าเดิมแม้จะไม่เจอะกัน ใช่มะ ![]()
สวัสดีปีใหม่ทุกคน
15 comments January 1, 2009
Oldboy หนังเก่าขอเล่าหน่อย
วันก่อน Ernest เพื่อนร่วมชั้นเสนอจะจัด the movie night เนื่องจากมีหนังหลายเรื่องที่เราอยากดู แต่การดูคนเดียวมันไม่ได้อารมณ์ ฮีเลยเกิดไอเดีย ชักชวนเพื่อนๆมารวมตัวกันดูหนังดีๆ ปัญหาที่ตามมาคือที่ไหนหละ ที่จะมีที่ทางและทีวีพร้อมเครื่องเล่นให้เราได้ฉายหนังของเรา เนื่องจากเป็นเรื่งแรก สมาชิกจึงยังไม่มากมายเท่าไหร่ 5 คนเท่านั้น งั้นจัดบ้านชั้นก็ได้ หลุดปากบอกไปทั้งๆที่ยังไม่มี เครื่องเล่นดีวีดี ด้วยซ้ำ 555
ไหนๆก็มารวมตัวกันแล้วก็กินข้าวกันด้วยเลยเป็นงัย อารมณ์คนมันเหงาหลังจากหมกตัวอยุ่บ้านมาร่วมสามวันไม่ได้พูดจากับใคร เลยอยากจะเจอผู้คนซะหน่อยก่อนเป็นบ้าไปซะก่อน เรื่องเล็กเลยเป็นเรื่องใหญ่เมื่อไลลาเข้าครัว เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำ สมเป็นหลานป้ามาลีนา เมนูคืนนั้นเลยถูกจัดขึ้นดั่งฝัน รายการอาหาร มีดังนี้ ต้มยำกุ้ง ไก่ย่างนำ้ผึ้ง ข้าวผัดเนย ตบท้ายด้วยเมนูของหวานประจำตระกูล เต้าฮวยนมสด สูตรของหมึกดำ พี่ชายแสนดีของชั้นเอง..อ้อ มีไอติมคาราเมลที่เหลืออยู่ในตู้อีกด้วย ยกมาเสริฟซะให้หมด
หลังจากจัดการดินเนอร์กันอย่างอิ่มหมี ก็เริ่มเมาท์กันพอปากมัน สนุกสนาน หัวเราะครื้นเครง เอ้อ ชีวิตค่อยมีชีวาหน่อย เมื่อได้เวลาฉายหนังก็จัดแจงที่หลับที่นอนให้เพื่อนๆ เพราะหนังนานอาจเมื่อยล้า จับจองที่ทางกันไป…
หนังฉาย….ตั้งแต่เริ่มเรื่องก็รู้สีกเลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่ธรรมดา ไม่ได้ตั้งใจจะตามกระแสหนังเกาหลีที่บ้านเรากำลังนิยม แต่ช่วยไมไ่ด้จริงๆที่หนังเกาหลีเรื่องนี้ มีการนำเสนอความรุนแรงได้น่าสนใจ กระชากใจวัยจ๊าบอย่างเรา 555 หนังเก่าแล้วหละ ได้รางวัลเมืองคานส์ตั้งแต่ปี 2004 หลายคนอาจเคยดูแล้วเนอะ เรื่องราวของชายที่กูกคุมขังอยู่ในโรงแรมห้องนึงนานถึง 15 ปีโดยที่ไม่รู้สาเหตุ เหตุการณ์ความรุนแรงหลังจากหนีออกมาจากที่คุมขัง เนื่องจากการตามไขความข้องใจ ว่าเพราะอะไรเค้าถึงติดอยู่ในห้องของโรงแรมนานถึง 15 ปี เล่าได้แค่นี้เพราะไม่รูัจะบอกยังไง เล่าไม่ถูกกลัวว่าจะบอกจุดสำค้ญของหนังไปอย่างไม่รู้ตัว เป็นหนังที่มีรายละเอียด สัญลักษณ์ซ่อนอยู่ทุกฉากทุกซีน พอดูจบ..หันมองหน้ากันแล้วบอกได้คำเดียวว่า แม่งโคตร cool 555 คิดว่าจะต้องดูอีกรอบเพื่อเก็บรายละเอียดของสัญลักษณ์ ชอบความรุนแรงของการนำเสนอ ทำเอาชั้นอึ้งไปนาน อยากให้ได้ลองไปหามาดูกัน เปิดไปสัก 10 นาที ถ้าชอบก็จะดูจนจบ บางคนที่ไม่ชอบก็ปิดตั้งแต่เดี๋ยวนั้น 555 หลายคนบอกมา เป็นหนังที่มีความชัดเจนของกลุ่มผู้ชามากๆ ชอบๆ

> poster หนัง จะได้หากันง่ายๆ

> ดารานำชอบมากๆ ว่าจะหันมาคลั่งดาราเกาหลีกับเค้ามั่งแล้ว เอาคนนี้แหละ เล่นเก่งจริงๆ

> ฉากความรุนแรงที่เป็นที่ถกเถียงกัน

> ฉากหวานอย่างหนังเกาหลีก็ยังมีให้เห็น 555
13 comments December 28, 2008
..เปลี่ยน..
เปลี่ยนซะบ้าง อยู่กับมุมเดิมๆ เปลี่ยนไปลองมุมอื่นๆ สิ่งอื่นๆ บ้าง อาจจะดีขึ้น.. 555 ไม่มีอะไรหรอกแค่จะบอกว่าจัดห้องใหม่อะคะ เชิญพ่อแม่พี่น้องมาดูดิ ดีขึ้นมะ คือมันเบื่อ.. เหงา.. เศร้า.. เซ็ง… อะไรนักก็ไม่รู้ เบื่อกระทั่งหน้าตัวเอง อยากเปลี่ยน แต่ทำไม่ได้ เลยทำได้แค่เปลี่ยน บรรยากาศ ความเป็นอยู่ เผื่อว่ามันจะดีขึ้นมั่ง ช่วยได้นิดนึงนะ แต่ก็ยังเหงาอยู่ดี…อะตะเอง…เมื่อไหร่จะมาเยี่ยมกันอีกหละ เค้าจัดบ้านใหม่แล้วนะ อยากให้มาดูอะ T_T

17 comments December 18, 2008
I become a bookworm, not willing to be though. :

I have started to feel like I am a Master degree student today after spent 3 hours finding so many books today. The books that should be read and analysed by my green bean brain within 7 days, moreover, some of them can be loaned just only 3 days. Also many of them couldn’t be found today as I started to be a good student quit late. It has been taken out from the library long time ago and will not be back before the essay deadline, 12nd Jan’09, certainly.
Anyway, I have got 9 books to be friend with, close friend actually. It is extremely hard work to do but I have to..So don’t be surprised if you see me again with change. I might be changed to be a worm, but after that I am going to be the butterfly eventually.
Let pray for me friends..
23 comments December 12, 2008
Creative night lives
Free entry Galleries in London.
The first Thursday of every month is our time to check all the galleries in London for free !! This is the first time we’ve been there but definitely have the second and the third.. just show you the pictures as I don’t know what to tell.. nothing much story just walked around the street with lost.. haha Took long time reading a map and finding the galleries.. Next time we need the Local guide.. Enjoy..

Cool gallery : Load of art works. every single piece of work were sold, 100 pounds / 1

Min joo and Deborah

one of the hundred art works

another one

Min with her portrait behind ..

I like this one. smell of graphic rather than art

Deborah was wandering around

The gallery which has been temporarily adapted from a graphic company.. cool !!

Magazines which is designed by the company

Black & White screen dot

Another pictures with the same technique

Min Joo was being flirted by English guy 555

Tried to catch that one but, dame !!
*After tour we ended up at the bar and continueed talking about Art and Social. Woo !! such a creativly cool !!! 555
8 comments December 7, 2008
Pantomine ละครขำขันของชาวอิงแลนด์
เมื่อวานได้มีโอกาสไปซึมซับศิลปะวัฒนธรรมของชาวอังกฤษ แบบไม่เสียตังค์ อาจารย์ที่คณะเอาบัตรมาแจก เป็นบัตรชมละคร pantomine เรื่อง Mother Goose
pantomine ดั้งเดิมเป็นของกรีก อังกฤษรับอิทธิพลของละคร pantomine มาเมื่อปี 1717 และดูเหมือนจะปรับเปลี่ยนจนกลายมาเป็นวัฒนธรรมของตัวเองได้อย่างแนบเนียน เนียนเค้าหละพี่อิง
pantomine เป็นละครแนวร้องและเล่าเรื่องราว ที่มีเนื้อหาตรงไปตรงมา ไม่ล้ำลึก เน้นความสนุกสนานที่มีมุขตลกสอดแทรก และมีการสื่อสารกับคนดู โดยตัวละครจะกระตุ้นให้คนดูมีส่วนร่วมในเนื้อเรื่อง โดยขอให้คนดูทำกิจกรรมร่วมด้วย อาทิเช่น ร้อง และ เต้น ไปพร้อมๆกัน กลุ่มผู้ชมที่แท้จริงเป็็นเด็กๆ ที่ต่างให้ความร่วมมือในการเต้น และ โห่ร้องยามตัวร้ายเข้าฉาก..pantomine จะจัดแสดงเฉพาะช่วงคริสมาสเท่านั้น เนื่อจาก ประโยชน์ที่แท้จริงคึือ เป็นหนึ่งทางเลือกให้กับครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันในวันหยุดยาว
Mother Goose เป็นนิทานที่โด่งดัง เป็นที่รู้จักทั่วไปของประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสื่อสาร แต่ชั้นว่าเราคนไทยก็เคยได้ยินเรื่องราวกันมาบ้างอยู่แล้ว..เรื่องของแม่ห่านที่ออกไข่เป็นทองคำนั่นเอง…
ตัวแสดงเอก mother goose เป็นผู้ชายที่สวมบทเป็นหญิงแม่ม้ายท่ีมีอารมณ์ขำขัน และใจดี ชั้นประทับใจตัวละครแทบทุกตัว เพราะเนื่องจากเป็นละครร้อง นักแสดงทุกคนจึงมีความสารมารถในการร้องไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ชั้นชอบเพลงที่เค้าร้อง สองนักร้อง (นักแสดง) หลัก เป็นคนผิวดำที่มีเสียง โอ้ โห เรียกว่าอึ้งอะ ยังคิดว่านี่แค่ เบาะๆรุ่นแค่ ละคร pantomine ชั้นยังประทับใจขนาดนี้ ถ้าไปเจอ ละคร west end ต้องตายไปเลย ตายเพราะค่าตั๋วด้วยแหละ ละคร west end ตั๋วแพงเหลือเกิน..
หลังจากละครจบ ยังคิดว่าบ้านเราน่าจะทำละครแบบนี้ให้่มันจริงจังอย่างนี้บ้าง เคยเห็น เคยดูก็แต่ ละคร มะขามป้อม ที่เป็นละคร เงา กลุุ่มเล็กๆ น่ารัก แสดงให้เด็กๆดู แต่ถ้าเด็กๆได้มีส่วนร่วมกันการแสดงแบบนี้คงชอบกันน่าดู โดยเฉพาะอัยมี่ 555 บ้านเรายังขาดคนสนับสนุนการละครที่จริงจัง ทำให้เราไม่มีกิจกรรมให้เด็กๆ ได้รื่นเริงมากนัก บางสำนึกก็อยากเอาหลานมาอยู่ที่นี่ให้เค้าได้ซึมซับศิลปะที่มีให้เสพย์อย่างไม่มีวันหมด ศิลปะบ้านเราตายไปนานแล้ว…เศร้า…

> The stage before show started

The ceiling of the Hackney Empire Theater

inside the theater

again inside

on the stage during the show, what da shame, didn’t bring my camera so all the pics were taken by my poor mobile..

Crazy Korean : Min Joo

Crazy Thai : Laila
7 comments December 7, 2008
พี่อัยมี่ เด็กหญิง EQ ดี๊ดี…แต่สติไม่ดี 555
สองวันก่อนโทรคุยกับแม่อัยมี่เป็นนานสองนาน ไม่มีเรื่องอะไรสะลักสำคัญหรอก เรียกว่าเม้าท์พี่อัยมี่ล้วนๆ ขวัญใจ updated ความเติบโตของอัยมี่อย่างเมามันส์ ทั้งกังวล และ ภาคภูมิใจไปพร้อมๆกัน เรื่องที่น่าภาคถภูมิใจอันเนื่องจากพี่อัยมี่ได้รับรางวัล เด็กหญิง EQ ดี จากโรงเรียน ชีกลับบ้านมาพร้อมกันประกาศนียบัตร และเค้กหนึ่งก้อนที่เป็นของรางวัลสำหรับความ friendly ของชี รางวัลที่มาจากผลโหวดของเพื่อนๆร่วมชั้น พี่อัยมี่เล่าว่าคุณครูบอกให้นักเรียนวาดรูปเพื่อนในห้อง ปรากฏว่าเพื่อนๆพร้อมใจกันวาดรูปพี่อัยมี่มากเป็นอันดับหนึ่ง เค้กจึงตกมาเป็นของพี่อัยมี่โดยปริยาย…อันนี้ป้าก็ปลื้มมมมมม…
แต่เรื่องที่น่ากังวลก็ยังมีตามมา เนื่องจากพี่อัยมี่เร่ิมไปเรียนดนตรี หัดเล่นเปียโน หวังว่าจะได้เป็นการฝึกสมาธิไปในตัว แต่กลับเป็นว่าพี่อัยมี่สติแตกทุกครั้งท่ึเข้าห้องเรียน ไม่่แน่ใจว่าเนื่องมาจากพี่อัยมี่มีความตั้งใจในการเรียนสูง หรือเธออาศัยห้องเรียนเป็นที่ระเบิดความเพี้ยนส่วนตัวของหล่อน ก็ไม่อาจทราบได้ แต่ทุกครั้งก่อนไปเรียนที่โรงเรียนพี่อัยมี่จะซ้อมร้องเพลง เล่นอีเลคโทน ไปจากบ้านก่อนเสมอ เมื่อเวลาคุณครูถามในชั้นว่าใครร้องได้ หรือ ซ้อมมาแล้วบ้าง พี่อัยมี่ก็จะตอบเสียงดังกว่าคนอื่นเสมอว่าทำได้ ร้องได้.. จึงดูเหมือนว่ามีเธอเพียงคนเดียวที่เต็มที่กับทุกบทเรียน มีหนำซ้ำเวลาที่เธอได้ยินเสียงดนตรีที่คุณครูเล่นเพลงที่เธอซ้อมมา เธอจะมีอาการฉุดไม่อยู่ กระโดดถกเสื้อเต้นอย่างเกินงาม พร้อมทั้งร้องตามไปด้วยแบบมืออาชีพ 5555 อันนี้นังแม่มันเล่าให้ฟังอย่างเห็นภาพ จนนังแม่มีความกังวลว่า พี่อัยมี่จะเป็นที่หมั่นใส้ของเพื่อนร่วมชั้นเรียน รวมทั้งผู้ปกครองนักเรียนคนอื่นก็จะพาลมาหมั่นใส้นังแม่มันด้วย หลังๆคุณแม่หลายๆคนเข้ามาพูดคุยบอกว่า “พี่อัยมี่นี่กล้าแสดงออกมากๆนะคะ” หรืออาจแปลได้ว่า “ลูกคุณขวัญนี่จะ show off ไปไหนไม่ทราบ” 5555 แต่ชั้นก็บอกขวัญใจไปแล้วว่าอย่าได้ไปกังวลกับเรื่องแบบนั้น เพราะเด็กท่ีกล้าคิดกล้าพูด ย่อมดีกว่าเด็กที่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆ อันนี้ประสบการณ์ตรงจากอีป้ามัน ตั้งแต่มาเรียนที่นี่ทำให้รู้ว่าการพูดการแสดงออกเป็นส่ิิงสำคัญ บางครั้งอาจดูเหมือนเป็นคววมคิดเพี้ยนๆ แต่ big idea ส่วนใหญ่ก็มาจากความเพี้ยนทั้งสิ้น ชั้นแอบดีใจที่หลานมีความเพี้ยนอยู่บ้าง อย่างมากเราก็แค่ควบคุมให้เค้าใช้มันอย่างถูกที่ถูกทางก็คงพอ..หลานผ้มมมมมม
รูปที่คุณแม่อัยมี่ส่งมาให้ดูพัฒนาการเติบโต ตกใจเพราชีโตขึ้นมากจริงๆ เพียงแค่หนึ่งปีผ่านไป
> แอบถามว่าใครเป็นคนเลือกเสื้อผ้า หน้า ผม นังแม่บอกว่า ผมยายทำให้ แต่เรื่องชุดเนี่ย ชีขอจัดเอง เอ้อนะ ขาดๆเกินๆ จะลายไปไหนนะหลานป้า สงสัยนอกจากเรียนดนตรีแล้วคงต้องเข้าคอร์สศิลปะด้วยเลย เน้นๆ เรื่องสีและ pattern 555
> โพสนี้หล่อนคิดเอง
> อันนี้มาจากหนังสือแฟชั่นเกาหลี
> อันนี้ญี่ปุ่น
> แกล้งทำโนเนะ
> อันนี้ตัวจริง
> โพสนี้คุ้นๆ
8 comments November 24, 2008
..และแล้วราหูก็คายจันทร์…
หลังจากอยู่ร่วมหลังคาเดียวกันมาร่วมปี ความรู้สึกทั้งร้ายทั้งดีปะปนกัน ก็ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจกับการจากไปของเธอดี เธอมาบอกลาวันเดียวกันกับวันที่เธอจะย้ายออก คือบอกตอนเช้า แล้วย้ายออกไปตอนบ่าย ตอนเธอบอกว่าเธอได้บ้านใหม่ที่ดูแสนจะสมบูรณ์แบบสำหรับชีวิตไฮโซของเธอ ความรู้สึกแรงคืออึ้ง งง แล้วก็ เหงา แต่พอตั้งตัวได้ก็กลับมาทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ก็ทำให้อาการโล่งใจเข้ามาแทนที่ 555 เลวจริงๆกรู
ชีทำเรื่องช้ำๆเอาไว้กับชั้นมากพอๆกับนำ้ใจงดงามของชีนั่นแหละ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับความไม่รับผิดชอบกับหน้าที่เอย ที่ปล่อยให้ internet ถูกตัดได้ทุกเดือน เพราะความละเลยไม่ชำระบิลของหล่อนให้ตรงเวลา อันนี้เป็นจุดเสียที่ทำความลำบากอย่างใหญ่หลวงให้กับชั้น แล้วยังจะเรื่องการล่วงเกินความเป็นส่วนตัวในทรัพย์สิน อาทิเช่น ข้าวปลาอาหารแห้ง แต่เรื่องนี้หลังๆดีขึ้นเยอะ รวมไปทั้งความเพี้ยนๆ กับการถามถึงความงามของหล่อนตลอดเวลา บางคราก็ขี้เกียจจะฟัง ยังไม่รวมเรื่องโกหกสร้างภาพที่หลังๆ มักจะจับได้คาหนังตาคำ
จากไปไม่วายสร้างปัญหาไว้กับเจ้าของบ้าน ให้ชั้นต้องมานั่งรับฟัง ชีย้ายออกโดยการไม่บอกกล่าวกับเจ้าของบ้านล่วงหน้า เพราะชีไม่ได้จ่ายมัดจำใดๆก่อนย้ายเข้ามาเหมือนชั้น เนื่องจากเจ้าของบ้านนั่นเป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันกับหล่อนที่มหาวิทยาลัย หลังๆหล่อนโทรไปขอย้ายไปอยู่ห้องใหญ่ที่ว่างอยู่ เนื่องจากปัญหาเรื่องจ่ายค่าเช่าเท่ากับชั้นแต่ห้องใหญ่ไม่เท่า ชั้นเองจำได้ว่าเมื่อชั้นย้ายมาใหม่ๆชีบอกเองว่าชอบห้องเล็กๆ เฮ้อ…คนเราเปลี่ยนกันได้ อันนั้นก็เลยไม่ถิืออะไร แต่ก็มีปัญหาอีกหลายอย่างที่เจ้าของบ้านเอือมระอากับหล่อน จริงๆเจ้าของบ้านเองก็หน้าเลือดไม่ใช่เล่น ก็ไม่ได้ว่าหมึกซะเต็มร้อยหรอกนะที่เคียดแค้น แต่เพราะความใสซื่อของหล่อนนั่นแหละ ที่ทำให้หล่อนโดนเค้าปิดบังความจริงบางอย่างเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่ลอนดอนนี่ แต่ชั้นก็คิดว่าหล่อนน่าจะจบกับเจ้าของบ้านด้วยสันติ มิใช่ก่อไฟทิ้งไว้อย่างนี้ เพราะชั้นต้องมารับฟังเรื่องต่างๆเหล่านั้น เจ้าของบ้านยำ้กับชั้นว่าถ้าวิกกี้กลับมาเอาของที่เหลือให้โทรบอกเค้าดว้ย เพราะเค้าอยากจะเจอหล่อนเหลือเกิน ชั้นยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้..
เรื่องความเชื่อคนง่ายและเป็นมิตรกับทุกคนอย่างไม่ระวังตัวของหล่อนก็แผ่รัสมีความซวยมาที่ชั้นด้วยอย่างจังๆ ซี่งได้แสดงผลออกมาให้ประจักษ์กันเมื่อสองอาทิคย์ก่อน เนื่องจากเพื่อนหล่อนที่ทำงานบริษัทประกันชีวิตโทรมานำเสนอโปรแกรมประหลาดในการทำประกันชีวิต โดยการบอกว่าจะโอนเงินเข้าบัญชีเราทุกเดือน แต่เราไม่มีสิทธื๋ใช้เงินนั้น ต้องสะสมไปเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นการทำการโฆษณาบริษัทซึ่งเพิ่งเปิดใหม่ชนิดนึง ชั้นก็เอะใจตั่งแต่ตอนนั้นแล้ว มันดูเป็นแผนการตลาดที่ประหลาดได้ใจ แต่ชีก็ยืนยันหนักแน่นว่าเป็นเพื่อนชีเอง ไม่มีปัญหาแน่นอน ก็เลยอะเอาก็เอาช่วยๆกันไป ทางบริษัทก็ส่งเอกสารมากมายมาที่บ้าน ชั้นเองก็ไม่มีเวลามานั่งศึกษาตัวเงือนไขอะไรก็เลยละเลยไม่ได้เซ็นใบตอบรับอะไรทั้งนั้น ทางบริษัทก็โทรตามตลอดเวลา เรียกว่า ยิกๆเลยยังได้ เราก็หงิดๆอีกแล้วว่ามันอะไรกันนักกันหนา สุดท้ายเค้าโทรมาขอเบอร์บัญชี บอกว่าจะโิิิอนเง้นเข้างวดแรกก่อนเลย แล้วค่อยส่งเอกสารมาทีหลัง ก็ไม่รู้ว่าอะไรตลใจให้บอกเค้าไปซะง่ายๆยังงั้น ก็ยอมรับว่าโง่นิดนึง แต่ด้วยเชื่อว่าเพื่อนหมึกคงไม่แนะนำสิ่งเลวร้ายให้เราเหมือนที่ชีพร่ำบอก..หลังจากนั้นสามอาทิตย์มีจดหมายจากทางธนาคารแจ้งว่ามีการโอนเงินออกจากบัญชีของชั้นเป็นจำนวน 80 ปอนค์ เพื่อจ่ายเป็นค่าประกันชีวิตให้กับอีบริษัทนั้นนั่นแหละ โดนกันทั้งสองคน หมึกหน้าเสียบอกกับเราเรื่องนั้นว่าชีไม่รู้เรื่องที่เพื่อนทำ แล้วก็ได้ทำการยกเลิกกับทางธนาคารแล้วอย่างเป็นทางการ แต่มันก็ไม่ทันแล้ว วันนั้นชั้นระเบิดเนื่องจากหลายอย่างทั้งตอนนั้นอินเตอร์เน็ตก็ถูกตัดเพราะความเหลวไหลของชีนั่นแหละ มันก็เลยไม่เอาแล้วเว้ยยย ชั้นไล่หล่อนออกจากห้องอย่างไม่มีเยื่อใย เราไม่พูดกันสองวันเต็มเนื่องจากชั้นไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้วบอกตรงๆว่าเหนื่อย จริงๆเรื่องเงินนั้นก็ไม่รุนแรงเท่ากับการที่อินเตอร์เน็ตถูดตัดในวันที่ต้องการหาข้อมูลทำงานอย่างจริงจัง คืนนั้นนอนไม่หลับเลย…
หลังจากคืนนั้นมาจนวันที่หล่อนย้ายออกก็ประมาณหนี่งอาทิตย์เท่านั้นเอง จุดนั้นอาจเป็นจุดที่ทำให้หล่อนตัดสินใจแยกจากชั้นไป เพราะชั้นแรงมากจริงๆ วันนี้ีเพื่อนคนใหม่มาอยู่แทนหมีกเป็นการชั่วคราว เค้าไม่วุ่นวายและมีมารยาท แต่ก็ทำให้บ้านเงียบมากจริงๆ เพราะไม่มีใครเข้ามาขอส่องกระจกในห้องชั้นอีกแล้ว ไม่มีใครกรี๊ดกร๊าดดีใจเวลาที่เราคุยเรื่องบ้าๆบอๆ ยอมรับว่าเหงาเหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะไปอยู่กับหมึกอีกแล้ว ชียังคงชวนบอกว่าที่บ้านนั้นมีห้องว่างอีกห้องนึง ถ้าสนใจก็ให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันอีก ชั้นคิดในใจว่าไม่ดีกว่า อยากลองรู้จักคนอื่นดูบ้าง อาจจะดีหรือร้ายก็ไม่รู้ แต่ยังไงก็ได้เสี่ยงและเรียนรู้ พอแล้วกับหมึก ไม่อยากโดนราหูอมอีกแล้ววววว พอกันที….
16 comments November 5, 2008





