Archive for August, 2007
Hello my friend hello, lal la la la!!!

หน้าบ้านขณะนั่งกินขนมปังจิ้มนมตอนเช้าวันที่เธอป่วย
-
กริ๊งงงงงง……..ฮันโหล อ๋อ อยู่บ้านนนน…..มี่ไม่สบาย มูกไหล เลยไม่ได้ไปโรงเรียน อ๋อ….เก็บดอกไม้ไปลอยน้ำอยู่ อ้าวววววว เหรอ..แค่นี้นะ สวัสดีคะ
อะนะหลานชั้น….
บ่ายๆ หน้าบ้านอีกครั้งขณะเก็บดอกไม้ไปลอยน้ำ ในมือหล่อนล้วนมีแต่ดอกเน่าแล้ว
-
ฮ้นโหล……มามั้ยเนี่ยยยยย…จะมาบ้านมี่กันมั้ยพี่ไม้….อ๋อ….ดอกขาวๆเอาไปลอยได้ ดอกเน่าๆไม่เอานะรู้มั้ยพี่พลอยใส…..แค่นี้นะ สวัสดี
เมื่อวางหูเสร็จหล่อนก็ควักเสาอากาศออกมา แล้วเป่าลมไปที่เสาให้ฟองสบู่ล่องลอยออกมา แล้วก็มาไล่จับฟองสบู่ กรี๊ดกร๊าดดดดด.. เย็นๆ หน้าโรงหนัง sf emporium ขณะเดินออกมาจาก tcdc หลังจากชื่นชมนิทรรศการหุ่นไม้ขยับได้ หล่อนเดินนำพวกป้าๆอย่างเฉิดฉาย ประหนึ่งคุ้นเคยกับสถานที่ ทั้งที่เคยมาครั้งแรก
-
ฮ้นโหล….อ้าววววววว โทรมาไมเนี่ยยยยยย…..มี่มาช้อปปิ้งงงงงง..ที่ไหนนะป้า อ๋อ…..เอ็มโตเดี่ยม… สนุกดี อยากกิน popcornnnnnnnn
เธอวางหูทันมีเมื่อเห็นขนมในตู้ขายหน้าโรงหนัง ระหว่างที่หล่อนพูดคุยธุระอย่างเพลิดเพลิน ชั้นเห็นมีชายต่างชาติจ้องมองด้วยสีหน้าสงสัย จนเมื่อเธอวางหูโทรศัพท์แล้วปล่อยให้เจ้าเครื่องโทรศัพท์เป่าฟองห้อยต่องแต่งอยู่ที่คอเหมือนเดิม นั่นเองที่เห้นรอยยิ้มจากชายคนนั้น เค้าคงนึกสงสัยว่ายัยเด็กบ๊องคนนี้คุยโทรศัพท์จริงๆเหรอ ฮ่าๆๆ
- ป้า : โทรหาใครอะมี่
- หลาน : อ๋อเพื่อนมีคะ พี่ไม้กับพี่พลอยใส
- ป้า : เหรอ…คุยอะไรกันหละ
- หลาน : อ้าวววว….ก็มี่รักพี่พลอยมากเลย…พี่พลอยดีกับมีนะ อะมี่ก็รักป้าด้วยนะ
- ป้า :……………………งง มันเกี่ยวกันเหรอเนี่ย บ๊องจริง
- หลาน : อัยมี่เนี่ย ติงติ๊องจังเลยเนอะป้า (พร้อมตีหัวตัวเองเบาๆ เอียงคอหน่อยๆ คลับคล้ายคลับคลาว่ามาจาก ปังคุงนะ สไตล์โนะเนะแบบลิงญี่ปุ่น)…..แต่ป้าก็ติงติ๊องเหมือนกัน 5555
-
ป้า : อ้าวววววววววววววววววว……..
พฤติกรรมการทำท่าทางการคุยโทรศัพท์คนเดียวแบบจริงจังของเธอ เริ่มทำให้ชั้นคิดว่าชีโทรหาเพื่อนชีได้จริงๆจากโทรศ้พท์เป่าฟองนั่นจริงเหรอ ซึ่งชีเคยขอเบอร์ป้าส้มสุด love ของชีอย่างจริงจังเพื่อจะโทรไปเมาท์ภาษาคนชอบๆกันนั่นแหละ
- ส้มลิ้ม : เออ นะ แล้วถ้ามันโทรมาติดเครื่องชั้นจริงๆ คงฮาดีหวะ
- ป้า : อะชั้นอะไม่ฮานะยะ นั่นมันผีหลอกชัดๆ
7 comments August 29, 2007
หมอรั่วๆ กับผมร่วงๆ :(
ร่วงวันร่วงคืน จนล่วงเลยเวลามาเกือบสองเดือนที่อาการร่วงหรอยของเส้นผมบนหัวกบาลน้อยๆอันนี้ เฮ้อ….ตัดสินใจไปพบแพทย์ก่อนที่จะต้องเข้าร้านวิกแทนดีกว่า…ทักทายคุณหมอเสร็จก็ไม่รอช้า เขยิบขยับเข้ามาแหวกดูหัวกบาลกันซะหน่อย พร้อมซักถามเรื่องอาการของเราในทันที
- หมอ : เป็นมานานหรือยัง
- คนไข้ : ประมาณ สองเดือนอะคะ
- หมอ : เคยเป็นมาก่อนมั้ย
- คนไข้ : อืมม…เคยเป็นคะ แต่ทุกครั้งที่ตัดผมสั้นอาการจะหายไปคะ (แต่หลังๆเพื่อนขอร้องอะคะว่าอย่าได้ตัดอีกเลย ก็เลยเห็นแก่เพื่อน)
- คนไข้ : ตอนแรกคิดว่าแพ้แชมพู แต่ก็เปลี่ยนมาใช้แชมพูหลานแล้วก็ยังไม่หายเลยคะ
- หมอ : แล้วทานอาหารครบห้าหมู่หรือป่าว
- คนไข้ : ก็ทานได้ทุกอย่างนะคะ (ทานไม่ยั้งเลยอะ อะ หมอถามว่า 5 หมู่ หรือ 5 มื้ออะคะ) อ๊ะ!!! หมอขยับมาจับชีพจร และวัดความดันแทน งง มันเกี่ยวกันเหรอวะ
- หมอ : อืมมม..ประจำเดือนมามากจนผิดปรกติมั้ย
- คนไข้ : โอ๋….ปรกติดีคะ (แหมใกล้หมดแล้วด้วยคะ…อีกไม่กี่ปี)
- หมอ : ไม่มีอาการแพ้ที่หนังศีรษะ คืองี้ ปรกติผมที่ตายแล้วจะผลัดทิ้ง หลังจากตายประมาณสองเดือนให้หลัง สองเกือนก่อนหน้านี้คุณป่วยหนักๆ หรือป่าว พวกท้องร่วงท้องเสีย อาการป่วยหนักแบบกินไม่ได้อะ นั่นก็อาจส่งผลให้ร่วงได้
- คนไข้ : นึก… นึก….ก็ป่าวนะคะ (กินไม่ได้แหม อยากเป็นจังโรคนั้น)
- หมอ : เอ่อ…. หมอว่าอากรของคุณมันหมอว่าน่าจะเป็นอาการจากข้างในนะ เกิดได้จากความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ
- คนไข้ : กรี๊ดดดดดด…อาการทางจิด ????
- หมอ : ร่างกายขาดสารอาหาร
- คนไข้ : ………………..(เอ่อ ตัวจะแตกอยู่แล้วคะหมอ มันยังขาดสารอะไรอีกอะคะ สงสัยจะขาดสารระงับการกินอะคะ)
- หมอ : หมอว่าเรื่องสาเหตุเนี่ยคุณคงต้องใช้เวลาในการค้นหาเอาเอง หมอก็บอกไม่ได้เหมือนกัน
- คนไข้ : …………..(อ้าววววววววววววว….หมอไมพูดหมาๆ อย่างนั้นหละ ก็คนเค้าอุตส่าห์ถ่อมาอะ)
- หมอ : คือหมอเป็นหมอรักษาที่ปลายเหตุนะ ไม่ใช่ที่ต้นเหตุ ผมคุณร่วงเพราะอะไรหมอไม่สนใจ แต่หมอปลูกให้ใด้
- คนไข้ : …………….(เวรรรรรรร….กรรม สรุปว่ารักษาไม่เป็นใช่มั้ยหมอ)
- หมอ : เอายาไปหยดนะวันละสองครั้ง แต่ผมที่ร่วงอยู่เนี่ยมันก็จะยังร่วงอยู่นะ แต่ผมใหม่มันก็จะขึ้นมา แต่ต้องหลังจากนี้อีกสองเดือนนะ มันจะค่อยๆขึ้น
- คนไข้ : …………..(แล้วมันจะทันกันมั้ยเนี่ย…เกิดมันโตช้ากว่ากำหนดหละ ยึ๋ยยยย…..)
- หมอ : รับยาด้านนอกนะ คราวหน้าถ้ายาหมดก็มารับที่ด้านหน้าเลยไม่ต้องให้หมอดูอีก ถ้าคนไข้เยอะ
- คนไข้ : …………..(เฮ้ยยยยยยย ไอ้หมอนี่)
ชั้นเดินออกมาอย่างงงๆ ตกลงมันเป็นหมอแน่เหรอวะ หรือว่ามันเป็นแค่ sale ขายยาปลูกผม
- พยาบาล : ค่ายา 950 บาทคะ
แม่เจ้า…แพงสาดดดดดดดดด ขวดใหญ่กว่ายาหยอดตานิดเดียว ชั้นมาเพื่อต้องการให้อาการหม่นหมองยามเห็นเส้นผมที่มันเกลื่อนกลาดตามพื้นห้องนั้นหายไป แต่กลับได้ยาปลูกผมที่ยังไม่รู้ว่าจะขึ้นเมื่อไหร่แทน
- คนไข้ : เอ่อ…ไม่เอาได้มั้ยคะ ยานั่นอะคะ (ลาก่อนคะ….)
อายนิดหน่อยแต่ รู้สึกว่าถ้าเอามาก็ไม่ได้ใช้ แถมผมจะร่วงมากกว่าเดิมเพราะความเครียดทวีคูณแล้วตอนนี้ มันก็ไม่ได้แก้ความข้องใจใดๆได้เลย ยาปลูกผม ยึ๋ยยยยย ฟังดูน่ากลัวมิใช่เล่น เดินจากมาพร้อมคำสาปเช่งไล่หลังถึงแม้ไม่ได้ยินแต่มันร้อนที่หนังกบาลวูบวาบหวะ :(
9 comments August 23, 2007
+ ตกหลุมรักเด็กไฟแดง +
บ่ายๆวันที่อากาศร้อนจัด หลังจากจัดการอาหารกลางวันมาหมาดๆ ออกจากห้างสรรพสินค้าไฮโซมาไม่นาน รถก็มาติดแง่กที่แยกคลองเตย วันนี้มีธุระที่ต้องสะสางกับบริษัทประกันภัยที่ชักจะไว้ใจไม่ได้แล้ว เพราะตอนขายกับตอนเคลม เหมือนคนละคน…จึงต้องผ่านมาเส้นทางนี้ เส้นทางที่รถติดมากเส้นนึงในกรุงเทพฯเลยทีเดียว
กะลังแหกปากร้องเพลงเพลินๆแก้เซ็งคนเดียวในรถ เลยไม่ทันสังเกตว่ามีแฟนเพลงยื่นหน้ามาแนบกระจกรถเราตั้งแต่เมื่อไหร่ พอหันไปเห็นตากลมๆกับผมหยิกหยอย ของเด็กหญิง (ที่ตอนแรกคิดว่าเป็นเด็กชาย) ที่มาเฝ้าคอยข้างกระจก ตากลมๆจ้องกัน หัวส่ายโดยสั่งจากไขสันหลังเลยชั้น แบบไม่เอาจ๊ะ.. ไม่ซื้อ ..แต่พอมองไปที่มือเล็กๆที่ว่างเปล่าก็เพิ่งนึกได้ว่าน้องเค้าไม่ได้มาขายอะไร..ปากเล็กๆขยับยุกยิก เหมือนกะลังจะสื่อสารอะไร ชั้นเลื่อนกระจกลง เพื่อฟังว่าเธอพูดว่าอะไร
เด็กหยอย : “พี่มีขนมมั้ย ??”
ชั้นเอง : “เอ่อ….เดี๋ยวนะ” ชั้นตอบไปพร้อมหันกลับมาลองมองหาขนมอะไรสักอย่างซึ่งไม่มี
ชั้นเอง : “ไม่มีอะ”
เด็กหยอย : “พี่มีเสื้อผ้าให้หนูมั้ย เนี่ยหนูมีชุดเดียวเอง”
ชั้นเอง : “พี่ไม่มีเสื้อผ้าเด็กผู้ชายหรอก มีแต่ของเด็กผู้หญิง ใส่ได้เหรอ กี่ขวบแล้วหละเรา”
เด็กหยอย : “หนูสามขวบแล้ว พี่ของหนูห้าขวบ พรุ่งนี้พี่เอามาให้หนูนะ หนูมาทุกวันเลย แต่บางทีก็มาสาย”
ชั้นเอง : “มากี่โมง”
เด็กหยอย : “เก้าโมง” ใจนึกถึงเจ้าจอมป่วนที่บ้านขึ้นมาทันที อายุเท่ากันแต่เด็กคนนี้ดูโตกว่าเป็นไหนๆ พูดจาเป็นเรื่องเป็นราวเชียว
ชั้นเอง : “บ้านอยู่ไหนหละ”
เด็กหยอย : “รัชดา”
ชั้นเอง : “แล้วมาทำอะไรที่นี่”
เด็กหยอย : “แม่ให้มาขอตังค์”
ชั้นเอง : “อ้าวววว แล้วแม่หละ”
เด็กหยอย : “แม่นั่งอยู่กับพ่อ” เธอชี้มือไปทางด้านหลัง ชั้นเห็นหญิงชายคู่หนึ่งนั่งอยู่ริมฟุตบาท ชั้นคาดหวังจะเห็นผู้ชายหรือผู้หญิงนิโกรสักคน เพราะเด็กหยอยเป็นลูกครึ่งนิโกรชัดเจน แต่กลับเห็นผู้ชายท่าทางยังไม่แก่เท่าไหร่ เป็นผู้ชายวัยกลางคน อายุน่าจะประมาณสี่สิบต้นๆ หน้าตาเหมือนแขกมากว่าที่จะเป็นคนไทยแท้ๆ ผิวคล้ำ แต่ผมไม่ยักกะหยิกแฮะ ส่วนผู้หญิงเห็นไม่ค่อยชัดแต่ก็น่าจะอายุไล่เลี่ยกัน
ชั้นเอง : “อ้าววว แล้วพ่อไม่ทำงานเหรอ”
เด็กหยอย : “พ่อขายตั๊กแตน”
เหลือบไปเห็นตั๊กแตนใบลานที่ตั้งอยู่ข้างๆ พอดี พาลให้นึกถึงเรื่องราวที่เพิ่งคุยกับน้องสาว เรื่องราวความซาบซึ้งที่ forward กันมาทางอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับคนขายตั๊กแตนที่มอบเงินยี่สิบบาทที่ขายตั๊กแตนได้ให้กับเด็กขอทาน ยังจำได้ว่าเมื่อครั้งได้ยินวันนั้น มารร้ายในตัวชั้นยังคิดและบอกน้องสาวไปอย่างกวนteenว่า พ่อลูกกันอะป่าววว เป็นการโฆษณาทางเน็ตอะดิ คนจะได้ซื้อตั๊กแตนเยอะขึ้นงัยหละ ยังโดนน้องด่า ว่าแกมันพวกมองโลกในแง่ร้าย พวกที่เห็นอะไรก็เป็นโฆษณาที่ขายได้ทุกอย่าง พวกชอบทำลายความซาบซึ้งของเรื่องราวดีๆ เอ่อ…….อยากให้มันอยู่ด้วยตอนนี้จัง
ชั้นเอง : “อ๋อ…อืมม แล้วแม่หละ”
เด็กหยอย : “แม่นั่งเฝ้าพ่อ”
ชั้นเอง : “…………….”
ชั้นเอง : “แล้วหนูมาหาตังค์กินขนมเหรอ”
เด็กหยอย : “หนูมาหาให้แม่”
ชั้นเอง : “…………….”
เด็กหยอย : “พี่ไม่มีขนมเหรอ”
ชั้นเอง : “อืมมม พี่ไม่มีเลยอะ แต่พี่ให้ตังค์เอาไปซื้อขนมนะ เอามั้ย….เอ่อ..แล้วต้องเอาไปให้แม่รึป่าวเนี่ย”
เด็กหยอย : “……..” พยักหน้าหงึกๆ
เศษตังค์สิบที่ควานหาไว้ในตอนแรก เปลี่ยนเป็นหลายเหรียญในที่สุด ขณะมองหาเศษเหรียญใจก็ยังคงนึกเรื่องการสนับสนุนให้มีขอทานในประเทศ ด้วยการให้เงินกับพวกเค้าเหล่านั้นไปด้วย แต่เด็กคนนี้น่ารัก และชั้นก็ถูกชะตากับเธออย่างบอกไม่ถูก เอาน่า…ให้เพราะใจอยาก คงไม่ได้ทำให้ชาติเสียหายเท่าไหร่หรอกมั้ง ยังไงก็สบายใจกว่าการละเลยเยอะเลยอะ
ชั้นเอง : “อะ วันหลังจะเอาเสื้อผ้ามาให้นะ มีเสื้อเด็กเยอะเลย” นึกถึงนังตัวแสบที่บ้านที่มีเสื้อผ้ามากมายจนใส่ไม่หมด บางตัวก็ถูกลืมจนมาเห็นอีกทีก็ใส่ไม่ได้ซะแล้ว
ไฟเขียวพอดี ชั้นออกรถมาแล้วแต่ยังคงแอบมองจากทางกระจกหลัง เห็นเด็กน้อยวิ่งเต้น ลั้ลลา อย่างมีความสุขไปหาเม่ของเธอ
โทษใครได้หละ ที่อนาคตของชาติเรามีวิถีความเป็นอยู่อย่างนี้ เธอจะได้เรียนหนังสือมั้ย วันพรุ่งนี้เธอจะเป็นยังไง ชั้นเองก็ไม่อาจรู้ได้ แล้วอนาคตของชาติก็ยากต่อการคาดเดาเช่นกัน
5 comments August 21, 2007