Archive for September, 2007
nice to meet u guys :(
บางสิ่งก็เข้ามาเพื่อกระชากเอาความว่างเปล่าหายไป เติมใส่ความหวังเข้ามาใหม่จนพูนล้น แล้วก็มีบางสิ่งมากระชากทั้งหมดกลับไปอย่างไม่ใยดี ในเวลาอันรวดเร็ว
วันนี้เป็นวันเศร้าของโรงเรียน หลายคนมาเรียนวันนี้เป็นวันสุดท้าย เพื่อมากกมายทะยอยกันกลับประเทศของตัวเอง แต่วันนี้กลับกันมากเหลือเกิน
Marion and Abe สองสามีภรรยาจากสเปน เพื่อนสองคนแรกของชั้นที่นี่ ทั้งสองคนน่ารักมาก สองคนแต่งงานกันมา 2 ปีแต่รู้จักกันมาร่วม 10 ปี ภรรยาคุยเก่งกับการเริ่มต้นประโยคด้วย okey……….blah blah 555 สามีขี้เล่นที่ไม่ค่อยถนัดภาษาอังกฤษเท่าไหร่ (ถ้าพูดภาษาอังกฤษได้เหมือนสเปนนิชคงฮากว่านี้) ชั้นเข้าใจว่าฮีมาเรียนเป็นเพื่อนเมีย 555 หลังจากพักกลางวัน กลับมาเจอสองคนเนี่ยรอเพื่อจะ say goodbye แล้วยังบอกอีกด้วยว่ายินดีต้อนรับเสมอและอยากให้เราไปเที่ยวสเปนให้ได้ เพิ่งเห็นคนที่อยากให้เราไปเยี่ยมจริงๆ ก็สองคนนี้แหละ ไม่ได้เพราะมารยาทหรืออะไร มันรับรู้ได้ว่าจริงใจหวะ
ป้า Irene ผู้มาดมั่นก็จะเดินทางกลับสเปน weekend นี้เช่นกัน แม้่จะไม่ค่อยแนวแต่ก็เติมเต็มห้องเรียนให้อบอุ่นได้เหมือนกัน
Maximus หนุ่มอิตลาเลี่ยนที่เสร้ออออ เสร่อ เวลาพูดชอบยื่นหน้าเข้ามาซะใกล้ หัวเราะเสียงดัง แถมลมหายใจก็ห่างไกลความหอมสดชื่น แต่ด้วยความเสร่อเนี่ยแหละที่เป็นสีสันประจำห้องเรียน ชั้นแอบขำฮีอยู่เรื่อยๆ อีกหน่อยคงเหงาเพราะไม่รู้จะขำใคร
Ivan หนุ่มน้อยแนวๆจาก Columbia น้อง Ivan อยู่ที่นี่มาเก้าเดือน เป็นเก้าเดือนที่คุณครูทุกคนไม่เคยลืม “He is such a naughty boy” ราเชล คุณครูที่สอนคลาสบ่ายเล่าให้ฟังว่า มีครั้งนึงที่ Ivan มาเข้าเรียนสาย และเมื่อครูถามว่าทำไมถึงมาสาย ฮีตอบหน้าตาเฉยว่า “นอนไม่หลับเพราะมีผู้หญิงมานอนเบียดบนที่นอนอันค้บแคบของฮี เลยทำให้นอนไม่หลับทั้งคืน” ครูงงไปพัักนึง แล้วบอกฮีว่า เหตุผลของฮีไม่เหมาะกับการบอกครูในชั้นเรียนเอาซะเลย แต่เอ่อ…ครับมันคือความจริง 555 ท่าทางเงียบๆ ขรึมๆ กวนๆ แบบมั่นใจๆ ทำให้หัวใจป้าบางครั้งก็อยากจะกลับไปเกิดใหม่ 555
เริ่มเข้าใจความหมายของยูจินเรื่องการพบและการจากของที่นี่ ผู้คน เพื่อนฝูง ผ่านมาและจากไปอย่างรวดเร็ว มันเหมือนจะไม่อินนะ แต่บางครั้ง บางคนเราก็อินหวะ งง เพราะบางคนก็ดีกับเราจนอยากจะรู้จักมากกว่านี้ แต่เหมือนทำบุญกันมาแค่นี้ เอาไว้ชาติหน้ามีบุญคงได้เจอกันอีก ยังต้องมีการลาจากอย่างนี้อีกมากเชียว เฮ้อ…..อีกหน่ยคงชาชิน….
3 comments September 28, 2007
หนาวจริง หรือ หนาวหลอก ??
มาแว้วววววว…..ไม่ได้เขียนมาหลายวัน เพราะการบ้านมันรุมเร้า เรื่องราวที่อยากเล่ามีอยู่ว่า
เมื่อวันจันทร์หนะซิ ฝนตกตั้งแต่เช้ามืดจนได้เวลาเรียนแล้วก็ยังไม่หยุด ทำไงดีหละ อยู่อังกฤษแต่ไม่มีร่ม เท่ห์มั้ยเพื่อนๆ มีเสื้อหนาวกันฝนที่เพิ่งซื้อมาจากทริปลอนดอนพอดี เอาวะ ไปก็ไป คนที่นี่เค้าไม่หวั่นกับสายฝนเลย ชีวิตยังคงดำเนินไปแม้วันฝนตก เดินมากะว่ารอรถเมล์แล้วกัน วันนี้ยอมจ่าย 1.75 ปอนด์ (ค่ารถเมล์รอบเดียว แต่ถ้่าซื้อตั๋ววันเดียวกี่เที่ยวก็ได้ ราคา 3 ปอนด์) แม่เจ้า ออกมาตอน 9 โมง แต่รถเมล์คันต่อไปจะมาตอน 9.30 อะ เอางัยดีวะ คือรถเมล์ที่นี่เค้าจะมีเวลาบอกเลย ว่าคันต่อไปจะมากี่โมง วันนี้มีกี่รอบ เออคลาดนิดเดียวก็ต้องรอไป แต่ถ้ารอก็มีค่าไม่ต่างกับเดิน เพราะเดินก็ 30 นาทีเหมือนกัน เอาวะ มาดมั่นมาก เอาฮูตคลุมกระหม่อมเสร็จก็จ้ำเลย เออนะได้อารมณ์ดีหวะ อารมณ์อังกฤษมากๆ 555 เพราะคนเค้าก็เดินกันเยอะแยะ คิดในใจว่าต้องหาซื้อร่มสักคันละ เพราะเสื้อเนี่ยไม่ช่วยกันกางเกง กระเป๋า กับรองเท้าจากฝนเลย ถึงโรงเรียนก็สาย แถมมากับรองเท้าแฉะๆ รู้แล้วว่าทำไมคนเราควรมีบู๊ทสักคู่ มันไม่ใช่แค่ fashion แต่มันคือ function ด้วย เอาวะ หาสักคู่ก็ได้ เย็นวันนั้นถึงกับไปออกตามหา แม่เจ้าแพงอิ๋บอ๋ายยย คู่ที่เราว่าสวยก็ไม่มีปัญญาซื้อ คู่ที่มีปัญญาแต่ถ้าใส่ก็ดูไม่ค่อยมีสติปัญญาเท่าไหร่ เอ่อ สรุปว่ายังไม่่ได้ ภาวนาอย่าให้ฝนเทลงมาแล้วกันเพราะ ชั้นมีผ้าใบอยู่คู่เดียวเท่านั้น เพื่อนๆคนไหนจะมาขอช่วยนำร้องเท้าผ้าใบรุ่นกันน้ำมาด้วยจะมีประโยชน์มากคะ
อะป้าpennyซักผ้าให้เสร็จละ ไหนดูซิ………………….ถึงกับเซ็งอะเพื่อนๆ ป้าเค้าทำเสื้อ greyhound ราคาพันแปด (ค่าโง่อะคะ) ของชั้นพังไปแล้ว สีอะไรตกใส่ไม่รู้เก่ามอซอไม่เหลือเค้าพันแปดเลย ป้านะป้า เซ็งไปสองวันอะ
กลับมาวันนี้ก้นดีกว่า ช่วยด้วยยยยยยยยยเพื่อนๆ มือแข็งไปแล้วครับท่านๆ วันนี้หนาวโคตร ไหนว่า 13 องศางัย BBC หลอกกันอีกแล้ว ตั้งแต่วันฝนตก รองเท้าเน่า เท้าก็เน่าไปด้วยเนื่องจากความเจ็บป่วยจากรองเท้าราคาถูก จนไม่สามารถยัดมันลงไปในที่คับแคบได้อีกแล้ว ใส่รองเท้าแตะมันเลย เสื้อแขนยาวหมดวันนี้เลยต้องงัดเอาแขนสั้นที่เหลือมาใส่ เมื่อวานก็ไม่เท่าไหร่ ก็แค่เย็นๆๆ แต่วันนี้ เชื่อ BBC งัย เกือบตายเพราะความหนาว แดดมันออกแต่ลมมันแรง ไม่เข้าใจทำไมวันนี้หนาวมากนัก พักกลางวันกลางลมหนาว จะบ้าตายวิ่งเข้าไปยืนอิงอุ่นในแบงค์กับตามร้านเสื้อผ้ากันอยู่นานเหมือนกัน ตอนเย็นเดินไป tesco อีกเห็นคนอังกฤษหลายคนเดินใส่เสื้อเชิตตัวเดียวปราศจาก jumper or coat จะบ้ากันรึงัย หนาวจะตาย ขนาดเจสผู้ไม่เคยหนาวยังแอบสั่นเลย ยังบอกกันว่าพรุ่งนี้ต้อง coat เท่านั้น แต่พอมันหนาวมาก มาก มาก มากขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายมันก็เริ่มชา ขากลับบ้าน เดินมันแบบไม่รู้สึกอะไรแล้ว หน้าหนาๆๆ อย่างเนี้ยชาไปเลย มือเท้าไม่ต้องถามเลย เหมือนเอาไปแช่ถังนำ้แข็งสัก 5 นาทีแล้วเอาออกมาผึ่งลมอะ มันไม่ได้หนาวไปกว่าเดิมเลยมันชาาาาาาาาาา ในใจรู้สึกเหมือนว่าแข่งรายการมาราธอนอะไรสักอย่าง คือมันหนาวนักใช่มั้ย มาซิมา….บ้าไปเลย เดินหาแดดลูกเดียวไปนั่งผึ่งแดดอยู่ตั้งนานสองนานกว่าจะถึงบ้าน กลับมาถึง ป้าpenny ถึงกับร้องถามว่าเท้ายูไม่แข็งไปแล้วเหรอ ชีตกใจที่ชั้นช่างกล้าใส่รองเท้าเตะในฤดูกาลนี้อะ นี่แหละสาวไทยใจถึง………555
อ๊ะ…วันนี้ป้าpenny จะมีแขกมาที่บ้านเราเลยได้กินข้าวเย็นกันเร็วเป็นพิเศษ ลาซานย่า เนื้อรุ่นเนื้อมหาศาลอะ ใหญ่มาก ตอนแรกชั้นไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรเลยถามยูจินว่าเค้าเรียกว่าอะไร ไอ้พิลึกรัสเชี่ยนนะ มันหันมาถามว่าที่บ้านยูไม่มีเหรออาหารอิตาเลี่ยนอะ ดูๆๆๆมัน ชั้นบอกว่ามีแต่รสชาตมันไม่เหมือนกันซะทีเดียวโว้ยยยย…ยูจิน ท่าจะไม่ชอบหมอนี่เอามากๆ เพราะมันชอบทำท่าเหมือนตัวเองเจ๋งสุดอะ snobbish มากๆ มันถามยูจินเรื่องราคา เบียร์กับไวน์ แต่ด้วยประโยคคำถามที่ทำให้งง ยูจินเลยไม่เข้าใจ เลยบอกให้ช่วยถามใหม่ได้มั้ย มันนะ หัวเราะ หึ ก่อนแล้วทำหน้าแบบ อะไรเนี่ยแค่นี้ก็ไม่เข้าใจ ชั้นหละกลัวยูจินด่ามันมากๆ เพราะเธอหน้าเซ็งสุด เงียบไปพักนึงอะ แต่พอมันไป ชีก็หันมาเมาท์ทันที what the hell he did?? เป็นคำถามประจำที่ยูจินต้องสบทเมื่อมันเดินออกไป ท่าทางจะอยู่ร่วมกันได้อีกไม่นาน…555 อะเนื่องจากเป็นวันพิเศษป้าเราเลยเปิด heater โชว์แขก ผลบุญเลยตกมาถึงเรา เฮ้อ….ค่อยยังชั่ว เอาตัวไปแอบอิงheaterอย่างใกล้ชิด ไม่ร้อนเลยสักนิด ทุกวันนี้ก็อาบน้ำร้อนกันแล้ว มันไม่ได้อุ่นอะนะ มันรุ่นร้อนเลยแหละ แต่นั่นแหละตอนอาบน้ำเนี่ยเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายอุ่นที่สุดแล้ว อากาศจะหนาวขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่นั่งเล่าอยู่เน่ี่ยได้ยินเสียงลมข้างนอกน่ากลัวมากๆ พรุ่งนี้ถ้าฝนตกหละก็กูตายยยยแน่ๆ เพื่อนเอ๋ย…….
ปล. พรุ่งนี้ The Primark จะเปิดสาขาใหม่ ใหญ่กว่าเดิม เราเลยตั้งใจว่าจะไปร่วมพิธีเปิดกับเค้าด้วย หวังว่าคงได้รองเท้าดีๆสักคู่ คู่ที่ไม่ทำร้ายเราเหมือนที่แล้วมา
8 comments September 26, 2007
Sawasdee Yugin :)
เช้าวันอาทิตย์ที่แสนรื่นรมย์ ตื่นจากความเมื่อยล้าเมื่อวาน เพื่อมาคุยกับแฟนๆทางบ้าน เนื่องจากเรามี skpe เป็นสื่อกลาง ได้คุยกับ แม่ น้องนา และ อัยมี่ตัวแสบ ชีเพิ่งสอบเสร็จ อนุบาลหนึ่ง เค้าก็มีสอบกันแล้วเหรอเนี่ย แต่เห็นว่าผลออกมา 95% น้อยไปมั้ยอะมี่ 555 ชีเลิศภาษาอังกฤษนะยะ แต่ภาษาไทยเห็นว่าไม่ค่อยเด่น อะนะหลานชั้นมีแววอินเตอร์ตั้งแต่เด็ก เธอบอกว่าเนี่ยกำลังจะเปลี่ยนโรงเรียนแล้วนะ จะไปเรียนโรงเรียนภาษาอังกฤษตอนปิดเทอม ท่าทางชีมีความสุขดี ชีถามคำถามเดียวที่ตอบยากจริงๆ “ป้าจะกลับกี่โมงคะ กลับเครื่องบินเหรอ??” เออแล้วจะตอบมันยังไงเนี่ยว่ากี่โมง
อะแม่ยังบอกอีกว่า เพื่อนส้มได้ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไว้เป็นอย่างดี โดยการมาเยี่ยมแม่ชั้นดั่งที่รับปากไว้ มาเล่นกับ มี่แม้นังหลานตัวแสบจะแอบละเลยป้าส้มด้วยการสนใจเพื่อนวัยเดีนวกันมากกว่าก็ตาม แต่วันนี้ชีก็เล่าให้ฟังอย่างมีความสุขนะว่า “ป้าส้มมาหามี่ด้วย” ขอบใจนะส้ม แม่ก็ฝากขอบใจมาด้วยที่ช่วยมาเปิด blog ให้แม่ดู ถ้าไม่มีแกแม่ชั้นก็คงไม่เคยรู้หรอกว่าชั้นเขียนอะไรไว้มั่ง เห็นมั้ยว่าเทคโนโลยีมันดีอย่างนี้นี่เอง เราไม่ไกลกันเลย
ตอยบ่ายวันนี้ ยูจิน ชวนไปดูบอลที่ผับ Chelsea vs Manchester United คือเท้าก็เจ็บอะนะ แต่เมื่อเพื่อนร่วมหอมาชวนเราก็ยากที่จะปฏิเสธ เอาวะ ไปก็ไป ก็อยากมีเพื่อนนี่นา ยูจิน อยู่ที่นี่มา 6 เดือน ภาษาอังกฤษ แข็งแรงแล้ว ถ้าเธอจะช่วยอ้าปากกว้างกว่านี้ตอนพูดจะขอบใจมาก เพราะเธอพูดเร็ว บางครั้งชั้นเองก็ฟังไม่ทัน ได้แต่ หัวเราะไปเก้อๆๆ
ที่ผับเราเจอผู้จัดการชาวอังกฤษผู้มีอัธยาศัยดีเป็นเลิศ แต่ฮีกะลังจะย้ายไปอยู่สมุยบ้านเรา ไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โน่น ท่าทางฮีตื่นเต้นที่จะได้ย้ายไปอยู่บ้านเรา ชั้นได้ฝากหลีเป๊ะเอาไว้ในอ้อมใจฮีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เป็นครั้งแรกที่เจอคนไทยที่ Brighton เจอทีเป็นโขยงเลย มีหนี่งสาวที่กะลังฝีกงานท่ีบาร์อยู่ และอีก 3 สาวนักเรียน กับหนึ่งหนุ่มนักเรียน คุยกันนิดหน่อยเพราะชั้นเกรงใจยูจินที่ฟังไม่รู้เรื่องแล้วอีกอย่างขั้นก็มากับเธอ สุดท้ายก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก รู้แต่ว่าคนพี่โตสุดเนี่ยรุ่นเดียวกันกับชั้น เคยอยู่ที่นี่แล้วกลับไปเมืองไทยแล้วกลับมาใหม่ น้องสาวคนเล็กน่าหน้าน่ารัก เรียนภาษาอยู่ที่ Brighton ส่วนอีกคนเรียนอยู่มั้ง ทุกคนรู้จักกันหมด และบ้านก็อยู่ตรงข้ามผับนั่นเอง ชั้นบอกว่าขั้นชอบ Brighton ที่มันเงียบดี แต่เธอเหล่านั้นกลับบอกว่า ไม่เคยเห็น Brighton เงียบเลย อืมมม…ชั้นว่าถ้าพวกเธอย้ายมาอยู่ย่าน Hove หละก็ต้องสงบกว่าอยู่หน้าผับแน่นอน 555
Manchester ชนะไป 2:0 เกมส์ไม่ค่อยเร้าใจเท่าไหร่ แต่ความจริงเราไม่ค่อยได้ดูมากนักหรอกส่วนใหญ่จะคุยกันซะมากกว่า ยูจินก็น่ารักดีนะ เธออาจจะไม่ค่อยขี้เล่นแต่ก็คุยเก่งน่าดู เรากลับทันทีหลังจากบอลจบเพราะต้องกลับมาให้ทันอาหารเย็นที่บ้าน วันนี้เป็นวันแรกของการกินอาหารเย็นกับป้าpenny ซวยสุดเพราะเธอดันไม่รู้ว่าชั้นไม่กินหมู เธอเตรียมเนื้อบดอบซึ่งพันด้วยเบคอนอย่างดีเอาไว้ ชั้นเลยได้กินแค่มันอบกับผักต้มไปตามระเบียบ แถมด้วย apple pie สุดจี๊ดจ๊าดดดดด…จากต้นหลังบ้านนั้นเอง
อะเกือบลืมไปเรามีเพื่อนใหม่เป็นชาวรัสเซีย เพิ่งย้ายมาเมื่อเช้า เป็นชายท่าทางพิลึก ชั้นกับยูจินไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ที่มีผู้ชายอยู่ร่วมด้วย แต่ชั้นว่าเค้าเองก็คงไม่ happyกับชั้นสองคนเท่าไหร่เพราะเราได้แค่คุยกันกระจุกกระจิก ลืมสนใจเค้าไปเลย ช่วยไม่ได้ก็ดันไม่หล่อเองอะ
อืมม…แต่ฮีก็จะอยู่ที่นี่แค่ 2 สัปดาห์เท่านั้นเองแหละ
ปล. ยูจินให้ kiwi มาลูกนึงตอนเดินกลับบ้าน ทั้งที่เธอบอกไม่อยากทำความรู้จักใครใหม่เท่าไหร่นัก เธอเบื่อการบอกลา แต่ชั้นว่าเธอมันเริ่มกับชั้นแล้วหละ
12 comments September 23, 2007
London the crazy trip !!
เช้าวันเสาร์ที่แสนเยือกเย็น แต่ชั้นตื่นแต่เช้า เช้ากว่าวันเรียนปรกคิซะอีก เพื่อไปให้ถึงหน้าโรงเรียนตรงเวลานัดหมายแป๊ะๆ ทุกคนมาพร้อมกันตรงตามเวลานัด แสนมีความสุขที่ไม่มีใครเลท เพราะถ้าคุณเลท เราไม่รอ เฉกเช่น หนุ่มจีนหน้าจีด กับสาวญี่ปุ่น (ไม่ซิ เธอเป็นแค่เด็กหญิงอะ เพิ่งรู้ว่า ฮารูกะ อายุแค่ 15 เท่านั้น บ้าไปเลยชั้น เด็กโคตร……พ่อแม่ชีช่างใจเด็ดส่งลูกสาวมาเผชิญโลกกว้างตั้งแต่วัยเยาว์ แต่จริงๆแล้ว เธอดูแต่กว่าอายุอยู่มากเหมือนกัน เลยทำให้ทุกคนช๊อคเรื่องอายุของเธอ) เราไม่พบทั้งสองเมื่อถึงเวลานัด เจสท่าทางมีความสุขที่สุดเพระเธอไม่อยากให้ชินไปด้วยเท่าไรนัก
Hove station ตั๋วรถไฟที่นี่อำนวยประโยชน์ให้คนมีเพื่อนมีฝูงอย่างมาก เพราะเราเดินทาง 4 คน จึงได้ตั๋วราคาสุดประหยัดมา คนละ 10.58 ปอนด์เท่านั้น ซึ่งนับว่าถูกมากสำหรับตั๋วรถไฟไปลอนดอน ราคานี้รวมตั๋วรถไฟใต้ดินและรถเมล์ในลอนดอนด้วยนะ ซึ่งคุ้มกว่าแฟลตปลาทองจริงๆ 555 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาทีเราก็มาถึง victoria station เหมือนบ้านนอกเข้ากรุงจริงๆชั้นเพราะไม่รู้หนทางเลยว่าควรไปทางไหน ชั้นก้บโรซี่เหมือนกันคือเราไม่มีปากเสียง ยังไงก็ได้ ขอแค่บอกเหอะไปได้ทั้งนั้น ฉะนั้นจึงเหลือสองสาวที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ เพราะต่างคนก็ต่างมีความต้องการที่แข็งแรงเหลือเกิน
เมื่อเราไปถึง ไอรีนอยากจะไปร้านหนังสือที่ใกล้กับสถานีก่อน เราจึงต้องเดินหาร้านหนังสือก่อนแทนที่จะต่อ tube ไปสู่ Camden town ได้เลย ร้านหนังสือที่เธอมองหานั้นคือ ร้านหนังสือสำหรับชาว catholic บรรยากาศในร้านดูน่าเกรงขามเนื่องจากมีแต่ชาวสูงอายุซะเป็นส่วนใหญ่ เจสเริ่มบ่นเพราะเธออยากไป shopping ใจจะขาดเแล้ว เมื่อไอรีนได้ bible ฉบับภาษาอังกฤษที่เธอต้องการเรียบร้อย เราจึงมุ่งหน้าสู่ Camden เมืองแห่งศิลปิน หลายคนบอกว่าที่นี่มีตลาดขายของซึ่งราคาไม่แพงมากนัก เราจึงมุ่งมั่นจะจ่ายเงินกันที่นี่เอง เมื่อมาถึงชั้นเองถึงกับงง บรรยากาศเหมือนจตุจักรแต่ราคาห่างกันลิบ ไหนวะของถูก กระเป๋ารุ่นแบบเดียวกันที่เราสามารถซื้อได้ในราคา 350 บาทที่ jj ที่นี่ขาย 700 บาทอะ สุดท้ายเราได้แต่เดินมอง ไม่ได้จ่ายสักปอนด์ที่นี่
สถานีต่อไปคือ oxford street ถนนแห่งแสงสีและแหล่ง shopping ใหญ่สุดในลอนดอน ซึ่งจำได้ภายหลังว่าเคยมาแล้วกับฝน เก้ และ แก้วในคืนแรก มาตอนกลางวันก็ละลานตาไม่แพ้กัน เราเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ โดยมีป้าไอรีน ยืนรอหน้าร้าน เพราะเธอไม่ชอบ shopping (แล้วมาทำไมหว่า เป็นคำถามในใจเจส) ทุกคนหิวกันหน้ามืดเมื่อปาเข้าไปเกือบบ่ายสอง ไอรีนอยากกินอาหารอิตาเลี่ยน แต่พวกเราไม่มีใครอยาก แต่เหมือนเธอไม่เข้าใจ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาหาร้านอาหารอิตาเลี่ยนต่อไปไม่ลดละ ชั้นอะเล็ง sandwich ที่ Subway หรือไม่ก็ Pret ไว้แล้ว เจสก็เล็ง Mc donald มาตลอดทาง เราอยากกินอะไรง่ายๆ เพื่อนจะได้มีเวลาเดินมากขึ้น แต่สุดท้าย ป้าแกก็เจอร้านอิตาเลี่ยนจนได้ แม่เจ้า ราคาถูกสุดของที่ร้านคือ 6 ปอนด์ ซึ่งทุกคนก็สั่งมัน และมันคิอ pizza เปล่าๆ แบบไม่มีเนื้อสัตว์เลย.. ถึงแม้มันจะเป็นรุ่น real ก็เหอะ แต่ชั้นก็อยากได้อะไรเป็นเนื้อเป็นหนังมากกว่านี้ สุดท้ายชั้นจ่ายไป 8 ปอนด์ เพราะเผลอสั่งโค้กไปหนึ่งแก้วเล็กๆในราคา 2 ปอนด์ เซ็งดิ….ทุกคนเซ็งกันหมดเมื่อเดินมาเห็น ป้ายราคาพิเศษ ของร้านต่างๆที่เราเล็งไว้ก่อนหน้านี้
เมื่อเราเข้าร้านนั้นออกร้านนี้โดยมีป้าไอรีนยืนรอหน้าร้าน เราจึงตัดสินใจ เปลี่ยนแผนไปเป็นชมเมืองแทน เราออกจาก Oxford มุ่งหน้าสู่ Hype park ตามที่ป้าไอรีนต้องการ หยุดพักนอนแล่นที่ park ประมาณชั่วโมง โทรหาแม่เก้เล็กน้อยแต่ชีติดธุระเลยไม่ได้เจอกัน หลังจากพักพอหายเหนื่อย เราเดินต่อไปสู่ Buckingham Palace ก็ใหญ่โตสมเป็นวังนั่นแหละ ผู้คนมากมาย มาเพื่อรอดู guard เดินเปลี่ยนที่ เหมือนตุ๊กตุ่นทหารที่เคยเล่นตอนเด็กไม่ผิดเพื้ยน
ชั้นเหนื่อยมาก เพราะรองเท้าราคาถูกเริ่มกันกินเท้าชั้นอย่างโหดเหี้ยม แต่เราเห็น London eyes อยู่ลิบๆ อยากเดินไปดูกันไกล้ๆจัง ไหนจะ Big Ben อีกหละ ไม่งั้นเดี๋ยวไม่ถึงลอนดอนนะเออ ป้าไอรีนบอกว่าต้องเดินไปอีกไกลมากนัก ท่าทางจะไม่ไหวขอรอที่ park แล้วกัน เราสามคนเลยเดินอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเจสก็คลั่งกับป้าไอรีนเหมือนกัน เดินบ่นไปตลอดทาง เราเดินเหมือนคนบ้า พอเห็น Big Ben แล้วก็เดินกลับ ชั้นซึ่งไม่คุ้นกับการกิน pizza ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 30 cm. คนเดียว เกิดอาการอยากจะอ้วกขึ้นมาซะงั้น ไหนจะกระเดะกินไอศกริมไปอีก 1 โคน อาการเหมือนจะ Passed out (เป็นลม ขอทบทวนที่เรีียนหน่อยนะยะ) ให้ได้ หลังจากนั่งพักดูอาการสักพัก เราก็เดินกลับมารับป้าที่เดิมทั้งที่เราสามารถต่อ tube จาก Big Ben สู่ Victoria station เพื่อเดินทางกลับ Brighton ได้เลย
ขากลับชั้นแทบจะเสียเท้าไป ทรมานมากมันระบมไปหมดทั้งสองข้าง ชั้นต้องปฏิเสธเจสที่จะเจอกันพรุ่งนี้ เพราะคิดว่าคงเดินไม่ไหวแล้ว เดินกลับบ้านคนเดียวในความมืดเป็นครั้งแรก เนื่องจากเราถึง Brighton ตอนเกือบ 3 ทุ่ม ชั้นแช่เท้าในน้ำอุ่นอยู่นาน ก่อนจะหลับเหมือนดายทั้งคืน
เรายังไม่ได้ไปอีกหลายที่ แต่ชั้นบอกโรซี่ตอนขากลับว่า คราวหน้าขอเป็นชานเมืองดีกว่า เพราะชั้นอยากเห็นเมืองอื่นๆบ้างนอกเหนือจากลอนดอน ที่ที่คิดว่าอีก 3 เดือนข้างหน้าจะต้องย้ายเข้ามาอยู่ก็เริ่มปวดหัวนิดๆแล้ว เพราะ Brighton โดยเฉพาะโซนที่ชั้นอยู่ สงบ เงียบ และผู้คนก็น่ารักกว่าเป็นไหนๆ แต่จริงๆแล้วเมืองใหญ่ที่ไหนๆก็เหมือนกัน วุ่นวาย น่าปวดหัว ขอเวลาทำใจสัก 3 เดือนนะ London
ปล. ใช้เงินไปทั้งหมดเกือบ 30 ปอนด์ ถ้าไม่มีป้าไอรีน สงสัยจะหมดไปมากกว่านี้ นี่คือข้อดีของป้าเค้า 555
5 comments September 23, 2007
Did he write it for me ?? 555
Hey there Delilah
What’s it like in New York City?
I’m a thousand miles away
But girl tonight you look so pretty
Yes you do
Times Square can’t shine as bright as you
I swear it’s true
Hey there Delilah
Don’t you worry about the distance
I’m right there if you get lonely
Give this song another listen
Close your eyes
Listen to my voice it’s my disguise
I’m by your side
Oh it’s what you do to me
Oh it’s what you do to me
Oh it’s what you do to me
Oh it’s what you do to me
What you do to me
Hey there Delilah
I know times are getting hard
But just believe me girl
Someday I’ll pay the bills with this guitar
We’ll have it good
We’ll have the life we knew we would
My word is good
Hey there Delilah
I’ve got so much left to say
If every simple song I wrote to you
Would take your breath away
I’d write it all
Even more in love with me you’d fall
We’d have it all
Oh it’s what you do to me
Oh it’s what you do to me
Oh it’s what you do to me
Oh it’s what you do to me
A thousand miles seems pretty far
But they’ve got planes and trains and cars
I’d walk to you if I had no other way
Our friends would all make fun of us
and we’ll just laugh along because we know
That none of them have felt this way
Delilah I can promise you
That by the time we get through
The world will never ever be the same
And you’re to blame
Hey there Delilah
You be good and don’t you miss me
Two more years and you’ll be done with school
And I’ll be making history like I do
You’ll know it’s all because of you
We can do whatever we want to
Hey there Delilah here’s to you
This ones for you
Oh it’s what you do to me
Oh it’s what you do to me
Oh it’s what you do to me
Oh it’s what you do to me
What you do to me.
thank you so much
PLAIN WHITE T
4 comments September 21, 2007
hello England no.7
โอ้ววววววว พ่อหนุ่มตุรกีวันนี้เธอใส่เสื้อแดง แรงฤทธิ์ อย่างกับเดินออกมาจาก magazine ปลุกใจแมวป่าอย่างป้าจริงๆ 555 แอบเห็นพ่อหนุ่มแว๊บๆ ปรากฏว่ามีผมเฉยเลยหวะ ถึงแม้วันนี้ไม่มีฮูต ก็ยังดูดีทุกท่วงท่า หน้าตากวนบาทามากๆ แบบเริ่ดๆเชิดๆ ได้ใจป้าหวะ 555 จบเรื่องเพ้อฝันดีกว่า…
มาสู่เรื่องจริงผ่านจอกันมั่ง เรียนวันนี้สนุกดีเพราะ The chocolate teacher (ฉายานี้มากจาก อาจารย์แซนต้า ((เนื่องจากมีหุ่นและเคราเหมือน santa มากๆ)) จะหอบกล่องchocolateเข้ามาในห้องเรียนเพื่อแจกนักเรียนทุกวัน ขณะสอน น่ารักดี อร่อยด้วย) จัดให้เราเล่นเกม speed dating เพื่อเรียนรู้คำ adj ที่อธิบายบุคลิกลักษณะของคน เราจะต้องใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการพูดคุยและตั้งคำถามต่อผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเรา แล้วก็มา comment ว่าแต่ละคนเป็นยังไง เจ้าเด็กเกาหลีที่ขี้เก็กซึ่งไม่เคยชอบขี้หน้ามันเลย แต่วันนี้มันกลับโอเคหวะ ฮาดี เพราะมันต้ังคำถามขำๆมาถามเรา เราก็ตอบมันแบบกวนตีนไป สรุปว่ามันเป็นคนไร้สาระเหมือนเรา เออ ได้เพื่อนเพิ่มเฉยเลย หลายคนก็เป็นประเภทน่าเบื่อโคตร บางคนก็น่ารักเรียบร้อยกว่าที่ิคิด เออ แต่หนุ่มจีนหน้าnerdรายนั้นซิ เราสรุปให้อยู่ในกลุ่มที่ควรหลีกห่างๆ ก็ฮีเล่นถามคำถามเจสแบบจริงจังมากๆ ถามว่าเจสตั้งมาครฐานสามีในอนาคตไว้ยังไงบ้าง ฮาาาาาาาาาาาซืครับ…เจสเป็นเง็ง….555 แต่เราชอบหวะมันใจถึงดี อะใจถึงอย่างเดียวไม่พอมันต้องหน้าด้านด้วยนะเนี่ย….เราเลยสรุปว่าไม่ผ่านๆๆ
หลังจากผ่านการถกเถียงกันเป็นเวลานานก็สรุปได้ว่าพรุ่งนี้เราจะเข้าลอนดอนกันแต่เช้าตรู่ จากตอนแรกแค่ เจส โรซี่ และข้าพเจ้าเอง กลายมาเป็น ฮารูกะ กับ ไอรีน่า(สาวชาวสเปน) ยังครับยังไม่ครบ ก่อนจากกันวันนี้ในช่วงบ่าย หนุ่มจีนหน้า nerd เดินเข้ามาขอไปด้วยอีกคน ทำเอาชั้นกับโรซี่อดขำไม่ได้ เพราะเราเพื่งคุยกันวันนี้เองว่า ฮีชอบเจสแน่นอน ซึ่งเจสก็รู้เรื่องนี้ดี ตอนเดินกลับบ้านด้วยกัน ชั้นยังแนะนำเจสว่าให้เอารูปแฟนหนุ่ม the singer ของเธอแปะไว้ที่หน้าผากตอนไปลอนดอนด้วยเลย เจสชอบอกชอบใจ และดูท่าเหมือนจะเอาจริง ก็เธอกะลัง head over heels in love ( แปลว่ารักแบบหัวปักหัวปำ อะขอแอบทบทวนบทเรียนidiomของวันนี้หน่อยนึง มีสาระนะยะ blog นี้อะ) กับนักร้องหนุ่มชาวอิตาลีของเธออยู่หนะซิ ชีเอารูปมาอวดทุกวัน ส่งsmsตลอดเวลา ก็ชีรักของชีอะนะ เจสอะดูๆไปก็เหมือนน้องแก้วมากๆ หน้าตาดี รักเด็ก และแสนจะภูมืใจในแฟนตัวเอง เชอะ… 555 อะนะ สรุปว่าเราจะยกโขยงกันไป shopping ที่ London พรุ่งนี้ เอ่อ…แล้วจะแอบเก็บรูปหนุ่ม nerd มาให้ดูกัน อิิอิอิอิ
8 comments September 21, 2007
Hello England no.6
ฝนเทลงมา เทลงมา ๆ แหง๋หละฝนตกอะดิขณะที่นั่งเล่าเรื่องอยู่เนี่ย โหเอาซะหนักเลย แต่โทษทีแดดออกซะงั้น เออ เอากับเค้าดิ อากาศ วันนี้คื่นสายนิดหน่อย เพื่อนมาพบว่าห้องน้ำวันนี้อุ่นกว่าทุกวัน อะ เค้าเปิด heater อะ แต่ไมเปิดแต่ในส้วมหละ ในห้องชั้นทำมายยยยยย ไม่เปิด…นั่งผิงอุ่นๆซะเพลินเลย กะว่าถ้ามันหนาวมากนักคืนนี้จะหอบผ้าหอบผ่อนมานอนในส้วมมันซะเลย แก้มัน…
วันนี้เจอหนุ่ม badboy หนึ่งคน จริงๆเจอมาหลายครั้งแล้วแต่วันนี้เค้าช่างดูสะดุดตาที่สุดด้วยเลื้อกันหนาวแบบมีฮูต ฮีสวมฮูตตลอดเวลา ปิดบังบางอย่างที่ไม่อยากให้ใครเห็น อะหรือว่าหัวล้านวะ อืมมม…ไม่รู้ดิ รู้แต่ว่าน่ารักดี แอบถามเจสว่ารู้มั้ยว่าหนุ่มคนนั้นเป็นใคร เจสว่าน่าจะมาจากสเปน ว้าว….แต่โรซี่ผู้รอบรู้หันมาบอกว่า ฮีมาจากตุรกี ว้าว….ว้าว…ว้าว…โอวววว…เหมือนฟ้าประทาน กูกตับฉันแถมยังถูกใจพ่อไปด้วยในตัว ไม่ต้องเสียเวลาปรับตัว ไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ 555 ไม่อยากเชื่อว่าตุรกีมีหน้าตาแบบนี้เลย แต่ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นครับท่านผู้อ่าน ไม่ต้องลุ้น ฮียังคงเดินอวดหล่อไปเรื่อยๆ ทั่วโรงเรียน จบเรื่องเร้าใจประจำวัน
อะ วันนี้เจสจะไปทำสีผิวหลังเลิกเรียน ชีอยากได้สีผิวอย่างฉันมากถึงกับยอมลงทุนจ่าย 6 ปอนด์ เพื่อนอนให้ ultraviolet แผดเผาแค่ 3 นาที อืมมม…พรุ่งจะได้เห็นกันว่าคุ้มราคารึป่าว เธอบอกว่าเธอเคยทำประจำประมาณเดือนละสองครั้งที่บ้านของเธอ เพราะเธอไม่ชอบสีผิวขาวจีดของเธอ เออนะแปลกดี โลกนี้มีอะไรสองด้านเสมอ
ตั้งใจจะไปเดินสำรวจเมืองซะหน่อยหลังเลิกเรียน ฝนฟ้าดันไม่เป็นใจ ลมก็พัดมาขู่กัน ว่าฝนจะตกแล้วน้าาาา อะไรทำนองเนี้ย เลยตัดสินใจกลับบ้านดีกว่า แต่ก็แอบแวะเก็บเรื่องราวระหว่างทางมาฝากด้วย คือเส้นทางที่เดินทุกวันนั่นแหละ แต่วันนี้เดินแบบ บายๆ ไม่มีน้ำผลไม้ให้หอบหิ้ว ไม่ได้รีบร้อนอะไร ปล่อยไปตามแรงลมมากๆ แวะหลายที่ ที่ไม่เคยแวะ พักหลายครั้งทั้งที่เคยเดินแบบม้วนเดียวจบ วันนี้เลยได้พบว่า Brighton เนี่ยน่าอยู่แค่ไหน ห้อมล้อมไปด้วยสวนสาธารณะ ผู้คนจะพาสัตว์เลี้ยงมาวิ่งเล่น เด็กๆดูจะมีความสุขที่สุด ว่ิงเล่นในพื้นที่สีเขียวกว้างๆ แอบคิดถึงนังตัวแสบ ถ้าชีอยู่ที่นี่คงใส้แตก คงจะต้องหอบจักรยาน kitty สีชมพูมาพุ่งทะยานท้าลมหนาวกันเลยทีเดียว ชุ่มชิ่นหัวใจจริงๆ ขากลับกลายเป็นชุ่มฉ่ำเชวเหละ ก็ฝนเจ้าเทลงมาซะงั้น เฮ้อ….
ปล. แม่จ๋า…พ่อจ๋า…วันนี้ใช้เงินไปปอนด์เดียวเท่านั้น เนื่องจากเก็บของเก่ากินเลยไม่ต้องจ่ายอะไรกับมื้อเย็น เก่งมะ อะอย่าแอบไปภูมิใจกันยังง้านนนนน… 555
6 comments September 20, 2007
hello England no.5
หนาวววววววว……..วันนี้หนาวกว่าเมื่อวานรึป่าว BBC บอกว่าไม่มากกว่า แต่ลมครับ ลมพัดมาได้ไม่เกรงใจกระดูกเลยว่ามันปวดร้าวแค่ไหน สะเออะสระผมด้วยอะวันนี้ โห…ไม่มีไดรท์เป่าผมนี่ได้ข่าว ยังไงหละ..ปล่อยให้แห้งกับลมหนาวกันเลยทีเดียว ขี้มูกยืดตลอดเส้นทางสายไหมเลยเพื่อนเอ๋ยยยยย…..กว่าจะถึงก็เป็นสายยยยยยย
วันนี้นั่งเรียนกับเพื่อนสาวแสนสวยเหมือนเดิม แต่มีหนุ่มจีนท่าทางพิกลมาดอดย่องนั่งข้างเจสคนสวย แหมมันใช้ได้เลย ทำเป็นชวนคุยนั่นคุยนี่ หลอกชี้ชวนดูหนังสือ อะแนะ ทำเป็นโอบเจสเฉยเลย รู้ทันครับท่านผู้อ่าน เนี่ยมันฟอร์มหมาแก่ชัดๆ ชอบเจสชัวร์…(งานนี้ไม่มีอิจเพราะหน้าไม่ผ่าน น้องเค้า nerdๆ แว่นตา กับ swether หนะไม่แนวๆๆ)
กลางวันวันนี้เราก็มุ่งหน้าไปร้านเดิมเพราะทุกคนพร้อมใจกันรักของถูก…. greggs ร้านที่เก้บอกหมาไม่แตก แต่พวกเราแดกกันเพลินเชววววว…ฮาริกะมาแจมด้วยวันนี้เนีื่องจากคงไม่อิ่มจากขนมที่นั่งกินตั้งแต่เช้า ฮาริกะจะมีอะไรให้กินตลอดเวลา วันก่อนเห็นเธอยกนำ้มาดื่ม ขวดสวยดีถามว่าซื้อที่ไหน โอววว marks & spencer ครับบบบบบบ ท่าทางจะเข้ากันได้ดีกับเพื่อนเก้ 555
นั่งรับประทานกันอย่างโดดเด่นเนื่องจากสวยหมดทุกคน 555 ฝนเทลงมาคะ วิ่งเลย หูตูบเลย ยิ่งวิ่งยิ่งเพิ่มแรงลมมากขึ้นอีก อะไรกันนักกันหนาเนี่ย กลับมาถึงโรงเรียน เจสบ่นหิวอีกละ อะนะเด็กกะลังโต เอ๋…ความจริงก็ไม่เด็กนะ เพราะ 26 แล้ว ชั้นบอกว่าชั้นอะ 30 แล้ว ไม่มีคนเชื่ออีกแล้ว แหม…มาบอกว่าน่าจะประมาณ 22 ป้าก็หลงลอยไปเลย เห็นมั้ยว่าเลือกคบคนไม่ผิด 555
วันนี้เรียนเรื่อง verb ที่ตามด้วย out แล้วความหมายจะเปลี่ยนไปเป็นคำใหม่ แม่เจ้ายากโคตร ใครจะไปจำได้หมด อ๊ะ..เพิ่งรู้ว่า make out แปลว่า have sex จำได้ไม่กี่คำหรอก แหมดันจำได้คำนี้อะ
อากาศไม่ดีเลยวันนี้ ก่อนกลับแวะไปtescoก่อน ซื้อหาอะไร cheap ๆ มาประทั่งชึพอีกแล้ว ทำไมนับวันหนทางมันยิ่งไกลออกไปทุกวันนะ ขากลับเนี่ยเรียกเหงื่อดีนักแหละ เพราะบ้าน host อยู่บนเนิน ตอนเช้าจะยังไม่รู้สึกหรอก เพราะแนวลาดลงอะ แต่ขากลับย้อนแรงดึงดูดหวะ แฮ่กเลย แล้วดันทะลึ่งหอบน้ำผลไม่ลดราคามาอีก 3 กล่องอะ รุ่นกล่องใหญ่เลยนะ ซื้อ 3 ถูกกว่างัย หอบซิครับ…..กลับถึงบ้านซัดนมบูดไปอีกอึกใหญ่ เนื่องจากไม่ได้แช่ตู้เย็นอะ มั่นใจว่าอากาศเย็นพอ แต่มันไม่พออะ บูดแบบรุ่นนมเปรี้ยวเลย เซ็งสุด….ดันออนไลน์เจอคุณนายเก้ เห็นบอกว่ากำลังจะทำ “กุ้งชุปแป้งทอด” น้ำลายไหลย้อนมาปนกับนำ้ตาเลย อยากกินนนนนนนนนน….บอกมันว่าให้คิดถึงกันมั่งยามจะทิ้งหางกุ้งลงถัง ว่ายังมีเพื่อนผู้หิวโหยอยู่ที่ริมทะเลที่ brighton เนี่ยอีกคนนึง 5555 หัวเราะทั้งน้ำตา บ้าไปแล้วววว
ปล. วันนี้เป็นวัน International Talk Like A Pirate Day เราควรพูดภาษา pirate กันสักหน่อย เอาละนะ
“ahoyy mutta” = hello my friend
อืมม…คิดว่าน่าจะพูดถูกนะ เอาน่าถ้าผิดก็แต่เพื้ยนเสียงนิดหน่อยเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ยังไงก็ pirate
7 comments September 19, 2007
Hello England no.4
บรื๋ออออ…อออ หนาวอะพ่อจ๋า โทรไปหาพ่อเมื่อคืนตอนที่ตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะร่างกายสั่ง ก็มันหนาวเกินกว่าจะข่มตาหลับได้อะ บอกพ่อว่าประหยัดแค่ไหนที่ใช้่เงินเพียงวันละ 5 ปอนด์ พ่อบอกว่าถ้าไม่ไหว มันหนาวมาก กลับบ้านมั้ย อ้าววววว…ร้อนขึ้นมาทันทีเลย เอะอะ เรียกกลับบ้านทุกที เฮ้อ….หลังจากเสริมความอุ่นด้วยเสื้อหนาว ลองจอน ถุงเท้าสองคู่ ถุงมิือที่พี่ชายให้มา กับหมวกที่โมยน้องนามา ก็หลับๆตื่นๆต่อไปได้จนกึงเช้า
หนาวแค่ไหนก็ต้องอาบ หลักหนามยอกเอาหนามบ่งยังคงใช้ได้ เกือบสายวันน้ีเพราะรอต่อคืวยูจินอยู่นานพอสมควร วันนี้อากาศจะหนาวถึง 8 องศา แม่เจ้ามืน่าฉันถึงนอนไม่หลับ วันนี้เลยเต็มที่เลยยัดเสื้อซะหนาเลย กว่าจะเดินถึงโรงเรียนเล่นเอาเหนื่อยเลย หายใจหอบๆเป็นควันเลย เริ่มเรียนตอน 9.00 น. เรื่อง passive กับจอคอมพิวเตอร์ jessica กลายมาเป็นคู่หูในห้องของฉันซะแล้ว เนื่องจากความงามสูสีกัน 555 เจสเป็นคนสวยนะ สำหรับฉัน หน้าเธอคมๆ แบบลูกครึ่งอืตาลีกับอะไรสักอย่าง หน้าตาเปรียวเฉี่ยว แต่พอเรียน idiom เรื่องความสัมพันธ์ เธอกลับบอกว่าต้องใช้เวลาในการศึกษาคู่เดทสักคนนานกว่าคนอื่นๆในห้อง ออกแนวสวยแต่ใจไม่ถึง ชั้นบอกวันนึงก็รู้แล้วว่าใช่ไม่ใช่ แต่เจสบอกต้องให้สัก week อะ เหยยยยย….คุยกับ เคนตะ หนุ่มญึ่ปุ่นสุดแนว ฮีบอกว่าที่ Brighton มีงานเกย์พาเหรดซึ่งเพิ่งหมดไปเมื่อเดือนที่แล้ว เสียดายที่พลาดหวะ แต่เอ๋เดี๋ยวก่อน เคนตะ ไปร่วมงานกับเค้าด้วยอะ เย้ยยยยยย!!! สงสัยเทียนอย่างเดียวไม่พอซะแล้วพี่อ๊อดดดดดด…. 555
ตอนเที่ยงเดินไปหาอะไรกินกันblockข้างๆโรงเรียน บรรยากาศดีนะวันนี้ แดดแรง โรซี่ คือคู่หูของเจสที่กล่าวถึงเมื่อวาน จำได้มั้ย สองคนมีความสุขมากกับการนั่งตากแดดพร้อมกับแซนวิสชิ้นเขื่องในมือ แต่ฉันซิถ้ากินช้ากว่านั่นอีกสักสิบนาทีมีหวังดำกลืนไปกับเก้าอี้อะ
ก่อนถึงเวลาเรียนภาคบ่าย เจสอยากจะเบิกเงินเพื่อว่าเย็นนี้เราจะไปช๊อปกันที่ Brighton shopping center เจสค่อนข้างงงกับการใช้เครื่องเบิกเงินอัตโนมัติของธนาคาร เธอบอกว่าไม่เคยเบิกเงินกับเครื่องมาก่อน ตกลงชีมาจาก อิตาลี แน่ป่าววะเนี่ย ฉันแอบคิดในใจ 555 เดินกันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ทั้งที่ฉันพยายามบอกหล่อนแล้วว่ามันเบิกได้แต่เธอต้องเสียค่าบริการ แต่ดูเหมือนเจสจะไม่เข้าใจ สุดท้ายเธอก็ได้เงินมาพร้อมสลิิปที่โชว์ว่าค่าบริการจะถูกหักจากธนาคารของเธอที่อิตาลี เอ่อ…เหมือนเธอสบายใจขึ้นเมื่อรู้ว่าชาวอิตาลียังคงคุ้มครองเงินของเธอเหมือนเดิม 555
ไปเดินช๊อปที่ร้าน the primark ของถูกจริงๆนะ แบบรองเท้าคู่ละ 6 ปอนด์ เสื้อกล้ามตัวละ 1 ปอนด์ก็มี แต่ตาดีได้นะเพราะของมันก็มีคละกันไป เจสได้บูทไปคู่นึง ซึ่งเป็นคู่ที่ฉันเองก็เล็งเอาไว้แต่ เธอปรึกษาอะว่าเอาคู่ไหนดี ที่อยู่ในมือเธอหรือมือฉัน ฉันเลยยกให้เธอไปอะมันราคา 12 ปอนด์
แต่แล้วเราก็ได้กางเกงยีนส์ ตัวละ 5 ปอนด์มาอีกคนละตัว โรซี่ ได้มาแต่ผ้าขนหนูหนึ่งผืน ฉันว่าโรซี่เป็นผู้หญืงที่เรียบร้อยมาก เธอพูดอังกฤษได้ไม่ทันเจส และเธอก็คอยตามดูแลเจสตลอดเลย น่ารักดี เออ..ตอนเราไปลองกางเกงที่ร้าน ร้านนึง มีวัยรุ่นสาวชาวอังกฤษคนนึง เอ่อ.. นึกออกมั้ยว่าผู้หญืงผมบลอนด์ท่ีดูไม่ค่อยฉลาดอะมีลักษณะยังไง… ยังไง ยังงั้นเลย ชีลองชุดแล้วชุดเล่า เหมือนมีแค่เธอคนเดียวในโลกนี้ที่ต้องการลองเสื้อผ้า ฉันกับเจสและคนอื่นๆยืนรอกันอีกโขยง ชีก็มองไม่เห็นใครนอกจากตัวเองที่ไม่สวยเลยในกระจก แต่หน้าชีมั่นใจมากว่าสวยอะนะ น่าสงสารหวะผู้หญิงแบบนี้ ชุดที่ชีเลือกแต่ละชุดนะสุดตีนอะ แบบใช่เลย เหมือนแถว นานา บ้านเราอะ มีเพื่อนคอยเชียร์อีกคนนึงหน้าห้องลอง เพื่อนก็พอกันอะ หนาวจะตายมันใส่กระโปรงสั้นเห็นแก้มก้นกันเฉยเลย แถมคว้านบน หล่นออกมาครึ่งเต้า…เวรรรรรแท้ๆ
ขากลับเรานัดแนะกันว่าวันเสาร์จะมาตะลอนแถวนี้กันอีกทั้งวัน ซึ่งฉันก็ตอบตกลงไปแล้ว
ก่อนจากกัน แอบถามเรื่องผู้ชายอิตาลีเผื่อเพื่อนมาด้วย เจสบอกว่าผู้ชายที่มาจากทางเหนือมักจะดีกว่ามาจากทางใต้ ไม่รู้ผู้ชายของเพื่อนมาทางไหนวะ ทางฟ้าหรือดำดินมาวะ 555
ปล. เอ่ยปากบอก host ว่าหนาวมากขอเปิด heater ได้มั้ยแต่เหมือนกลายเป็นตัวประหลาด เพราะเค้าบอกว่าที่อังกฤษ ไม่มีใครหนาวตอนเดือนกันยายนกันหรอก และก็ไม่สามารถเปิดได้ เพราะมันจะเปิดทีเดียวแบบทั้งบ้าน เปิดเฉพาะห้องเค้าทำไม่ได้ เวรรรรกรรม เลยได้ผ้าห่มมาเพื่มอีกผืนแทน แล้วเค้าก็ให้ยืม heater แบบเคลื่อนย้ายได้มา แต่ย้ำมาว่ามันแพงนะ อย่าเปิดทั้งคืน โหก็มันหนาววววววว นี่หว่า ไม่ใช่คนแถวนี้โว้ยยยยยยย…ติดคนเดียวไม่ได้บอกเค้าหรอกนะ ได้แต่ ok ok and sorry sorry หวะ
3 comments September 18, 2007
Hello England no.3
วันแรกของการเรียน ตื่นแต่เช้าเพราะอาการสับสนเรื่องเวลาเมื่อคืน หลับไปตอน สี่ทุ่ม ตื่นมาตอน ตีสอง เวลานอนตอนอยู่เมืองไทยชัดๆ ได้คุยกับน้องนานิดหน่อยเมื่อตอนตีสอง ได้ข่าวว่าหลานไม่ถามถึงเลย อืมมม เด็กเนี่ยลืมง่ายจริงๆ โดยเฉพาะเด็กอย่างนังหนูมี่เนี่ย ถ้ามีเพื่อนเล่นหละก็ลืมทุกสิ่ง
ได้ขนมปังสองแผ่นเป็นมื้อเช้าจาก mrs. Penny เจ้าของบ้านก่อนเดินไปโรงเรียน วันนี้หนาวกว่าเมื่อวาน และคาดว่าจะหนาวขึ้นเรื่อยๆ บรื้อออออ…เดินตอนเช้าคึกคักดี ผู้คนเดินกันขวักไขว่ บรรยากาศกระปี้กระเป่าดี มาถึงแล้วโรงเรียนของชั้น LSI ไม่เหมือนท่ีคิดไว้เลย เนื่องจากมันไม่ได้ใหญ่เหมือนโรงเรียนที่ได้รับมาตรฐานเลยซักนิด ก็แต่ตึกๆเดียวเท่านั้น เดินเข้าไปด้านในมีนักศึกษาต่างชาติมากมาย โดยเฉพาะญี่ปุ่นกับเกาหลีจะเยอะที่สุด ตามด้วยตุรกีและชาวยุโรปประปราย ชั้นเป็นคนไทยคนเดียวในทุกห้องเรียน อาจเรียกได้ว่าคนเดียวในโรงเรียนก็ว่าได้
ได้เพื่อนใหม่ที่มาเป็นวันแรกเหมือนกัน 3 คน เป็นชายชาวเกาหลี 1 คน ชื่อ ชิน และ สองสามีภรรยาชาวสเปนอีก 1 คู่ ชั้นคุยกันถูกคอกับ มาริซัล เพราะเธอเป็นคนช่างพูด ส่วนสามีไม่เก่งภาษาอังกฤษเลยไม่ค่อยได้คุยกัน แต่ทั้งสองคนก็ nice มากๆ เราไม่ได้เรียนระดับเดียวกันเพราะ มาริซัล เลือกเรียน ภาษาอังกฤษเพื่อbusiness ชินกันอาเบ สอบได้ระดับเดียวกัน ชั้นได้เข้าชั้นเรียนกับเพื่อนระดับเดียวกันหลายเชื้อชาติมากๆ หนุ่มชาวญี่ปุ่นคนนึงเหมือนหลุดออกมาจากmagazine หน้าตาน่ารักดี แต่งตัวเงี้ย ญี่ปู้นญี่ปุ่น แต่ฮีก็ nice กับชั้นนะ อาริกะ เป็นอีกคนที่คุยกันชั้นในชั้นเรียน มีหนุ่มชาวเกาหลีขี้เก๊ก 1 คนที่นั่งข้างชั้นตลกดี เพาะฮีทำท่าเหมือนเป็น bad boy ตลอดเวลา ชั้นมาสนิทกับ jessica และเพื่อนอีกคนของเธอ ซึ่งชั้นเองก็ยังจำชื่อไม่ได้
ทั้งสองมาจาก อิตาลี น่ารักดี สองคนเป็นเพื่อนกัน อยู่hostเดียวกัน แถมยังแต่งตัวคล้ายกันมาก นึกถึงส้มเลยนะ เป็นเพื่อนกันมานานมาก jessica จะดูคล่องแคล่วและพูดมากกว่าอีกคน เธอชวนชั้นว่าถ้าเหงาไม่มีอะไรทำก็มารวมกลุ่มกันได้นะ สองคนนิยมการเดินเล่นมากๆ ชั้นก็ว่าดีเหมือนกัน เพราะเธอบอกว่าweekendนี่จะเข้าลอนดอนกัน ชั้นก็เลยสนใจ อาจได้ไปทัวร์ด้วยกัน แบบประหยัด เพราะทั้งสองก็นิยมการประหยัดเช่นกัน
คอร์สเรียนตอนบ่ายไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่เพราะอาจารย์เหมือนยังเด็กมากและไม่มีการสอนที่ช่วยให้หายง่วงได้เลย จบคลาสไปอย่าง งงๆ จะกลับอยู่แล้ว ดันเจอ มาริซัลกับสามี สองคนชวนชั้นไปเดินเล่นที่ชายหาด ก็เลยไปกับเค้า เออใจง่ายมากๆ เมื่อตอนเช้าสองคนเนี่ยก็ชวนไปร้านกาแฟ พาลเสียไปตั้ง 2.50 ปอนด์กับ hot chocolate with whipping cream คือตอนแรกมองแล้วว่าเออ 1.99 ปอนด์ เอาก็เอาวะ ต้องการสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ พอคนขายถามว่าเอาครีมมั้ย ก็นึกว่าฟรี เอาคะเอา yes please…..เหอ…พอเรียกเก็บตังค์เท่านั้น 2.50 ปอนด์คะ เซ็งเลยตู…อะกลับมาเรื่องเดินเล่นต่อ ก็เดินไปชมชายหาดมา ชายหาดที่เต็มไปด้วยก้อนหินก้อนกรวดอะ ไม่มีทรายสักแอะ เทียบไม่ได้เลยกับบ้านเราอะ
ขากลับเดินไป tesco อีกแล้ว หาของถูกมากินจ่ายไปอีก 2.18 ปอนด์ ด้วยเครื่องคิดตังค์อัตโนมัติ คือ ถ้าเราซื้อไม่เกิน 4 ชิ้นเนี่ยเราต้องช่วยตัวเองอะ ก็สนุกดีเหมือนเป็น cashier เองเลย ขากลับเดินมาเจอ แมวอ้วนตัวนึง น่ารักมาก เจ้าของเป็นคุณพ่อลูกติด ชื่อ nick คุยกันนิดหน่อยเรื่องแมว นึกถึงพี่หนุ่ยผู้ใช้แมวเป็นอาวุธในการลวงสาวขึ้นมาซะงั้น 555
ผู้คนที่นี่น่ารักดีนะ คนที่เดินผ่านชั้นก็ยิ้มแย้มเจ่มใสดี หลายคนยิ้มให้่ บางคนเหมือนเขินที่จะยิ้มก็ทำเป็นมองเลยๆไป ส่วนใหญ่ก็เป็นคนแก่ที่จะยิ้มอย่างไม่ขัดเขิน ถ้าเป็นหนุ่มๆ ก็จะมองเลยๆนิดนึง คงกลัวเราคิดว่าซีกอ แต่รวมๆ วันนี้ผู้คน เพื่อนใหม่ต่าง nice กับชั้นทั้งนั้น เริ่มชอบ Brighton ขั้นมาซะแล้ว
ปล. กลับมาฟาด มาม่าไป 2 ห่อหลังจากไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันตั้งแต่เมื่อวาน จุกเลย เอ่อ….
7 comments September 17, 2007