Archive for October, 2007
Imy ที่รัก
เมื่อวานคุยกับแม่อัยมี่
ได้ยินเรื่องราวพัฒนาการทางด้านสมองของหลานแล้วอยากจะกรี๊ดดดดด
เดี๋ยวนี้ชี ขี้งอน ขี้น้อยใจ ขี้บ่น ขี้เหงา ขี้สงสัย ขี้เล่น (คือเล่นทั้งวัน)
ช่างประชดประชัน ช่างถากถาง ช่างกิน (แต่ไม่อ้วน) ช่างเจรจา
ช่างอยู่ไกลกันเหลือเกินมี่เอ้ยยยย….
ชีเป็นคนเดียวในบ้านที่ทำให้นำ้ตาไหลไปพร้อมกับหัวเราะในเวลาเดียวกัน
เวลาที่คิดถึง เหมือนตอนนี้ :’(
24 comments October 29, 2007
ไปทำซ่า ที่บ้านนากิซ่า :)
เสาร์นี่เราไปดูงาน jewelry exhibition ของพี่สาว นากิซ่า (เพื่อนใหม่ชาว อิหร่าน หน้าตาสวยคมตามประสาแขก อิอิอิ) ที่ West Worthing กันมั้ย โหไปดิไป ชอบ ชอบ exhibition อะ
ตื่นมาแต่งตัวแค่เช้า แม้ว่าเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปดี 2 อีกแล้ว เพราะเนื่องจาก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เจส ของเราเดินทางเข้าลอนดอนเพื่อพบกับแฟนหนุ่มนักร้องดังชาวอิตาเลี่ยนของเธอ ป้าโรซี่เลยเหงาเปลี่ยวจิต ร้องบอก “ออกข้างนอกกันเหอะคืนนี้” อะจ๊ะ ไปก็ไป ชั้น โรซี่ และ ซูน (หนุ่มน้อยหน้าตี๋แดนกิมจิ) ออกเดินกันตั้งแต่สามทุ่ม ซูนพาเราเดินเลาะเลียบชายหาด สุดแสนโรแมนติกแต่หนาวโคตรอะคะ ลมทะเลพัดประทะหน้าชาไปเลย เราเดินร้องเพลงกันสนุกสนานเพราะซูน มีความตั้งใจจะเรียนร้องเพลงทุกชาติทุกภาษา ฮีเลยขอร้องให้ชั้นร้องเพลงไทยและฮีก็บันทึกเอาไว้ในคอมพิวเดตอร์พกพาของฮี ชั้นสอนฮีร้องเพลง เป็ด ก๊าบๆๆๆ 555 เดินไปร้องไป เอ่อ นานแล้วนะ “เมื่อไหร่จะถึงอะซูน” “อ้าาาาาา..(ตามประสาชาว เกาหลี ต้องอ้าาา ก่อนพูดไม่รู้ทำไมเหมือนกัน 555) ไอ ด้อน โน. ไอ ไม่เคยมาเหมือนกัน” “อ้าวววววววววว” คือเรื่องของเรื่องเนี่ย โิฮสมัม ของโรซี่แนะนำผับนี้เพราะเป็นผับที่มีคอนตรีสด และเป็นผับที่ใหญ่มากที่นึง แต่เราเดินกันอยู่นานสองนานก็ไม่เจอ สุดท้ายชั้นถอดใจ “ยูอยากไปผับใหญ่ๆหรือเล็กๆ” ซูนถาม “ใหญ่” ป้าซี่ตอบ สุดท้ายเราเลยกลับมาร้านที่เราเคยมานั่งกันสามคนเมื่อวีคที่แล้ว 555 ป้าซี่ผิดหวังเล็กน้อยแต่เมื่อยจนเดินต่อไม่ไหวแล้ว ขณะที่ชั้นกะลังรายงานข้อมูลของหนุ่มน้อยของเธอให้เธอฟัง ผีหลอกกกก ฮีเดินผ่านหน้าร้านเราไป เหมือนนัดไว้ โรซี่แทบอยากจะเปลี่ยนร้านทันที แต่ไม่ทันแล้วป้าเอ้ยยยย เพราะซูนสั่งเบียร์นั่งรออยู่ข้างในแล้ว อดไป แต่เราก็คุยกันสนุกสนาน เพราะซูนเป็นคนขำๆ รับมุกชั้นได้ทันท่วงที ผ่านอะคนนี้ รับเข้าคณะได้ 555
กลับมาที่งาน exhibition กันต่อ ชั้นอะแต่งตัวอยู่นานมาก เพราะคิดว่าไปงานแบบนี้ต้องเรียบเก๋นิดนึง แต่พอไปถึง เฮ้ย…..มันเป็นบ้านของ นากิซ่า เท่านั้นเอง ไม่เได้เป็น แกลอรี่ ที่ไหน เอ่อ แล้วมันก็ไม่ใช่ exhibition ตัดริบบ้ินอะไร มันเป็นงานเครื่องประดับเงินที่พี่สาวเธอทำเอง แล้วต้องการเปิดให้คนรับรู้ เผื่อขาย เพราะเธอกะลังสร้าง brand ของเธออยู่ ชั้นเห็นงานแล้วอยากจะบอกไปตรงๆ เลยว่าดีไซน์แบบนี้ที่บ้านชั้นทำกันเกลื่อนแล้ว คือมันไม่แปลกแล้วก็ไม่โดดเด่นพอที่จะบ้ิวแบรนด์อะ ชั้นเลยทนไม่ได้ พอเค้าถามความคิดเห็นก็เลย บอกเค้าไป ไม่รู้เค้าจะคิดว่าเราเสือกอะป่าว แต่วิญญาณผีโฆษณาเข้า จึงแนะนำเค้าไปเล็กน้อยแบบอ้อมๆ เพราะถ้าให้พูดตรงๆ คงบอกว่าไปลองหาดูงานให้เยอะกว่านี้อะน้อง เพราะนี่มันธรรมดา ม้ากกกก แต่ฝีมือดีนะ งานละเอียดดี แต่ชั้นว่าขาดไอเดียอะ โบเฮ เพื่อนสาวชาวเกาหลีตั้งใจจะช่วยอุดหนุน แต่ราคาสู้ไม่ไหวจริงๆ สร้อยเส้นละ สามสิบห้า ปอนค์อะ ก็เลยไม่ได้ซื้ออะไรกันเลย ท่าทางพี่สาวเธอจะผิดหวังเล็กน้อย แต่เราก็ไม่สน 555 คือมันไม่ไหวจริงๆ ถ้าแบบประมาณ สิบปอนค์ เนี่ยชั้นว่า โบเฮ คงซื้อไปแล้วหละ เรานั่งเม้าท์กันจน สี่โมงเย็น เนื่องจาก โบเฮ เป็นสาวชาวเอเชีย ที่มีข่าวมาเล่าให้ฟังตลอดเวลา เธอขี้เมาท์มากๆ ชั้นกับโรซี่เหมือนนั่งดูรายการ discovery อะ เพราะเธอรู้เรื่องคาวๆ ของนักเรียนแทบทุกคนในโรงเรียนเรา งง ไปเลยชั้นเพราะ ชั้น โรซี่ เจส เราไม่เคยพูดเรื่องคนอื่นมาก่อน งานนี้ชั้นกับโรซี่ เงียบไร้บทบาทไปเลย 555
4 comments October 28, 2007
welcome to Babylone
ไปมาแล้วค้าาาาา dance มาแล้ว ว้าววว ไม่ต้องจ่ายแพงเหมือนที่คิด Babylone คือชื่อของ pub ที่ฟรีค่าเข้าทุกวันพฤหัส สำหรับนักศึกษาต่างชาติ คือเราโชว์บัตรนักศึกษาแล้วก็เข้าได้เลย เราไปกันสามคนเหมือนเดิม แต่ไปเจอเพื่อนนักเรียนที่นั่นจำนวนมาก รวมทั้งพ่อรูปหล่อเตอกี้ของชั้นด้วย อิอิ เราเมาดิบกันอีกแล้วค้าาาาา หลังจากเรากระโดดขึ้นไปบนฟลอร์ ป้าโรซี่ก็ทำเอาเราช๊อคเนี่องจากเห็นป้าหงิมๆ แต่ป้าเต้นกระจายอะคะ ผิดกับเจส ที่เหมือนจะเปรี้ยวเฉี่ยวแต่กลับไม่มีทักษะการเต้นเลยแม้แต่น้อย เจสได้แต่ยืนขยับตัวยึกๆยัก ๆ ซ้ายนิดขวาหน่อยเท่านั้น พอไม่น่าเกลียด ชั้นก็เต้นพอเป็นพิธีไม่มันส์เท่าไหร่เพราะพ่อหนุ่มนั่นมา รวมเป็นกลุ่มเดียวกับเรา ทำให้ต้องรักษากริยานิดนึง พยายามจะเต้นลาตินแต่ไม่รอด มันเขิน ก็พ่อหนุ่มนั่นหนะซิ ทำขาแข้งแข็งพันกันไปหมด สุดท้ายฮีเลยไปเต้นกับป้าโรซี่เท้าไฟของเรา ท่าทางฮีจะ enjoy มากๆ แต่ไม่ละความพยายามที่จะเทรนชั้นให้เป็นสาวลาตินผู้ร้อนแรง แม่งกูเต้นไม่เป็นโว้ย…คือเพลงมันไม่แนวเลยอะ ส่วนใหญ่เป็นเพลง สเปน ตุรดี และก็ ลาติน ถ้าเป็น ป้าติ๊นา บอดี้แสลม ที่กิ๊กะไบท์ หรือ 70’s bar หละก็เจอก้านนนนน…ขึ้นโต๊ะทุกครั้งครับขอโทษ 555
กะลังฝึกเต้นเพลินๆ หันไปเห็นเจสทำหน้าเบื่อโลกทุกครั้ง เพราะชีไม่ชอบเต้น ทำเอาชั้นกับโรซี่ งงเพราะเจสร้องอยากไปเที่ยว disco อยู่บ่อยๆ ทั้งที่ชีไม่ชอบเต้นเนี่ยนะ ประหลาดมาก สุดท้ายเราเลยขอตัวกลับกันก่อน อีกหนึ่งเหตุผลคือ เนื่องจากหนุ่มน้อยรูปหล่อที่โรซี่ได้แต่แอบมอง เที่ยวเต้นกับสาวคนนั้นทีคนโน้นที ทำเอาป้าซี่ของเราชอกช้ำอยากจะกลับไปซุกหมอนร้องให้ที่บ้านซะให้ได้ แต่เมื่อเราเดินออกมาถึงทางออก หนุ่มน้อยของป้าเค้าก็กำลังจะกลับเหมือนกัน เลยโป๊ะเช๊ะ ถามไปถามมาน้องเต้าอยู่บ้านทางเดียวกับชั้นเอง ดีใจโคตรอะชั้น เพราะไม่อยากเดินกลับคนเดียวตอนตีหนึ่งเท่าไหร่ ป้าโรซี่ของเราได้แต่ม้วนไปม้วนมาไม่กล้าจะมองหน้าน้องเค้าเล้ยยยย หลังจากแยกกันชั้นก็เลยทำหน้าที่นักสืบตามที่เจสมอบหมายทันที ชั้นถามข้อมูลทุกซอกทุกมุมเพื่อโรซี่ แต่เรื่องที่ซ๊อคที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องอายุของคุณน้อง “เอม ทะเว้นดี้ เยียร์ โอว์ด”….โอ้ววววววว แม่เจ้าอะไรจะเด็กขนาดนี้ หน้าฮีนี่น่าจะประมาณสัก 25 ขึ้นไปอะ แต่ความช๊อคของชั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความช๊อคของฮี เนื่องจากฮีคิดว่าชั้นน่าจะอายุ ประมาณ 18 ปี 55555 อยากจะหัวเราะให้หิมะตกกันไปเลย หน้าน้องเค้าซีดมากเมื่อรู้ว่าป้า นั้นอายุเท่าไหร่ กรีดร้อง “ไอ ด้อน บีลีฟ ยู” อยู่นานสองนาน ต้องขอยกความดีความชอบนี้ให้พี่ชายสุดที่รัก ทีไ่ด้มอบ ครีมใข่ปลาคาเวียร์กระบุกควาย มาให้บำรุงผิวพรรณระหว่างชุบตัวอยู่ที่นี่ (love u my bro…joob joob)
เดินคุยกันมาดีๆ ก็ได้ยินเสียงสำเนียงอังกฤษโคตร ตะโกนโหวกเหวกโวยวายตามหลัง เอาหละซิกู น่ากลัวโคตร เนื่องจากเส้นทางแสนเปลี่ยว จะใช่โจรมั้ยเนี่ย ชั้นมุดไปอยู่หลังฮีโร่น้อยอย่างอัตโนมัติ ชายวัยรุ่นผิวดำเดินมุ่งมาทางเราด้วยท่าทางเหมือนเมาๆ หนุ่มน้อยทำตัวกางใหญ่เพื่อข่มมันนิดๆ แต่พอเดินเข้ามาใกล้ๆที่ไ่หนได้ “ขอบุหรี่หน่อย” โห่ ทุเรศจริงๆ ซื้อเองไม่เป็นงัยวะ ชั้นนึกในใจ เพื่อนชั้นให้่มันไปตัวนึง ก่อนหันว่าบอกว่าไม่ต้องกลัว ไอมีปืน เย้ยยยยยยย……..เอ่อ ฮีล้อเล่นเท่านั้น แล้วไป…
สุดท้ายก็แยกย้ายกันไป ชั้นกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ประมาณ ตีสองหน่อยๆ เฮ้อ เหนื่อยมากกับการเดินไปลั้ลลา แต่เห็นว่าอาทิตย์หน้าก็จะไปกันอีก ไม่มีเข็ด 555
ปล. เช้าอีกวันเจสมาโวยวายว่าป้าโรซี่พาเดินกลับบ้านผิดทางเมื่อคืน เนื่องจากอาการประหม่าที่ได้คุยกับน้องหนุ่มในฝันของชี เฮ้อออ…ป้านะป้า
11 comments October 27, 2007
หมดแววใจแตก 555
เรื่องมันมีอยู่ว่า เพื่อนสาวชาวอิตาเลี่ยนทั้งสองคนของชั้น ผู้ไม่เคยต่างพร้อย โดยเฉพาะ โรซี่ ที่ไม่เคยดื่มเหล้่า เมามาย มาก่อนเลยในชีวิตนี้ พวกเรา คือชั้นกับเจส ตั้งใจกันว่าเราจะต้องมอมโรซี่ให้ได้ โดยการมัดมือชกเธอซะเลย ว่าเสาร์นี้เธอต้องเมาให้เราดู แหนะ คิดดูว่าชั้นกับเจสมีอำนาจขนาดไหน 555
วันศุกร์ เจสบอกว่าเราควรจะออกไปลัั้ลลาข้างนอกกันซะหน่อย เพราะเธอเครียดจากการสอบ ซึ่งเท่ากับเราต้องออกกันทั้งสองคืน ศุกร์-เสาร์ เอาวะไปก็ไป เจอกันสี่ทุ่มหน้าโรงเรียน เพื่อเดินทางไปด้วยกัน เดรียวตัวกันมาอย่างดี บัตรประชาชน บัตรนักเรียน พร้อม !!! มุ่งหน้าเดินฝ่าความหนาวสู่ Churchill Square แหล่งบันเทิงทั้งตอนกลางวันและยามกลางคืนของ brighton อากาศโคตรหนาว แต่งตัวผิดอีกแล้วชั้น รองเท้าบางๆ กับเสื้อกันหนาวที่ไม่อุ่นเอาซะเลย ทำให้เราถึงที่หมายอย่างหนาวสั่น ต้องการเข้าไปนั่งอุ่นๆ ในร้านใดสักร้านหนึ่ง เราเลือกร้านท่ี พี่รปภ. หน้าเหมือน Robert De nilo เมื่อชั้นยื่นบัตรประชาชนให้พี่ Robert พี่เค้าถึงกับงงว่า เอ่อ ไหนอะน้อง ปีเกิดอะ แหมก็นั่นงัย แกล้งทำเป็นไม่เห็นเพื่อตอกยำ้อายุกันรึป่่าว ต้องยำ้ตั้งหลายครั้งว่าเกิดปีอะไร แต่ในเมื่อปีเกิดที่โชว์ในบัตรประชาชนมันเป็น พุทธศักราช ก็ดูเหมือนว่า พี่เค้าจะไม่ยอมท่าเดียว เค้าอ่านภาษาไทยไม่ออก บอกกันจนถอดใจ สุดท้ายเราก็เดินจากพี่ Robert มาด้วยความเซ็ง และไม่ว่าร้านไหนๆ ก็คงไม่ยอมให้ชั้นเข้าไปแน่นอน ไม่เกี่ยวกับเรื่องหน้เด็กอะไรเลยนะ อิอิอิ แต่มันเป็นเรื่องของกฏหมายที่แน่นหนาของเค้าซะมากกว่า passport เท่านั้นที่เค้าต้องการ เราเลยเดินสำรวจไปเรื่อยๆ จนเจอ club ที่มีคนต่อคิวกันยาวเหยียดดดด มองตากันปริบๆ เข้าไม่ได้อะเพื่อนๆ ชั้นขอโตดดดดด…. โรซี่ น่าสงสารที่สุด เพราะหนุ่มหล่อชาวตุรกีที่เธอแอบมองมานาน ก็ยืนอยู่ในคิวนั้นด้วย ชั้นเสียใจจริงๆ แต่ไม่รู้จะช่วยเพื่อนยังไง เลยพากันไปนั่งร้านเหล้าที่เค้าไม่ตรวจบัตร ซึ่งก็เหมือนเช่นเคยเราสั่งนำ้ผลไม้มาดื่มแก้คอแห้งจากการเม้าท์แตกนั่นเอง เมากันเลยทีเดียว 555
เมื่อวันเสาร์มาถึงเราออกกันอีกแล้วครับครั้งนี้ต้ังใจอย่างแรงกล้าจะ dance กันให้กระจายไปเลย มุ่งหน้าฝ่าลมหนาว (กว่าเมื่อคืนวาน) ไปที่ร้านนั้นเลย กำ passport แน่นเลย คราวนี้ไม่มีพลาด 555 มาเลยมา แต่ว่าปรากฏว่าคืนวันเสาร์เราต้องจ่ายค่าเข้า ซึ่งเป็นราคา 10 ปอนด์ คืนวันศุกร์ที่คนเยอะๆนั่นเป็นเพราะ free ค่าเข้านั่นเอง เราเดินผ่าน รปภ. มาได้ แต่ก็มาตายหน้าทางเข้า ยืนงงกันอยู่สักพัก ตัดสินใจเดินออกอย่างเขินๆ หลังจากนั้นก็หมดความมั่นใจกันหมด เพราะทุกท่ีล้วนเก็บค่าเข้า เราไม่กล้าเสี่ยงเข้าไปแล้วเดินออกมาอีก สุดท้ายก็เดินข้ามมานั่งดื่มนำ้ผลไม้กันอีกตามเคย แต่กว่าจะสรุปได้ว่าจะไปไหน สั่งอะไร ป้าโรซี่ผู้ใช้เวลานานต่อการตัดสินใจอะไรก็ตาม ได้ทำให้ชั้นระลึกถึงเพื่อนสาวไทยคนสนิทแนบแน่นหนึ่งคน ทำม้ายยยยย ทำไม ขนาดหนีมาไกลขนาดนี้ มันยังส่งตัวแทนมันมาให้เราได้รู้จักอีกคนด้วย 555
แต่ก็เออนะ คนเรา ไม่รู้ว่าเพราะแรงใจจากพ่อแม่หรือยังไง ทำม้ายยยยยย ทำไม ถึงทำความชั่วกันไม่ขึ้นเลย ก็แค่อยาก dance และก็อยากเห็น ป้าโรซี่เมาเท่านั้นเอง ทำไมมันยากเย็นอย่างนี้ สุดท้ายการเดินฝ่าลมหนาวทั้งสองคืนของพวกเราก็เป็นเพืยงการเดินเล่นยามดึกเท่านั้นเอง 555
ปล. ในขณะที่นั่งเม้าท์กันใน bar มีหนุ่มขี้เมาชาวอังกฤษหน้าตาดีมาชวนพูดคุย ด้วยท่าทางกวนประสาทแบบฮาๆ แต่ขอประทานโทษ ทั้งชั้นและเจส ผู้ตกเป็นเป้าหมาย (แอบยินดีเล็กๆ ว่ายังใช้ได้อยู่นะเรา) ฟังกันไม่ออกเลย ก็คิดดูเอาเหอะ ว่ามันเป็นอังกฤษแท้ๆแถมเมาอะ แต่ป้าโรซี่ของเราเข้าใจเฉยเลย เออ หรือว่าป้ามันเมานำ้ส้ม วะ งงไปเลยทั้งชั้นและเจส 555
20 comments October 21, 2007
met dear sis met happiness :)
ครั้งที่สามที่เข้ามาลอนดอน แต่คราวนี้มา alone เลย เก่งละ ไปไหนมาไหนคนเดียวได้แล้ว ปีกกล้า ขาแข็งแล้ว (แข็งจริงๆ เลยข้อนี้เพราะเดินทั้งวัน) ตั้งใจจะออกจาก Brighton ตั้งแต่เช้าตรู่ แต่เนื่องมาจากเมื่อคืนวันศุกร์ เกิดเหตุไม่คาดคิด หลังจากไปงาน school party กับเพื่อนๆและอาจารย์ที่โรงเรียน เนื่องจากหลายคนเรียนที่นี่เป็นวันสุดท้าย งานเลี้ยงอำลามีให้ร่วม join ด้วยเสมอ หลังจากร่ำลาชาว Spanish and Italian เสร็จสรรพเพื่อนๆชาวเอเชียก็ชักชวนกันไปหาอะไรกินกันที่ร้านอาหารจีนใกล้ๆ อาหารอร่อย ซัดข้าวเข้าไปเยอะเลย หมดไป 6 ปอนด์์ สบายตัวเลย กลับมาบ้านตั้งแต่สามทุ่ม แต่ไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลย ไปไหนกันหมด สุดท้ายนั่งรออยู่หน้าบ้านประมาณเกือบสามชั่วโมง หนาวก็หนาว เวรรร จริงๆ ป้า penny กลับมาจาก dinner นอกบ้านพบว่าชั้นนั่งหนาวอยู่หน้าบ้านเกือบสามชั่วโมง หน้าเสียเลยเพราะเป็นความผิดเค้าที่ไม่ให้กุญแจชั้น แต่ชั้นก็โดนโบ้ยว่า ไมไม่เอากุญแจไป เวรรร จริงๆ ป้าไม่ยอมรับผิดอะ เซ็งดิ คืนนั้นเลยกว่าจะได้นอน ปาเข้าไปเกือบตี2 เป็นที่มาของการตกรถไฟรอบเช้าของวันเสาร์นั่นเอง
ถึง Victoria station รถไฟสายหลักสองสายก็ปิิดทำการซ่อมแซมซะงั้น ซวยจริงๆ ต้องนั่งอ้อมไปอีก กว่าจะเจอพี่ปู ปาเข้าไปเกือบ 11 โมงเช้า พี่แดงวาง plan เอาไว้แน่นหนา แต่ก็มาแหลกเหลวเพราะเราเอง หลายที่ต้องเสียค่าเข้า ซึ่งนับเป็นเงินเยอะเหมือนกัน ชั้นก็ไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมชมภายในได้ ก็เลยได้แต่นั่งรอด้านหน้า เข้าไปเยี่ยมชม Queen gallery กับ โบสถ์ St. paul สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่จัดงานแต่งงงานของเจ้าหญิง Diana ก่อนมุ่งหน้าไปค้นหา fleet market ที่ Covent Garden หมดตังค์ไปกับครีมบำรุงผิวแห้งแตกไป 30 ปอนด์ ที่นี่เอง แต่ก็ยอมจ่ายอะถ้ามันจะหายคันจากอาการแตกตามผิวหนังที่เป็นอยู่
เดินกันอยู่นานเหมือนกันก่อนพี่แดงผู้แยกไปค้นหาความรู้ตาม museum ต่างๆจะตามมา ก่อนกลับแวะไปดู design exhibition เล็กน้อยตามแรงขับไล่จากพี่ปู ส่วนพี่ปูนั้นเล่า หายเข้าไปใน shop H&M พวกเราตามไปติดๆ แต่พี่ปูหายไปในกองเสื้อผ้าเครื่องประดับท้ิงพวกเรารอกัน นาน…นาน….มาก จึงเป็นช่วงเวลาแฉ ขำดีเพราะ พี่ปูมี ฉายานามลือกระช่อนว่า แม่นางเสือ คือห้ามปล่อยเข้าป่าเด็ดขาด เพราะเธอจะหายไปทุกที ตามร้านค้าต่างๆ อันนี้หนูดีบอกมา คุณลูกคุณพ่อแอบเม้าท์คุณแม่กันใหญ่ คืนนั้นเราได้กินมาม่ากุ้งกัน แซ่บใจไปเลย อร่อยมากๆ ไม่ใช่เพราะมาม่า แต่เพราะผู้ร่วมรับประทานต่างหาก อบอุ่นจากไอกรุ่นต้มยำกุ้งแซ่บซ่า ตรีงกระเพาะจรดใจ 555
เช้าวันรุ่งขึ้นมุ่งหน้าไป Camden Town เพราะพี่ปูอยากไป shopping antique produce พี่ปูดูจะเพลิดเพลินกับบรรดาของเก่าของแก่ ชั้นก็มีหน้าที่ entertain หนูดีไปตามเรื่อง ได้หนังสือเก่ามาหนึ่งเล่มราคา 3 ปอนด์ “A child called IT” เรื่องเศร้าๆที่ฟังเรื่องย่อแล้วขนลุก ถึงกับขออ่านในรายละเอียดหน่อยเหอะ ที่ตลาด Camden มีร้านอาหารไทยแท้ ไทยเทียม มากมาย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันเยอะขนาดนั้น เราเลยได้กินข้าวกันเป็นอาหารกลางวันกันถ้วนหน้าก่อนกลับมาที่ร้าน Hamleys ร้านของเล่นใหญ่บึ้มที่ถนน Piccadilly หนูดีดูจะมีความสุขที่สุด เพราะนี่เป็น bonus ของเธอ ตึกที่ขายของเล่นทั้ง 5 ชั้น คิดดูเหอะว่าเด็กที่ไหนจะไม่ชอบมั่ง อยากขะซื้ออะไรฝากเจ้าตัวแสบที่เมืองไทยแต่ก็แหมมันแพงไปซะหมดจริงๆ เดินกันเเพลินๆ ก็โดนไล่ออกจากห้างอย่างไม่ใยดี เนื่องจากวันอาทิตย์ ร้านค้าทั่วทั้งถนนในลอนดอน พร้อมใจกันปิดในเวลาหกโมงเย็น เซ็งไปตามๆกัน เพราะยังไม่ได้ซื้อะไรเป็นของตัวเองเลย ก็ต้องกลับซะแล้ว เมื่อไม่มีที่ให้ไปก็ต้องกลับโรงแรมตามระเบียบ
ก่อนถึงโรงแรมแอบไปนั่งเม้าท์จับเข่าคุยกันพี่สาวคนดีอยู่เนิ่นนานตามหัวมุมตึกในลอนดอน 555 เรื่องราวในอดีตเอย อนาคตเอย ถูกนำเอามาเป็นหัวข้อสนทนาอย่างเหมือนไม่มีวันจะจบส้ิน คิดถึงเมื่อครั้งก่อนที่ไปเที่ยวกันทุกครั้ง ก่อนนอนก็ต้องมานั่งเม้าท์กันอย่างนี้ทุกที่ไป ไม่ว่าจะเป็นริมหาดก่อนฝนกระหน่ำที่เกาะหมาก ริมระเบียงหน้าห้องที่เกาะช้าง เดียงผ้าใบกับคลื่นสูงเกือบเมตรที่ภูเก็ต หลังระเบียงโรงแรมกับตุ๊กแกที่บาหลี ริมบึงดาวพราวฟ้าที่เขาสก สุราษฎ์ ร้านเหล้าริมทางถนนข้าวสาร ว้าว ไม่ว่ากี่ที่ กี่ทริป ก็บรรยากาศเดิม บรรยากาศอบอุ่น อย่างคนรู้ใจเค้าคุยกัน อะไรๆมันก็ราบรื่นไหลร่วมกันไปหมด กี่ปีไม่รู้ที่คุยกันมาอย่างนี้ รู้สึกดีทุกทีที่คุยกัน ซึ่งอีกกี่ปีไม่รู้จะได้กลับไปคุยกันอีกทีนะพี่นะ
ก่อนแยกจากกันพี่ปูให้เงินเป็นค่าตั๋วกลับ Brighton มาอีก ทั้งที่ตลอดเวลาที่ลอนดอน ก็แทบไม่ได้จ่ายค่าอะไรเลยอยู่แล้ว เกรงใจนะเนี่ย ไม่รู้ต่อกี่ครั้งที่ไปกับครอบครัวนี้แล้วเหมือนกลายเป็นลูกสาวอีกคนของ พ่อแดงแม่ปู หนูไม่โตเพราะพี่ๆโอ๋เนี่ยแหละ อิอิอิ ไม่รู้จะขอบคุณยังไงคะ เป็น weekend ที่ดีที่สุดตั้งแต่เหยียบเกาะอังกฤษเลย
ไปซื้อตั๋วรถไฟขากลับที่ Victoria งงอีกตามเคย ขามาจาก Brighton จ่ายไป 12.90 ปอนด์ ขากลับไมมันเป็น 17.35 ปอนด์วะ ไม่เข้าใจจนกระทั่งนาทีนี้อะ ระยะทางเท่าเดิม ไมราคาเปลี่ยน
แต่ก็กลับมาทันเรียนภาคบ่ายจนได้ ค่อยยังชั่ว
17 comments October 15, 2007
ฺBig News Today!!
ฮิ้วววววววววว มีข่าว มีข่าว เอาใจคนไทยกันนิดนึง จริงๆ แล้วอยากจะเขียนภาษาบ้านเราเนี่ยแหละ มันได้อารมณ์กว่ากันเยอะแต่ก็นะ ต้องเข้าใจว่าคนมันต้อง practice แต่เรื่องนี้ ไม่เล่าเป็นไทยท่าจะไม่มันสสสสสสสส
คนมันจะดังฉุดไม่อยู่แล้วเพื่อเอ้ยยยยยยย….ก็พี่จาก mentor (agency ที่จัดการส่งเรามาเรียนที่นี่งัย) เค้ามาเยี่ยมวันนี้ที่โรงเรียน ก่อนมาเค้าก็ได้เมล์มาบอกแล้วหละแต่ชั้นจำวันไม่ได้ บังเอิญทางโรงเรียนหนะซิ ดั๊น…..ไปประกาศว่าเราเนี่ยจะมีคนจากเมืองไทยมาขอสัมภาษณ์ไลลาเพื่อไปออกรายการในเมืองไทย แบบคนแถวนี้ก็เลยคิดว่าเราเนี่ยต้องเป็นคนมีชื่อเสียงมาจากที่เมืองไทยเป็นแน่เท้ 555
แต่พอพี่เค้ามาเท่านั่นแหละ งงเลย ไหนอะกล้อง ไหนอะไฟ ไม่มีหรอกพี่เค้าเดินมานิ่มๆ กับกล้องดิจิหนึ่งตัว แต่ก็ยังมิวายอะนะ “อ๋อสงสัยสัมภาษณ์ไปลงmagazine” เฮ้อ….เอา..เอาเข้าไป เราก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย พี่เค้าก็ขอถ่ายรูปตรงนั้นตรงนี้ อะนะ มันได้หวะ คนมันมีิแววมั้ง เลยเอาไปลือกันใหญ่ ก็เนียนๆไปว่าเออ เป็น magazineวัยรุ่นวัยเรียน อะไรประมาณนั้นอะ ฮาาาาาาาาาา
อีกข่าวนึง อันนี้เป็น คอลัมน์ gossip
จำสองสาวเยอรมันที่เล่าให้ฟังได้มั้ยเอ่ย ถ้าจำไม่ได้ยังไงขอให้วนกลับไปอ่านกันใหม่นะแฟนๆ คือสองสาววัยขบเผาะ หน้าตาดีมีสกุลรุณชาติ สูง สวย มั่นใจ ไร้กังวล….เธอทั้งสองเข้ามาเรียนในระดับชั้นเดียวกับเรา คือ upper inter ตอนเช้าเรียนด้วยกัน สองสาวก็จะตั้งอกตั้งใจตอบคำถามกันสุดฤทธิ์ ซึ่งก็สนุกดีเพาะบางทีก็ถูกมั่งผิดมั่ง ปนๆกันไป ชั้นว่ามันเป็นธรรมชาติของคนชาตินี้มั้ง มั่นอกมั่นใจ สุดๆ เรียนกับเราก็เข้ากันได้ดี คุยกันมั่งนิดๆหน่อยๆ
แต่คลาสบ่ายไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากชั้นหนีมาเรียน exam skills ตอนบ่าย สองสาวเรียนอะไรไม่รู้นะ แต่ข่าวแว่วมาจากทางฝั่งเอเชียว่ามี นักเรียนญี่ปุ่นบางคนทนไม่ได้กับการ ignore จากเธอทั้งสองคนถึงกับร้องกลับบ้านไปเลย โหหหหหหห เราฟังแล้วงง อะไรกันเนี่ย รายละเอียดมาอีกทีตอนบ่ายแก่ๆในห้องเรียน สาวเกาหลี มาเล่าให้ฟังว่า สาวเอเชียผู้มีความมั่นใจเพียงน้อยนิด ได้ถูกริดรอดความมั่นใจนั้นจนไม่เหลือหลอ จากการร่วมเรียนในกลุ่มเดียวกับสองสาวมั่นแห่งแดนใส้กรอก แล้วเธอทั้งสองไม่คุยด้วย ไม่สนใจ เพราะเธอพูดอังกฤษได้ไม่เท่าทัน พาลน้อยใจนึกว่าถูกกดขี่ทางเชื้อชาติ เลยพาลให้กลายเป็นความระหองระแหง ระหว่างทวีปไป เราก็งง อืมมม ก็เห็นชีทั้งสองก็คุยกับชั้นดีนี่นา หรือว่าหล่อนไม่รู้ว่าประเทศไทยก็เป็นเอเชีย เหมือนกันหว่า หรือว่าหน้าชั้นไม่เหมือน เอเชี่ยนพีเพิล นะ เหอๆๆๆ เจส ชั้น และ โรซี่ เลยสันนิษฐานกันว่า คงเป็นจากหลายปัจจัยผนวกกันซะมากกว่า อย่าได้สรุปความข้างเดียว เราก็เป็นเพื่อนของทั้งสองทวีป เป็นที่ร่ำลือกัน พรุ่งนี้ ราเชล ครูคลาสบ่ายของชั้นจะไปหาข่าวจากวงในอาจารย์มา discuss again อืมมม…แล้วเรื่องที่ชั้นหน้าไม่เหมือนเอเชียเนี่ย ไม่มีใครยอมสรุปอะ ยังต้างคาใจจนกระทั่งบัดนี้…..555
วันนี้โรซี่ชวนไป portmounth เสารืนี้แต่ก็ปฏิเสธไปเพราะต้อง standby ขอพี่สาวคนดีจากเมืองไทยที่หอบครอบครัวมาเยี่ยมเยียน ว่าแต่ป่านนี้แล้วพี่เค้ายังเงียบงัน เลยยังไม่รู้จะเอาไงดี โรซี่ก็น่าสงสาร เพราะเจส ไม่ยอมไปด้วยเนื่องจากชีต้องประหยัดเงินเพื่อใช้ในการเดินทางหาตามหาความรักของเธอ 555
ปล. เฝ้ารอโทรศัพท์ทั้งวัน เมื่อไหร่พี่สาวจะโทรมา อยากเจอๆๆๆ
6 comments October 11, 2007
Have you ever ??
How many time I have been given the feeling like this.. I’m not able to count it..
Have you ever felt like you’ve just reached the peak of the highest mountain after u took long time climbing. Meanwhile you’ve been standing and appreciating your achievement looking at the beautiful world from the top…….. Suddenly, there is something or someone pushes u behind. You fall to the ground immediately. It’s so much hurt but not as much as your shock. You’ve felt empty while u r looking up to the top of the mountain again. Time to start again and again..and every time you have to start from nothing. How bad that you have hardly any time to feel complete before it’s going to be empty again..
It’s happened to me again….
so now I’m completely empty…as ever
6 comments October 9, 2007
sadness isn’t my best friend ;P
Wow!! I’ve been here three weeks ago. Time goes faster than I’ve thought.
Today was cloudy and no any sunlight all day and it will be raining tomorrow for sure. I have no idea what makes me feel lonely and sad like today, because of the bad weather or something? I haven’t found it out yet.
E khun Que who felt the same thing in the other place, London (I think she was so lonely today cos I could noticed it from her sad voice even while we was talking in the funny topic) called and asked me bout what was going on in my life. Actually, I’ve been fine in everyday except today. But she hadn’t known about this. I told her many things and most of my stories made she laugh a lot, I was so proud of it. Cos that is my job lol..
Nothing special today, but Oops!! We’ve got 2 new German girl students, Susi and Laura, in our class today. They are so young when compare with me. They made me feel old. Ah!! or this is a reason of my bad feeling today, NOOOO because of, there are lots of my friends have wondered about my age, they always guess that I’m 22 or 25 maximum but I’m older than their expectation lol good or bad thing??
After finished the class I went back home with the sadness. Walking in the cold windy made me felt totally sad. I wish it’d gone soon.
Suddenly, when I’ve just connected the internet as everyday when I got home, the sadness was gone immediately…Yippy Yuppa!! I got 5 mails from friend in my mailbox. I realized that I have lots of good friends, why I should be sad, shouldn’t I? so no need to be sad. I’m not alone anymore. lol
While I was reading my beautiful mails there was one friend who is so far away shown up with ping icon on my MSN. It’s Eric !!! Hooray Hoora !!! Eric is my cyber friend who I’ve known for more than one year. It is long enough to call him as a friend, I think. He always comes in the right time whenever I feel sad or bad he always comes and takes the loneliness and sadness away. Thank u so much my far away friend. Before he said goodbye he asked me to write my diary in English for him, so I did it!! Actually, I‘ve intended to do it since I counted what time I’ve left before I take the IELTS exam again. It isn’t long from now, so practicing is the most important for me right now.
Pls. It isn’t a good English diary, I know that, but if u r my friend u would understand me, wouldn’t u? ;P
9 comments October 8, 2007
The first supper !!!
หอมกลื่น…ข้าวหอมฟุ้ง….ไม่เท่านำ้ใจที่น้องคนไทยผู้อารีย์หยิบยื่นมา
ข้าวจานแรกในรอบ 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา
อาหารอร่อยเป็นพิเศษเนื่องจากนำ้ใจในน้ำแกงเป็นแน่แท้…
แม้จะใช้เวลาร่วมสามชั่วโมงกว่าจะได้เจอกัน เนื่องจากความป้ำเป๋อของชั้นเอง เพราะไม่คุ้นชินกับเส้นทาง รถเมล์สายอะไรก็ไม่รู้ ขึ้นที่ไหน ลงที่ไหน โอ้ยยย ป้า…งง University of Brighton คือจุดหมายปลายทาง น้องดา น้องสาวคนไทยที่มารับเมื่อตอนเรามาถึง Brighton วันแรก คนที่หอบหิ้วกระเป๋ามาส่งถึง host ดาบอกว่ามาหาซิ วันศุกร์จะทำอะไรให้กิน อยากกินอะไร บอกมาเลย “กระเพราไก่ไข่ดาว” คือสิ่งที่นึกออกตอนนั้น แต่พอมาถึง กลับได้่แกงเขียวหวานบล๊อคโคลี่แถมมาด้วย คุ้มจริงๆ ได้รู้จักเพื่อนสาวๆของดาอีกหลายคน ทุกคนน่ารักดี ทำด้วยกัน กินด้วยกัน บังเอิญคืนนั้นเค้าเฉลิมฉลองอะไรกันสักอย่างใกล้ๆหอพักของน้องเค้า จุดดอกไมไฟเยอะมาก ชั้นก็เนียนคิดว่าเค้าฉลองเมื่อชั้นมาเยือน 555 อาหารอร่อย เมาท์มันมาก เพราะไม่ได้พูดไทยมานานแล้ว ฮา..ดิครับ มุกต่างๆทีเก็บกดไว้ได้ใช้ก็วันนี้ ดายิ่งเป็นคนเส้นตื้นด้วย พูดอะไรก็ฮาไปหมด ตลกตกงานอย่างเรายิ่งได้ใจ ฮาาาาาาากันใหญ่เชวววววว
อะ ได้รู้จักน้องผู้ชายคนไทยอีกคนเป็นเพื่อนของดา ไอ้น้องบ้า…ทำให้ระลึกถึงใครคนนึงซี่งเคยซี้งเมื่อนานมาแล้ว เนื่องจากน้องคนเนี้ยจบสถาปัตย์ landscape จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ชอบถ่ายรูปมาก แล้วก็เป็นพวกแหกคอก เหมือนกันไม่มีผิด เป็นรุ่นจำลอง เพราะอายุและความทรนงไม่เท่าเค้าหรอก 555
ขากลับออกจากหอดาก็เกือบสี่ทุ่มเข้าไปแล้ว มาถึงที่ Church Chill Square ก็รถหมดพอดี เวรรรร กลับไงหละทีนี้ เดินเหรอ อืมมม ไม่ไหวมั้งมันหนาวมากอะ แล้วก็ไกลด้วย ชั้นยืนงงอยู่สักพัก ก็เจอ Hisa เพื่อนญี่ปุ่นขี่จักรยานมาถาม เพราะเนื่องจากหน้าตาชั้นคงน่าเวทนามาก ฮีก็ช่วยเหลือหารถราให้จนชั้นได้กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ใจดีจัง ขอบใจมากนะ Hisa เฮ้อออออ รอดไปอีกวัน……
ปล. เมื่อวาน Host mom หุงข้าวให้กินเหมือนกัน บังเอิญจริงๆๆ 555 สรุปว่าได้กินข้าสองวันติด บายเลยเรา
6 comments October 7, 2007
เพื่อนบ้าๆหาได้ที่ connect :)
วันนี้กลับจากเรียนอย่างเงียบเหงา
เข้าไปดอดดู Hi5 ชาวบ้าน
เออ…อีเพื่อนบ้านๆของชั้นมันไปอยู่ไกลบ้านซะแล้ว
เป็นตายร้ายดียังไงไม่รู้..อินเดียแดนมหัศจรรย์ซะด้วย
สาหัญสากัณท์แค่ไหนบ้างหนอ ??
เข้าไปดู Hi5 มันอย่างเหงาๆ แม่เจ้าสิ่งที่ได้กลับมา
มันคุ้มกับเวลาที่เสียไปจริงๆ ไปเจอรูปสมัยที่เห่อคอมใหม่
รุ่นที่มันมีกล้องในตัว ยังจำได้ว่ามันสนุกขนาดไหน
เจอรูปที่ดูกี่ทีก็ยังขำทุกที ไม่รู้ทำกันไปได้ยังไง
แต่ถ้าให้ทำใหม่ตอนนี้ก็ยังได้่อยู่เนอะ 555
วันนี้ชั้นเลยเหมือนคนบ้า นั่งขำคนเดียวอยู่ได้เป็นนาน
แบ่งกันบ้าดีกว่าเพื่อน เพื่อมึงเข้ามาดูจะได้รู้ว่า
กูคิดถึง… ยี้!! อายปากหวะ เออ นั่นแหละ
กลับมาให้ไวไม่มีใคร comment กูเลย
ตั้งแต่มึงไม่อยู่เนี่ยเสีย rate หมดแล้ว
คิดถึงเว้ย อีบ้า
6 comments October 3, 2007



