Archive for December, 2007
Death Brighton Day (X’mas time)
เค้าว่ากันว่าคืนวันที่ 25 ธันวาคม หรือ คืนวันคริสมาสของอังกฤษ เมืองแห่งคริสเตียนนั้นเป็นคืน ผีหลอก หมาหอน เพราะผู้คนต่างพากันสังสรรค์ภายในครอบครัว ไม่มีใครแหกคอกออกมาลั้ลลาลำพังเป็นแน่แท้ อีกทั้งร้านรวงต่างๆนาๆพากันปิดเพื่อให้ได้ใช้เวลาอันมีค่ากับครอบครัวกันไป รถประจำทางทุกสายปิดให้บริการกันหนึ่งวัน มันจะเป็นยังไงนะถ้าในเมืองไม่มีผู้คน เค้าว่าbrighton เนี่ยเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ เพราะเรามีผับ บาร์ และสถานบันเทิงเปิดกันเรียกว่าทั้งคืนทั้งวันกันเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นอาการหลับไหลของ brighton จึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเรื่องนึงเลยทีเดียว ความสงสัยพาชั้นฝ่าความหนาวออกมาจากที่อุ่นเพื่อค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง ความคาดหวังมีอยู่มากว่าจะพบกับความว่างเปล่า แต่เมื่อออกมานพบว่าร้านบางร้าน ผับบางแห่ง เปิดให้บริการก็เกิดอาการผิดหวังเล็กน้อย ไมไม่ปิดกันหละ พ่อคู๊ณ แม่คู๊ณ แต่เมื่อได้สติ ชะเง้อดูป้ายชื่อร้าน ก็จะเห็นว่าร้านเหล่านั้นล้วนเป็นร้านชาวต่างชาติผู้มิได้มีเชื่อสายอังกฤษทั้งสิ้น เช่น ร้านอาหารเลบานอนเอย ร้านเคบับเอย อะไรอย่างเงี้ย ก็เลยเข้าใจว่า เออนะ มันไม่ใช่ฤดูของเค้า แล้วเราก็มุสลิม ไม่อินหรอกคริสมาสอะไรนั่นหนะ 555
ยังพอมีผู้คนเดินบนถนนประปราย ส่วนใหญ่มาเพื่อต้องการพบความว่างเปล่าเช่นกัน เนื่องจากทุกคนพกกล้องมาเพื่อบันทึกภาพเมืองที่หลับไหลเหมือนที่ชั้นเองก็พกมาด้วย ยิ่งเดินเข้าไปในเมืองยิ่งพบกับความแตกต่าง เหลือบมองดูนาฬิกา นี่มันเพิ่ง ห้าโมงกว่าๆ ถ้าเป็นวันปรกติจะต้องมีผู้คนเดินกันขวักไขว่ รอรถกลับบ้านบ้าง ซื้ออาหารเย็นบ้าง แต่วันนี้ไม่มีเลย เป็นบรรยากาศทีแปลกไปอีกแบบ ดีเหมือนกันเหมือนกับมันเป็นเมืองของเรา เมืองที่มีแต่ความเงียบเหงา เมืองอย่างนี้ไม่เอาดีกว่า เหงาาาา แงงงงงง

ถนนเส้นนี้ที่ไม่เคยว่างเว้นจากผู้คน

ป้ายรถเมล์หน้า mark เคยคราคร่ำไปด้วยผู้คน เงี๊ยบบบบ เงียบ

ไฟประดับประดา แม้ไม่อู้ซ่าอย่าง London
แต่ก็พอสรัางบรรยากาศได้เหมือนกัน
8 comments December 26, 2007
เทศกาลอำลา
เมื่อเทศกาลคริสมาสมาพร้อมกับเทศกาลอำลา ก็เป็นเรื่องทำใจลำบากที่ต้องแบ่งภาคความรู้สึกออกเป็นสอง อันเนี่องมาจากเพื่อนๆของเราต่างต้องลากลับไปฉลองวันสำคัญกับทางครอบครัว หลายคนหมดคอร์สการเรียนที่นี่ หลายคนใช้วันนี้เป็นวันสุดท้ายในการเจอเพื่อนๆ อาจง อาจารย์ เพื่อกล่าวคำอำลา หลายคนจึงมาพร้อมกับคำอวยพรและน้ำตา
Gessica และ Rosy ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มาเพื่ออำลา แม้ว่าเราจะใข้เวลาร่วมกันมาตลอดช่วงอาทิตย์สุดท้ายแทบทุกคืน เนื่องจากเรารู้ว่าวันนี้ต้องมาถึงในที่สุด ชั้นเองก็มาเพื่ออำลาคนอื่นเหมือนกัน แต่ชั้นยังไม่ได้จากเกาะนี้ไปไหนความรู้สึกมันเลยไม่เหมือนกัน อันนี้คิดเอง เราเจอกันที่โรงเรียนในวันที่มี ปาร์ตี้คริสมาส ชั้นเข้ามาโรงเรียนสายอันเนื่องมาจากมีหน้าที่ต้องหาของขวัญมาให้ buddy ซึ่งเป็นคนที่ไม่เหมาะสม แต่ก็ต้องให้ตามหน้าที่ เมื่อชั้นก้าวเท้าเข้าโรงเรียนมาก็พบว่าเจสน้ำตานองหน้ารออยู่แล้ว เพราะเธอได้กล่าวคำอำลานำหน้าไปแล้ว เวรรร แล้วยังจะ ชาลอต เพื่อน อาจารย์จอมเซ้นซิทีฟ อีกคน เอ้า ร้องกันกระจองงองแงเลยทีเดียว กลั้นเอาไว้กะว่าไม่ให้ไหลหรอก มันเขิน แต่ไม่วาย เมื่อเห็นหน้านังเจสกับโรซี่ กับการกอดลาครั้งสุดท้าย หมดกัน ต่อมแตก กอดกันร้องอยู่หน้าโรงเรียน เป็นนาน
พบกันเพื่อจาก คำนี้จริงแท้แน่นอน มันเป็นบรรยากาศที่แสนอาลัยอาวรณ์ สามเดือนที่เรียนด้วยกันมาตลอด เราเห็นด้านมืดนิดๆของเจสิก้า ผู้ไม่ยอมแพ้และไม่เคยผิด แต่ก็นับครั้งได้ที่แอบส่ายหน้าให้กับความดันทุรังของเธอ ก็มันเล็กซะจนมองข้ามไปได้ไม่เหนื่อยใจ ต่างจาก โรซี่ ผู้มีแต่ด้านสว่าง เจิดจ้าไปด้วยไมตรีจิต ไม่เคยเห็นโรซี่โกรธหรือเกลียดใคร น้ำใจงามเยื้มหยาด จะมีก็แต่ความเปิ่นเป๋อ ที่มองดูดึๆ จะเห็นว่าเป็นเสน่ห์น่าหลงใหล ที่ทำให้หนุ่มใหญ่ ชาวเตอกี้ หลงใหลมาแล้ว 555 เธอไม่ได้ภาคภูมิใจอะไรกับมัน แต่เราเอามันมาเป็นเรื่องอำฮาๆได้อีกเรื่องของเธอ
ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่คร้ัง ที่เดินหน้าแตกระแหงฝ่าหนาวไปไหนต่อไหนด้วยกัน (เนื่องจากไม่ยอมเสียค่ารถเมล์) ต่อจากนี้คงต้องไปเดินหนาวคนเดียวในเมืองใหญ่ แม้ว่าเพื่อนสาวรับปากจะย้ายมาพบเจอกันอีกปีหน้าก็ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ใครจะรู้ แต่ก็นะ อย่างน้อยก็มีช่วงเวลาดีๆกับเพื่อนดีๆให้ได้จดจำ ทำให้อดชื่นใจไม่ได้ที่เลือกมาที่นี่ ยังซิ ยังมีอีกหลายคนที่จะต้องบอกลา น้ำตาคงยังไม่แห้งง่ายๆหรอก Brighton

my dear Gessica

my favorite Rosy

เที่ยวด้วยกันทุกที

ยืนยันอีกที

เห็นมะว่าไปด้วยกันทุกที่

เห็นหน้าเศร้าแต่ยังสวยของเจสมั้ย

ถ้ามันรู้ว่าเอารูปนี้มาลงต้องด่าแน่ๆ 555
5 comments December 24, 2007
ลาก่อน ยูจิน :(
สามเดือนเหมือนสามวัน… เหมือนไม่นานแต่ก็มากพอจะรู้ว่ามิตรภาพอันไหนจริง อันไหนหลอก ฉันโชคดีที่ได้เพื่อนร่วมบ้านแสนดี เราอาศัยอยู่บ้านเดียวกันมานานสามเดือน อยู่ห้องข้างๆกัน ดินเนอร์ด้วยกัน เรามีมีทติ้งเม้าท์หลังดินเนอร์ (ลับหลังลีโิอ)ด้วยกัน 555 เราแบ่งเราแชร์ ขนม นม เนย ผลไม้ ชา ต่างๆนาๆ แก่กันและกัน เที่ยวด้วยกันบ้างตามโอกาสจะนำพา อาจไม่ลึกซึ้งขนาดหลั่งน้ำตาแต่ก็ทำให้ชาๆได้เหมือนกัน เมื่อนึกว่าจะมีโอกาสเจอกันอีกมั้ยชาตินี้ เหมือนกับว่าวันนี้จะเห็นกันเป็นวันสุดท้าย ไม่ได้ตายจากกัน แต่มันก็ยากเหลือเกินที่จะกลับมาเจอกันอีกครั้ง ยูจิน ลากกระเป๋ากลับเกาหลี หลังจากอยู่ที่นี่มานานกว่า เก้าเดือน แต่เธอจะแวะไปตลุยยุโรปเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศของเธอ เราเลือกอาหารญี่ปุ่นเป็น เดอะลาสซัปเปอร์ ของเรา ชื่อร้านจำไม่ได้ (เหมือนเดิม) แต่อาหารถูกปาก เพื่อนคุยก็ถูกคอ มันจึงเป็นมื้อที่มีความหมายจริงๆ ก่อนจากกัน ยูจินยกสมบัติมากมายให้กับฉัน เนื่องจากเธอไม่ต้องการขนมันไปท่องยุโรปด้วย เธอมีการ์ดน่ารักหนึ่งใบมอบให้มา ข้างในเขียนคำบอกลาสุดซึ้ง ฉันว่ามันเป็นเอกลักษณ์ของเราชาวเอเชีย ที่ใส่ใจเสมอกับเรื่องละเอียดเล็กๆน้อยๆแบบนี้ ชั้นมอบสินค้านำเข้าจากไทยให้เธอ ก็กระเป๋าเพื่อนต้อมที่ขนมาจากไทย ในที่สุดก็พบคนเหมาะสมจะมอบให้ เราต่างก็ยังแอบหวังว่าจะได้เจอกันอีกไม่ที่ใดก็ที่หนึ่งบนโลกใบนี้ อืมมม..มิตรภาพงอกงามได้แม้ในอากาศหนาวๆที่ Brighton

อาหารญี่ปุ่นมื้อแรกบนเกาะอังกฤษ

หลังอาหาร

ยูจินกับโยโย่ของฉัน
12 comments December 22, 2007
เมนูสุขภาพใจ
เป็นอาหารแห่งความประทับใจ จนไม่สามารถเก็บเอาไว้กินคนเดียวได้ อยากให้ท่านๆได้ลองทำรับประทานกัน
จานแรกเป็นสลัดรสชาดถูกปาก ทำไม่ยากเหมาะสำหรับผู้มีใจรักสุขภาพทุกคน ทำง่ายๆเพราะไม่ได้ทำเอง นั่งยิ้มหวานๆ เดี๋ยวเพื่อนๆ ก็ประทานอาหารมาให้
แต่หลังจากเฝ้าดูอยู่ทุกขั้นตอนจึงลักจำมาได้เพียงนี้
ขั้นตอนแรกเตรียมผักสดๆ ดังนี้ก่อน
มะเขือเทศ ต้นหอม แตงกวา ผักกาด เลมอนผลย่อม
ส่วนที่ไม่สดก็มีตังนี้
ลูกโอลีฟดำๆในน้ำเกลือ น้ำมันโอลีฟ (อีกแล้ว) เกลือป่นละเอียด กรีกชีสรสชาดจัดจ้าน
อะละ เมื่อได้ผักต่างๆมากองรวมกันแล้ว ล้างซะนะ เสร็จแล้วจะหัดจะเด็ดจะยังไงก็ได้ตามใจ เอาให้มันพอดีกินอะนะ ไม่ใช่ต้องอ้าปากกว้างเป็นอ่างบัวเป็นพอ จัดใส่ชาม อ่าง กะละมัง ถัง หม้อ อะไรตามใจ หั่นชีส เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ตามลงไป โรยเกลือพอประมาณ บีบน้ำเลมอนอีกนิดหน่อยพอเปรี้ยวใจ นำ้มันโอลีฟเพื่อเพื่มน้ำขลุกขลิก หลังจากนั้นขั้นตอนสำคัญ ล้างมือเลยเพื่อนๆ ล้างให้สะอาด เชฟของเราบอกว่า การคลุกสลัดด้วยมือนั้นถือเป็นธรรมเนียมของชาวเติร์ก และที่สำคัญรสชาดมันจะจัดจ้าน ถึงใจ เมื่อคลุกจนเข้ากัน เป็นปี่เป็นขลุ่ยแล้ว ขนมปังปิ้งก็พร้อมแล้ว รออะไรอีก ลงมือได้เลย

หน้าตาส่วนประกอบที่แตกต่างจากบ้านเรา

หน้าตาหน้ากินมั้ย

เชฟสั่งตรงจากเตอกีิ้
จานที่สองเค้าเรียก จ๊าดจิก เป็นอาหารยามที่ไม่มีอะไรจะกิน เหมาะกับคนอ้วนที่ชอบหิวยามดึกดื่น เราคิดว่ามันไม่อ้วนนะ แต่ไม่ได้เช็คแคลอรี่ นะ ไม่เฟิร์มดีกว่า เพราะถ้าซัดขนมปังทั้งแถวก็อาจใร้ประโยชน์
ส่วนประกอบและวิธีทำมีดังนี้
แตงกวาที่เหลือจากจานแรก เอามาหั่นๆ เป็นชั้นเล็กๆ แล้วเติมโยเกิร์ตลงไปเลย มะนาวบีบตาม เกลือห้ามลืม ถ้ามันข้นมากเติมนำ้ได้เลย จานนี้พิเศษคือเพิ่มกลิ่นกระเทียมอีกนิดหน่อย ซอยกระเทียมเป็นชิ้นบางๆ พอเคี้ยวโดนมันจะซาบซ่าเชียวแหละ แต่กลิ่นเนี่ย ขอเตือนกันก่อนเลย กินกับขนมปังปิ้งอีกแล้ว รสชาดเปรี้ยวๆ เค็มๆ อร่อยตรงแตงกวาที่สดกรอบเนี่ยแหละแม้จะเป็นของเหลือ 555

หน้าตาจ๊าดจิก
เป็นเมนูที่ทำง่ายจริงๆ แค่ยิ้มๆ ก็ได้กินแล้ว
ลองทำกันดูนะทุกท่าน 555
19 comments December 18, 2007
เศร้ากันนัก ขำกันหน่อย
เศร้าอะไรมาจากไหน เราไม่สน ขอให้เข้ามานังล้อมวงกันชมคลิปหลุดคลิปนี้ด้วยกันก่อน แล้วถ้าไม่ยิ้มน้อยๆกลับไป ขอให้เม้นท์ด่ากันได้เลย ไม่ต้องอั้น…
9 comments December 17, 2007
ทางออก บอกหน่อย
เห็นแก่ตัวรึป่าวที่หนีมาอยู่ไกลปัญหาขนาดนี้
หลายคนอิจฉาที่อยู่ทางนี้ไม่ต้องมีเรื่องปวดหัวให้ขบคิด
ใครจะรู้ว่าเรื่องคิดหรือไม่คิดไม่ได้อยู่ที่ระยะทาง
มันอยู่ที่การสั่งการของจิดใจต่างหาก
อยู่ไกลแค่ไหนความเป็นห่วงก็เดินทางมาหาได้เหมือนกัน
บางครั้งก็นั่งคิดนอนคิดว่า
ดีรึป่าว ถ้าจะถอดใจกลับไปเผชิญและอยู่เคียวข้างคนที่เรารักต่อสู้กับปัญหา
แต่ก็ต้องทิ้งต้วเองเอาไว้ข้างหลังเลย
แล้วสิ่งที่ค้นหาอยู่ สิ่งที่ฝันไว้ก็ต้องเก็บเอาไว้กับตัวเองจนตาย
นี่ถ้าปัญหาเกิดก่อนหน้านี้สักสามเดือนมีหวังไม่ได้มาเหยียบที่นี่แน่นอน
คงต้องเก็บความฝันใส่กระเป๋าแล้วซ่อนไว้ใต้ตู้เลย
แทนที่จะหอบมันข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงที่นี่
ไม่มีอะไรพอดีเลยชีวิค
ไม่มีความราบรื่นใจเอาซะเลย
ไม่มีทางที่ปูด้วยพรมแดง
ต้องทุลักทุเลไม่ว่าทางใดก็ทางนึง
นี่ชั้นควรทำอย่างไรดี…..ทำอะไรได้บ้าง
สองปีมันนานไปมั้ยเนี่ย…
15 comments December 11, 2007
เต้าหู้ดองของลีโอ
เด็กหนุ่มชาวจีนเพื่อนใหม่แห่งบ้านป้าเพ็ญ เล่นเอาชั้นกับยูจิน งงงวย ไปนานเลย เนื่องจากฮีเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกบ้านป้าเพ็ญของเราเกือบ 3 อาทิตย์แล้วแต่ฮียังไม่มีเพื่อนที่ไหน ไม่มีใครชวนออกท่องราตรี คนดีๆเค้าไม่เหงาหงอยอย่างนี่ที่ไบรตั้นแน่นอนชั้นรับรอง มาจะเล่าความประหลาดของลีโอ ให้ฟัง เรื่องมันมีอยู่ว่า
หนุ่มน้อยหน้าตาดี ประมาณนักร้องเกาหลีที่อาศัยหากินแถวบ้านเรา เข้ามาอยู่ที่บ้านป้าเพ็ญวันแรกก็ทำเอาชั้นงง เนื่องจาก ภาษาอังกฤษที่ยังไม่เข้าที่ของฮีกับอาการสับสนทางสมองที่เหมือนคอมพิวเตอร์ไม่เคย defect เครื่องมาก่อน มันงงๆ สับสน ถามเรื่องนี้ไปตอบเรื่องนั้น ฮีถามคำถามแรกกลางโต๊ะอาหารที่ทำชั้นหงายไปเลย คือฮีขอร้องให้ชั้นไปเปิดบัญชีธนาคารเป็นเพื่อนหน่อยเนื่องจากฮียังไม่คุ้นทาง ชั้นก็เออ ไปดิไปเป็นเพื่อนก็ได้ ฮีบอกว่าถ้าชั้นไปเป็นเพือนหละก็ จะพาชั้นไปดินเนอร์ร้านอาหารหรูๆเป็นการตอบแทน โอ้ยไม่เป็นไรหรอกพ่อคู๊ณณณณ…เรามีดินเนอร์ที่บ้านอยู่แล้ว อย่าเปลืองเงินเลย ฮีกลับบอกว่าไม่เป็นไร อยากพาไป พร้อมยื่น ช๊อคโกเลต มาให้อีกหนึ่งกล่อง เอ่อ….น้องครับ นี่แปลว่าจีบปะครับ
ตอนเช้าฮีจะรอเดินไปเรียนด้วยกันเนื่องจากฮีเข้ามาเป็นนักเรียนใหม่ที่ LSI ฮีบอกว่าเห็นชั้นครั้งแรกถึงกับอึ้งว่า เออ…สวยจัง เอ้าาาา กูงงเลย เด็กบ้าอะไรวะ มันตรงๆเสร่อๆดีหวะ ไม่เคยเห็นของแปลกอะดิน้อง…ยังมันยังไม่ยอมจบง่ายๆ หลังจากวันนั้นยังเฝ้าวนเวียนเพื่อขอเดินกลับบ้านด้วย เป็นอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งวันหนึ่ง ความก็แตก เมื่อคืนหนึ่งชั้นถามว่ารู้มัยว่าชั้นอายุเท่าไหร่ ฮีบอกว่า คงไม่เกินฮีอะ คือฮีอะนะ 19 ขวบ ชั้นกันยูจินมองหน้ากันแล้วปล่อยฮา เมื่อชั้นบอกว่า ชั้นเนี่ยเป็นพี่ยูกี่ปีรู้มัย หน้าฮีเปลี่ยนไปเป็นอึ้งๆงงๆ หล้งจากคืนนั้น ช๊อคโกแลต ก็หายไป กลายมาเป็น เต้าหู้ดอง รสชาด ประหลาดแทน 555 ฮีบอกว่าลองซิ สุดยอดเลยนะ ชั้นก็เออ ลองก็ได้วะ ของไม่เคยจะได้รู้ แม่เจ้า ลองเข้าไปหนึ่งคำใหญ่ คายแทบไม่ทัน รสชาดแหยะๆ เละๆ เค็มๆ บอกไม่ถูก ไม่คิดว่ามันจะเป็นอาหารได้เลย
หลังจากผ่านมาประมาณ 3 อาทิตย์ ฮีก็ยังคงงงๆ กับชีวิต ทุกครั้งที่คุยกัน ฮีจะต้องบอกว่า เกลียดคนนั้นเกลียดคนนี้ คนนั้นไม่ดี คนนี้ก็เลว ไม่ชอบไต้หวัน เพราะเคยเป็นจีนมาก่อนแล้วแยกตัวไป มีประวัติศาสตร์ต่อสู้กับญี่ปุ่นมาก่อนเลยพาลไม่เป็นเพื่อนกันญี่ปุ่น ไม่ชอบเกาหลี และอื่นๆอีกมาก….ทำเอาชั้นยอมแพ้กับการผูกมิตร หลังๆ ชั้นก้บยูจินก็เลิกสนใจไถ่ถามเรื่องความเป็นไปของฮี เหมือนฮีจะรับรู้ได้ หลังๆก็เห็นเงียบๆไปเหมือนกัน แต่กลับมาโวยวายยามค่ำคืนแทน เนื่องจากฮีจะกลับมาหลับตอนเลิกเรียนเพื่อตื่นขึ้นมาคุยกับเพื่อนที่จีนในเวลา ตี 2 กว่าๆ จนกระทั่งเช้า น่าปวดหัวไม่น้อย คิดดูเหอะว่าถ้าเป็นคนปรกติป่านนี้ต้องมีเพื่อนได้แล้ว คนที่นี่เค้า friendly กันจะตาย หมกตัวเองอยู่กับเต้าหู้ดองอะ จะไปมองเห็นโลกอื่นๆได้ยังไง ลีโอนะลีโอ
11 comments December 9, 2007
i’m back !!!
กลับมาแล้วหลังจากห่างหายวงการไปนานเนิ่น ก็เพื่อนต้องสอบต้องเรียนนี่นา เสร็จละ วันนี้หมาดๆ มือยังสั่นอยู่เลยหากลองจับดู 555 ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่นะ โอโฮ halloween เลยนะนั่น ค่อนข้างนานทีเดียว ช่วงที่หายไปมีเรื่องมากมายอยากเล่าแต่คงไม่ไหว บางเรื่องมันลืมไปมั่งแล้ว แต่จะค่อยๆนึกไปเรื่อยๆ เพราะยังไงตอนนี้ก็มีเวลาเหลือพอให้แบ่งปันกันและกันเหมือนเดิมแล้ว เหมือนได้กลับบ้านเลย สบายๆในใจยังไงไม่รู้ดิ อิอิอิ
7 comments December 1, 2007