Archive for March, 2008
ไปสวิสแล้วติดใจตอนที่ 2 (เสน่ห์จังไล…ลา :D)
เช้าวันที่สอง ป้าตุ้มปลุกมากินครัวซองสด ซดฮันนี่ กันตั้งแต่เช้า อร่อยรับอรุณจริงๆ โปรแกรมทัวร์วันนี้ ป้าบอกเราจะไปล่องเรือชมแม่น้ำกัน ลุงเตอร์ก็มาด้วยทั้งที่เกือบไม่ได้มา แต่เพื่อไลลุงเตอร์ทุ่มสุดตัว 555

ที่นี่เค้ายังใช้รถรางกันอยู่ ดูวุ่นวายดี สายไฟระโยงระยาง

เห็นกระเป๋าหลุยสีแดงก็รูแล้วว่าแรงขนาดไหน 555
ล่องเรือกันไป รับประทานอาหารกันไป งานนี้บอกได้อย่างเดียวว่าจุก เรือล่องไปๆกลับๆ ปรกติเค้าจะข้ามเขื่อนอะไรสักอย่าง ซึ่งป้าไก่บอกว่าอันนั้นคือ ไคลแม๊ก แต่วันนี้ไลมา เค้าเปลี่ยนใจไม่ข้ามกันซะยังงั้น ป้าไก่ ก็มีงง ไปอีกตามเคย ก็เลยได้แต่ล่องเรือชมวิวสามประเทศ ซ้ายฝรั่งเศส ขวาเยอรมัน หลังสวิส เออ เอากะมันซิ เที่ยวมันสามประเทศในวันเดียว 555

อันนี้ธงสวิสจ๊ะ สะพานข้างหลัง เค้าบอกเป็นสะพานแขวน
สำหรับคนเดินที่ยาวที่สุดในโลกอะ

มีสามเหลี่ยมทองคำเหมือนบ้านเราด้วยนะ
เหอๆ ยังกะจรวดอะ
ลงจากเรือมาเดินเล่นชมเมืองต่อกันอีกหน่อย ป้าตุ้มพาชมตัวเมือง โบสถ์ และสถาป้ตยกรรมของเมือง basel เพลิดเพลิน

ร้านคอนดอม ของทุกอย่างเป็นรูปไอ้นั่นทั้งนั้นเลย
concept มากๆ 555

รูปเพนท์ข้างตึก ชอบมาก มันหลอกตา
เหมือนว่ามีนั่งร้านอยู่จริงๆ

นาฬิกาแดด สองคนตายาย พยายามอ่านเวลา แต่ไม่สำเร็จ
ยังแอบเมาท์ถึงอาจารย์แดงว่าถ้ามาเห็นสงสัยจะดูเป็นอยู่คนเดียว
ชั้นเทพพพพ 555

เป็นรูปเดียวที่ถ่ายกันสามคนอะ
หนุ่มอุสเบฯถ่ายให้หน้าโบสถ์ เหอๆๆ

ร้องเท้าบู๊ท เห็นแล้วนึกถึง นัง pinky ที่บ้าน

อันนี้ชอบมากๆ เรือข้ามฝาก พลังน้ำ ไม่รบกวนสิ่งแวดล้อม
แจ๋วจริงๆๆ แต่ถ้าน้ำนิ่ง ท่าจะรอกันนานเชวววว

ป้าตุ้มบอกมันคืออาคารศาลากลางจังหวัด ประมาณน้ัน
สีแซ่บบบบบบมาก ชอบ
หลังจากชมเมืองอย่างเพลิดเพลิน เวลายังเหลือ ป้าตุ้มบอกว่าวันนี้มีแถม จะพาไปชมอีกหนึ่งโบสถ์ที่ชาวบ้านต่างนับถือเรื่องความศักคิ์สิทธื์ ป้าตุ้มเล่าให้ฟังว่า ป้าก็มาขอเหมือนกัน ขอให้ได้แต่งงานกับลุงเตอร์ของเรา แล้วป้าแกจะถวายเทียนตามอายุ ฟังครั้งแรก ก็แหมงั้นๆแหละป้า ไม่เห็นจะอลังตรงไหนแค่เทียน 40 กว่าเล่ม แต่พอเห็นเทียนเข้าให้ก็ เอ่อ..ครับ มันเทียนพรรษาชัดๆ แต่เรื่องศักดื์สิทธ์ิของนังไลก็ไม่แพ้นะคะ วันนั้นไม่ทราบยังไง ชาวบ้านแห่กันมากราบไหว้สักการะบูชากันซะล้นหลามอย่างประหลาด ลุงเตอร์ยังงง ว่าปรกติต่อให้ holiday หรือ weekend ก็ไม่เคยเห็นคนเยอะขนาดนี้มาก่อน เหอๆๆๆ เค้าแห่มาดูของแปลกกันมั้งคะเพ่

รถไม่มีที่จอด ต้องมาจอดกันข้างทางเลยวุ้ยยยย
ก่อนกลับบ้านคุณลุงเตอร์แวะฉกไข่ที่ฟาร์มสดๆ ไปฝากคุณแม่ของลุงเค้า โอม่า (แปลว่าคุณย่า) อายุร้อยกว่าปี ยังแข็งแรงเหมือนสาวๆ 555 เราก็แอบไปเยี่ยมชมบ้านของโอม่าซะเลย ป้าตุ้มพาลุยทุกห้อง รวมทั้งห้องหลบภัยปรมนูด้วย จริงๆทุกบ้านมีเหมือนกันหมด มันเป็นกฏหมายของที่นี่เค้า ชาวสวิสจะเป็นประเทศเดียวที่รอดหากเกิดสงครามนิวเคลีย์บนโลกใบนี้ โอ้เอากะเค้าซิ

โอม่าร้อยกว่าปี กับโอเลี้ยง ฮีๆๆๆ

โปสเตอร์โฆษณาแว่นตาที่ร้านลุงเตอร์
ชอบเพราะเนี่ยเป็นหน้าลูกลุงเค้าทั้ง 4 คนกับแว่นตาดิออร์
ป้าตุ้มบอก ดิออร์ มาขอซื้อรูปนี้เก็บ ลุงแกไม่ขาย เชอะ
ความเตรียมพร้อมบางครั้งก็มีช่องโหว่เสมอ ก็นะเราก็แบกคอมพิวเตอร์มาหวังทำงานไป เที่ยวไป แต่ก็ดั้นลืมเอา adapter แปลงไฟมาด้วย เบื่ออีปลั๊กอังกฤษอันแสนประหลาด ไม่สามารถเข้าปลั๊กของชาวสวิสหรือประเทศอื่นๆได้ ลุงเตอร์เลยพาวนหาร้านขายเครื่องไฟฟ้า แต่เห็นราคาแล้วสู้ไม่ไหว เลยได้แต่เซ็งตัวเองไปตามระเบียบ งานเงินไม่ได้ทำกัน เที่ยวมันอย่างเดียว วุ้ยยยยยยย (ป้าเสืออ่านแล้วอย่าเพิ่งด่วนด่าในใจ ต้องติดตามตอนต่อไปคะ ทุกปัญหามีทางออก อะไรเอ่ยยยยย)
กลับมาบ้านรับทาน ไข่พะโล้ ของโปรด อย่างสะใจ อะไรที่หวังไว้ว่าจะได้กิน มันก็ลอยมาเข้าปากซะทุกอย่างไป จะไม่ให้ติดใจได้ยังงัยหละ อิอิ
นับว่าเป็นอีกวันที่ขายดีเนื่องจากไม่ว่าหนุ่ม หรือแก่ ต่างตามเอาใจนังไลไม่มีขาด ไม่นับลุงเตอร์นะ เพราะอันนั้นของสูง 555 มีคุณลุงคนนึงให้นามบัตรมาบอกว่า “ชั้นมีเรือยอร์ชนะจ๊ะ คราวหน้าถ้ามาจะพาล่องแม่น้ำไลน์” (อะ ฮิ้ววววว กลัวจะเป็นแม่ น้ำลาย อะคะ) แถมด้วยกุ๊กหนุ่มชาวฝรั่งเศสลงมือปรุงแกงเขียวหวานให้ชิมอย่างใจดี (บอกเค้าไปว่าใช้ได้ แท้จริงไม่ได้ชิมสักแอะ ก็มันจุกแล้วอะ) สุดท้ายของวัน หนุ่มอุสเบกิสถาน เข้ามาแนวเหงาๆเที่ยวคนเดียว อยากหาเพื่อนร่วมทาง (เสียใจคะมากับครอบครัว ฮาาาาาา)
แต่ยังไงซะ ป้าตุ้มก็บอกให้ยิ้มหวานๆเข้าไว้ ดวงกะลังมาแล้วไอ้ไลเอ้ยยยย 555
15 comments March 30, 2008
ไปสวิสแล้วติดใจ ตอนที่ 1 (Basel or Bangkok ???)
หลังจากโลกได้ทำเรื่องทำราวเอาไว้มากมายกับตัวเราเอง ก็ได้เวลาเติมพลังกาย พลังใจ ให้กับการต่อสู้ของชึวิตในวันข้างหน้า ป้าไก่จิกตามมาร่วมสองเดือน ได้เวลาเหินฟ้าไปหายาบ้าที่สวิสเสียที
ก่อนออกจากบ้านก็สวดมนต์แล้วหลายรอบกลัว เหลือเกินเรื่องความขลังของพลังลึกลับที่คอยจะดัดหลังเราตลอดเวลา
ตื่นซะเช้าเชว เพราะกลัวโน่นนี่ กลัวตกเครื่องบ้างหละ กลัวลืมโน่นลืมนี่บ้างหละ แต่สุดท้ายก็มาถึงแอร์พอร์ตอย่างปลอดภัย เครื่องอีซี่เจทแสนถูกที่หามาได้ 50 ปอนด์เท่านั้น (มีบางคนหาได้ถูกกว่านี้ โกรธธธธธ) ตั๋วราคาถูกจึงไม่ได้ไปขึ้นเครื่องที่สนามบินหรูหราอย่าง Heathrow เหมือนคนอื่นเค้า เครื่อง อีซี่เจท ต้องไปขึ้นที่ Luton, Gatwick และ Stansted เท่านั้น เครื่องราคาถูกจริงแต่ก็ต้องเสียค่ารถเดินทางไปสนามบินอีกหนักโข จองทางเน็ตล่วงหน้านานๆอาจได้ราคาดีๆ อย่างเช่น 11 ปอนด์ ไป-กลับ ที่ชั้นได้มา แต่ถ้า walk in นะขอโทษ 17 ปอนด์ต่อเที่ยวครับ นี่แหละ อังกฤษ เมืองแห่ง organization
รถบัสจาก Victoria มาถึง Luton ใช้เวลาประมาณ 45 นาที มาถึงแจ่เช้าเชว check-in เป็นคนแรกเลย เรียบร้อยก็มานั่งจ้องจอมอนิเตอร์ที่บอก gate ขั้นเครื่อง อย่างเท่ห์ๆคนเดียว นั่งอยู่นาน ประมาณเกือบสองชั่วโมง แอ๊คอาร์ต จนกระทั่งได้เวลา boarding ทำไมมันไม่บอกสักทีวะ ว่าไป gate ไหน เริ่มเอะใจ ชิบ….. นี่มันจอเครื่องขาลงนี่หว่า ไม่ใช่ขาขึ้น เวรรรรรหละซิ เดินเร็วๆ (ไม่วิ่งหรอกเดี๋ยวเค้ารู้ว่าโก๊ะ) เข้า boarding ขึ้นมาโผล่ที่ duty free shop แม่เจ้า อยากช๊อปอะ ทำไมไม่มาเดินนะ นั่งเอ๋ออยู่ได้ตั้งสองชั่วโมง แต่ไม่ทันแล้ว มันขึ้นตัวแดงว่า Last call แล้วอะ เฮ้อ เซ็ง เห็น many shops อยู่รำไร แต่ shop ไม่ได้เลยยยยยยย
เครื่องลงที่ basel นาทีระทึกใจมาถึงแล้ว จะผ่าน ต.ม. มั้ยนั่น ข้างหหน้าเป็นชาวหัวทองทั้งสิ้น หอบสกีกันมาพะรุงพะรังเชว ชั้นก็หอบเหมือนกัน แฮ่กๆเลย ตื่นเต้น…เอาอีกละ พวก ต.ม. เนี่ยมารยาทไม่ดี จ้องที่ passport แล้วจ้องหน้าชั้น ทำซ้ำๆกันอยู่หลายครั้งเหมือนกันทุกที่เลย กลับไทยคราวหน้าจะไปทำ passport ใหม่ มันจะได้เลิกสงสัยกันซะทีว่าคนเดียวกันรึป่าว
ก็ผ่านคะ ผ่านมาอย่างชิวๆ ใครมีวีซ่านักเรียนอังกฤษเกินหกเดือนเข้าสวิสได้เลย ไม่ต้องขอวีซ่าจริงๆด้วย
เดินออกมาอย่างหวั่นเกรงว่า ป้าไก่จะหาเราเจอมั้ยนะ ออกช่องสวิสอย่างระวัง ป้าไก่ว่าถ้าออกฝั่ง france หละก็ไม่ไปรับนะ ออกมาไม่ทันเห็นแสงอาทิตย์เต็มตาก็เห็นหน้าป้าไก่แล้ว ดีใจๆ ป้าบอกถ้าไม่เจอกันก็เกินไปละ ช่องออกเล็กกว่าด่านแม่สอดบ้านเราซะอีก 555
ป้าไก่ต้อนรับด้วย chocolate สุดอร่อย ที่หากินได้ที่สวิสที่เดียว แอบบอกป้าว่า โมยไปขายบ้านเรากันมั้ยเพราะมันอร่อยเหลือใจ (ลืมถ่ายรูปมาให้ดูกันอะ) ตอนเดินไปซื้อโชว์อาถรรพ์เล็กน้่อยกลัวไม่ขลัง โดยการสั่งให้ทางเลื่อนไฟฟ้าหยุดทำงานชั่วคราว ป้าไก่ร้องเสียงหลง “กูอยู่มาเป็นปีๆไม่มีพังอะ” “อ้าววววว ก็ใครอะป้า นี่ไลนะ ธรรมดาได้ที่ไหน” 555 (ขากลับมามันเลื่อนได้เฉยเลยหวะ แต่ฝั่งเราเค้าให้เดินเอาแล้วเพราะมันเป็นขาลง)
กลับมาถึงบ้าน ยังไม่ทันอะไร ป้าไก่ก็สัมประทานข้าวมันไก่ ที่สังเวยชึวิตไก่เยอรมันถึงสองตัวด้วยมาให้อย่างเอ็นดู เนื่องจากไม่ได้กินมาร่วมหกเดือน จึงเผลอกินอย่างบุ่มบ่าม งานนั้นถึงกับมีจุก ป้าไก่ฟึดฟัดบอกว่า “ไมกินไม่หมด” โห ป้าเล่นถวายไก่ต้มสด จานเท่าเล้าไก่ได้อะคะ ใครจะไปจัดการไหว อร่อยมากแต่อัดเข้าไปไม่ไหวจริงๆอะคะ ขอโทษที แต่ไม่ทันไร ลุงเตอร์คนกินไก่ก็กวาดเรียบทั้งสองตัว 555
ยังไม่ทันย่อยไก่ ป้าบอกว่าเตรียมตัวไป ปาร์ดี้ พี่ไทย ที่บ้านป้าดำกัน เอ้าไปจ้าไป…..
เมื่อมาถึงบ้านป้าดำ ไลมีงงอะคะ แก๊งค์แม่บ้านไทยในสวิสที่โหดและดุที่สุด (เรื่องกิน) มารวมตัวกันอยู่ที่นี่เอง อาหารไทยจัดมา อาหารฝรั่งจัดไป…อาถรรพ์นังไลออกฤทธิ์อีกครั้ง เมื่อป้าดำผู้ซึ่งมีจิตใจเมตตาต่อสรรพสิ่งทั่วไป กลับแล้งน้ำใจหวงเนื้อดุ๋นไม่ให้่ไลได้กิน…ป้าตุ้มมีงง ไม่อยากเชื่อว่าป้าดำจะหวง.. ไลก็งง แต่อยากชิมเนื้อมากกว่า 555 ป้าดำมาค้นพบตัวเองภายหลังจากองค์ออกว่า เผลอใส่กระดูกหมูลงไปหนึ่งท่อนในเนื้อตุ๋น (ซึ่งป้าดำไม่ได้รู้มาก่อนนะว่าชั้นหนะ ไม่รับประทานหมูอะ) ป้าดำโทรมาขอโทษ ขอโพยอยู่หลายวันหลังจากนั้น บอกว่าไม่รู้อะไรดลใจให้ไล่ไลไปอย่างนั้น ไม่เป็นไรป้าดำ ของไลมันแรง ป้าไม่ต้องกังวลไป ไลชินแล้วววว ป้าบอกว่ามาคราวหน้ามานอนบ้านป้าก็ได้ จะต้มกระดูกหมูให้่กิน เย้ยยยยย…..
อาหารอร่อย พี่ๆ น้าๆ ป้าๆ ฮา กันทุกคน เมาท์กันไป กินกันไป ตั้งแต่ทุ่มกว่าๆ จนเกือบห้ามทุ่ม ป้าตุ้มบอกนี่แค่ชุดเล็กเท่านั้น แม่เจ้าไม่อยากคิดถึงชุดใหญ่เลย คงจะกินกันถึงเช้าเป็นแน่แท้ 555
กลับมาที่ห้องที่คุณลุงเตอร์จัดแจงไว้ให้ นอนหลับสบาย อบอุ่นหัวใจ ชอบหมอนลุงเตอร์ ใหญ่ได้ใจ ไซค์เดียวกับเดียง ฝันดีๆๆ
15 comments March 29, 2008









