Archive for November, 2008
พี่อัยมี่ เด็กหญิง EQ ดี๊ดี…แต่สติไม่ดี 555
สองวันก่อนโทรคุยกับแม่อัยมี่เป็นนานสองนาน ไม่มีเรื่องอะไรสะลักสำคัญหรอก เรียกว่าเม้าท์พี่อัยมี่ล้วนๆ ขวัญใจ updated ความเติบโตของอัยมี่อย่างเมามันส์ ทั้งกังวล และ ภาคภูมิใจไปพร้อมๆกัน เรื่องที่น่าภาคถภูมิใจอันเนื่องจากพี่อัยมี่ได้รับรางวัล เด็กหญิง EQ ดี จากโรงเรียน ชีกลับบ้านมาพร้อมกันประกาศนียบัตร และเค้กหนึ่งก้อนที่เป็นของรางวัลสำหรับความ friendly ของชี รางวัลที่มาจากผลโหวดของเพื่อนๆร่วมชั้น พี่อัยมี่เล่าว่าคุณครูบอกให้นักเรียนวาดรูปเพื่อนในห้อง ปรากฏว่าเพื่อนๆพร้อมใจกันวาดรูปพี่อัยมี่มากเป็นอันดับหนึ่ง เค้กจึงตกมาเป็นของพี่อัยมี่โดยปริยาย…อันนี้ป้าก็ปลื้มมมมมม…
แต่เรื่องที่น่ากังวลก็ยังมีตามมา เนื่องจากพี่อัยมี่เร่ิมไปเรียนดนตรี หัดเล่นเปียโน หวังว่าจะได้เป็นการฝึกสมาธิไปในตัว แต่กลับเป็นว่าพี่อัยมี่สติแตกทุกครั้งท่ึเข้าห้องเรียน ไม่่แน่ใจว่าเนื่องมาจากพี่อัยมี่มีความตั้งใจในการเรียนสูง หรือเธออาศัยห้องเรียนเป็นที่ระเบิดความเพี้ยนส่วนตัวของหล่อน ก็ไม่อาจทราบได้ แต่ทุกครั้งก่อนไปเรียนที่โรงเรียนพี่อัยมี่จะซ้อมร้องเพลง เล่นอีเลคโทน ไปจากบ้านก่อนเสมอ เมื่อเวลาคุณครูถามในชั้นว่าใครร้องได้ หรือ ซ้อมมาแล้วบ้าง พี่อัยมี่ก็จะตอบเสียงดังกว่าคนอื่นเสมอว่าทำได้ ร้องได้.. จึงดูเหมือนว่ามีเธอเพียงคนเดียวที่เต็มที่กับทุกบทเรียน มีหนำซ้ำเวลาที่เธอได้ยินเสียงดนตรีที่คุณครูเล่นเพลงที่เธอซ้อมมา เธอจะมีอาการฉุดไม่อยู่ กระโดดถกเสื้อเต้นอย่างเกินงาม พร้อมทั้งร้องตามไปด้วยแบบมืออาชีพ 5555 อันนี้นังแม่มันเล่าให้ฟังอย่างเห็นภาพ จนนังแม่มีความกังวลว่า พี่อัยมี่จะเป็นที่หมั่นใส้ของเพื่อนร่วมชั้นเรียน รวมทั้งผู้ปกครองนักเรียนคนอื่นก็จะพาลมาหมั่นใส้นังแม่มันด้วย หลังๆคุณแม่หลายๆคนเข้ามาพูดคุยบอกว่า “พี่อัยมี่นี่กล้าแสดงออกมากๆนะคะ” หรืออาจแปลได้ว่า “ลูกคุณขวัญนี่จะ show off ไปไหนไม่ทราบ” 5555 แต่ชั้นก็บอกขวัญใจไปแล้วว่าอย่าได้ไปกังวลกับเรื่องแบบนั้น เพราะเด็กท่ีกล้าคิดกล้าพูด ย่อมดีกว่าเด็กที่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆ อันนี้ประสบการณ์ตรงจากอีป้ามัน ตั้งแต่มาเรียนที่นี่ทำให้รู้ว่าการพูดการแสดงออกเป็นส่ิิงสำคัญ บางครั้งอาจดูเหมือนเป็นคววมคิดเพี้ยนๆ แต่ big idea ส่วนใหญ่ก็มาจากความเพี้ยนทั้งสิ้น ชั้นแอบดีใจที่หลานมีความเพี้ยนอยู่บ้าง อย่างมากเราก็แค่ควบคุมให้เค้าใช้มันอย่างถูกที่ถูกทางก็คงพอ..หลานผ้มมมมมม
รูปที่คุณแม่อัยมี่ส่งมาให้ดูพัฒนาการเติบโต ตกใจเพราชีโตขึ้นมากจริงๆ เพียงแค่หนึ่งปีผ่านไป
> แอบถามว่าใครเป็นคนเลือกเสื้อผ้า หน้า ผม นังแม่บอกว่า ผมยายทำให้ แต่เรื่องชุดเนี่ย ชีขอจัดเอง เอ้อนะ ขาดๆเกินๆ จะลายไปไหนนะหลานป้า สงสัยนอกจากเรียนดนตรีแล้วคงต้องเข้าคอร์สศิลปะด้วยเลย เน้นๆ เรื่องสีและ pattern 555
> โพสนี้หล่อนคิดเอง
> อันนี้มาจากหนังสือแฟชั่นเกาหลี
> อันนี้ญี่ปุ่น
> แกล้งทำโนเนะ
> อันนี้ตัวจริง
> โพสนี้คุ้นๆ
8 comments November 24, 2008
..และแล้วราหูก็คายจันทร์…
หลังจากอยู่ร่วมหลังคาเดียวกันมาร่วมปี ความรู้สึกทั้งร้ายทั้งดีปะปนกัน ก็ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจกับการจากไปของเธอดี เธอมาบอกลาวันเดียวกันกับวันที่เธอจะย้ายออก คือบอกตอนเช้า แล้วย้ายออกไปตอนบ่าย ตอนเธอบอกว่าเธอได้บ้านใหม่ที่ดูแสนจะสมบูรณ์แบบสำหรับชีวิตไฮโซของเธอ ความรู้สึกแรงคืออึ้ง งง แล้วก็ เหงา แต่พอตั้งตัวได้ก็กลับมาทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ก็ทำให้อาการโล่งใจเข้ามาแทนที่ 555 เลวจริงๆกรู
ชีทำเรื่องช้ำๆเอาไว้กับชั้นมากพอๆกับนำ้ใจงดงามของชีนั่นแหละ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับความไม่รับผิดชอบกับหน้าที่เอย ที่ปล่อยให้ internet ถูกตัดได้ทุกเดือน เพราะความละเลยไม่ชำระบิลของหล่อนให้ตรงเวลา อันนี้เป็นจุดเสียที่ทำความลำบากอย่างใหญ่หลวงให้กับชั้น แล้วยังจะเรื่องการล่วงเกินความเป็นส่วนตัวในทรัพย์สิน อาทิเช่น ข้าวปลาอาหารแห้ง แต่เรื่องนี้หลังๆดีขึ้นเยอะ รวมไปทั้งความเพี้ยนๆ กับการถามถึงความงามของหล่อนตลอดเวลา บางคราก็ขี้เกียจจะฟัง ยังไม่รวมเรื่องโกหกสร้างภาพที่หลังๆ มักจะจับได้คาหนังตาคำ
จากไปไม่วายสร้างปัญหาไว้กับเจ้าของบ้าน ให้ชั้นต้องมานั่งรับฟัง ชีย้ายออกโดยการไม่บอกกล่าวกับเจ้าของบ้านล่วงหน้า เพราะชีไม่ได้จ่ายมัดจำใดๆก่อนย้ายเข้ามาเหมือนชั้น เนื่องจากเจ้าของบ้านนั่นเป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันกับหล่อนที่มหาวิทยาลัย หลังๆหล่อนโทรไปขอย้ายไปอยู่ห้องใหญ่ที่ว่างอยู่ เนื่องจากปัญหาเรื่องจ่ายค่าเช่าเท่ากับชั้นแต่ห้องใหญ่ไม่เท่า ชั้นเองจำได้ว่าเมื่อชั้นย้ายมาใหม่ๆชีบอกเองว่าชอบห้องเล็กๆ เฮ้อ…คนเราเปลี่ยนกันได้ อันนั้นก็เลยไม่ถิืออะไร แต่ก็มีปัญหาอีกหลายอย่างที่เจ้าของบ้านเอือมระอากับหล่อน จริงๆเจ้าของบ้านเองก็หน้าเลือดไม่ใช่เล่น ก็ไม่ได้ว่าหมึกซะเต็มร้อยหรอกนะที่เคียดแค้น แต่เพราะความใสซื่อของหล่อนนั่นแหละ ที่ทำให้หล่อนโดนเค้าปิดบังความจริงบางอย่างเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่ลอนดอนนี่ แต่ชั้นก็คิดว่าหล่อนน่าจะจบกับเจ้าของบ้านด้วยสันติ มิใช่ก่อไฟทิ้งไว้อย่างนี้ เพราะชั้นต้องมารับฟังเรื่องต่างๆเหล่านั้น เจ้าของบ้านยำ้กับชั้นว่าถ้าวิกกี้กลับมาเอาของที่เหลือให้โทรบอกเค้าดว้ย เพราะเค้าอยากจะเจอหล่อนเหลือเกิน ชั้นยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้..
เรื่องความเชื่อคนง่ายและเป็นมิตรกับทุกคนอย่างไม่ระวังตัวของหล่อนก็แผ่รัสมีความซวยมาที่ชั้นด้วยอย่างจังๆ ซี่งได้แสดงผลออกมาให้ประจักษ์กันเมื่อสองอาทิคย์ก่อน เนื่องจากเพื่อนหล่อนที่ทำงานบริษัทประกันชีวิตโทรมานำเสนอโปรแกรมประหลาดในการทำประกันชีวิต โดยการบอกว่าจะโอนเงินเข้าบัญชีเราทุกเดือน แต่เราไม่มีสิทธื๋ใช้เงินนั้น ต้องสะสมไปเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นการทำการโฆษณาบริษัทซึ่งเพิ่งเปิดใหม่ชนิดนึง ชั้นก็เอะใจตั่งแต่ตอนนั้นแล้ว มันดูเป็นแผนการตลาดที่ประหลาดได้ใจ แต่ชีก็ยืนยันหนักแน่นว่าเป็นเพื่อนชีเอง ไม่มีปัญหาแน่นอน ก็เลยอะเอาก็เอาช่วยๆกันไป ทางบริษัทก็ส่งเอกสารมากมายมาที่บ้าน ชั้นเองก็ไม่มีเวลามานั่งศึกษาตัวเงือนไขอะไรก็เลยละเลยไม่ได้เซ็นใบตอบรับอะไรทั้งนั้น ทางบริษัทก็โทรตามตลอดเวลา เรียกว่า ยิกๆเลยยังได้ เราก็หงิดๆอีกแล้วว่ามันอะไรกันนักกันหนา สุดท้ายเค้าโทรมาขอเบอร์บัญชี บอกว่าจะโิิิอนเง้นเข้างวดแรกก่อนเลย แล้วค่อยส่งเอกสารมาทีหลัง ก็ไม่รู้ว่าอะไรตลใจให้บอกเค้าไปซะง่ายๆยังงั้น ก็ยอมรับว่าโง่นิดนึง แต่ด้วยเชื่อว่าเพื่อนหมึกคงไม่แนะนำสิ่งเลวร้ายให้เราเหมือนที่ชีพร่ำบอก..หลังจากนั้นสามอาทิตย์มีจดหมายจากทางธนาคารแจ้งว่ามีการโอนเงินออกจากบัญชีของชั้นเป็นจำนวน 80 ปอนค์ เพื่อจ่ายเป็นค่าประกันชีวิตให้กับอีบริษัทนั้นนั่นแหละ โดนกันทั้งสองคน หมึกหน้าเสียบอกกับเราเรื่องนั้นว่าชีไม่รู้เรื่องที่เพื่อนทำ แล้วก็ได้ทำการยกเลิกกับทางธนาคารแล้วอย่างเป็นทางการ แต่มันก็ไม่ทันแล้ว วันนั้นชั้นระเบิดเนื่องจากหลายอย่างทั้งตอนนั้นอินเตอร์เน็ตก็ถูกตัดเพราะความเหลวไหลของชีนั่นแหละ มันก็เลยไม่เอาแล้วเว้ยยย ชั้นไล่หล่อนออกจากห้องอย่างไม่มีเยื่อใย เราไม่พูดกันสองวันเต็มเนื่องจากชั้นไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้วบอกตรงๆว่าเหนื่อย จริงๆเรื่องเงินนั้นก็ไม่รุนแรงเท่ากับการที่อินเตอร์เน็ตถูดตัดในวันที่ต้องการหาข้อมูลทำงานอย่างจริงจัง คืนนั้นนอนไม่หลับเลย…
หลังจากคืนนั้นมาจนวันที่หล่อนย้ายออกก็ประมาณหนี่งอาทิตย์เท่านั้นเอง จุดนั้นอาจเป็นจุดที่ทำให้หล่อนตัดสินใจแยกจากชั้นไป เพราะชั้นแรงมากจริงๆ วันนี้ีเพื่อนคนใหม่มาอยู่แทนหมีกเป็นการชั่วคราว เค้าไม่วุ่นวายและมีมารยาท แต่ก็ทำให้บ้านเงียบมากจริงๆ เพราะไม่มีใครเข้ามาขอส่องกระจกในห้องชั้นอีกแล้ว ไม่มีใครกรี๊ดกร๊าดดีใจเวลาที่เราคุยเรื่องบ้าๆบอๆ ยอมรับว่าเหงาเหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะไปอยู่กับหมึกอีกแล้ว ชียังคงชวนบอกว่าที่บ้านนั้นมีห้องว่างอีกห้องนึง ถ้าสนใจก็ให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันอีก ชั้นคิดในใจว่าไม่ดีกว่า อยากลองรู้จักคนอื่นดูบ้าง อาจจะดีหรือร้ายก็ไม่รู้ แต่ยังไงก็ได้เสี่ยงและเรียนรู้ พอแล้วกับหมึก ไม่อยากโดนราหูอมอีกแล้ววววว พอกันที….
16 comments November 5, 2008





