..และแล้วราหูก็คายจันทร์…
November 5, 2008
หลังจากอยู่ร่วมหลังคาเดียวกันมาร่วมปี ความรู้สึกทั้งร้ายทั้งดีปะปนกัน ก็ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจกับการจากไปของเธอดี เธอมาบอกลาวันเดียวกันกับวันที่เธอจะย้ายออก คือบอกตอนเช้า แล้วย้ายออกไปตอนบ่าย ตอนเธอบอกว่าเธอได้บ้านใหม่ที่ดูแสนจะสมบูรณ์แบบสำหรับชีวิตไฮโซของเธอ ความรู้สึกแรงคืออึ้ง งง แล้วก็ เหงา แต่พอตั้งตัวได้ก็กลับมาทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ก็ทำให้อาการโล่งใจเข้ามาแทนที่ 555 เลวจริงๆกรู
ชีทำเรื่องช้ำๆเอาไว้กับชั้นมากพอๆกับนำ้ใจงดงามของชีนั่นแหละ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับความไม่รับผิดชอบกับหน้าที่เอย ที่ปล่อยให้ internet ถูกตัดได้ทุกเดือน เพราะความละเลยไม่ชำระบิลของหล่อนให้ตรงเวลา อันนี้เป็นจุดเสียที่ทำความลำบากอย่างใหญ่หลวงให้กับชั้น แล้วยังจะเรื่องการล่วงเกินความเป็นส่วนตัวในทรัพย์สิน อาทิเช่น ข้าวปลาอาหารแห้ง แต่เรื่องนี้หลังๆดีขึ้นเยอะ รวมไปทั้งความเพี้ยนๆ กับการถามถึงความงามของหล่อนตลอดเวลา บางคราก็ขี้เกียจจะฟัง ยังไม่รวมเรื่องโกหกสร้างภาพที่หลังๆ มักจะจับได้คาหนังตาคำ
จากไปไม่วายสร้างปัญหาไว้กับเจ้าของบ้าน ให้ชั้นต้องมานั่งรับฟัง ชีย้ายออกโดยการไม่บอกกล่าวกับเจ้าของบ้านล่วงหน้า เพราะชีไม่ได้จ่ายมัดจำใดๆก่อนย้ายเข้ามาเหมือนชั้น เนื่องจากเจ้าของบ้านนั่นเป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันกับหล่อนที่มหาวิทยาลัย หลังๆหล่อนโทรไปขอย้ายไปอยู่ห้องใหญ่ที่ว่างอยู่ เนื่องจากปัญหาเรื่องจ่ายค่าเช่าเท่ากับชั้นแต่ห้องใหญ่ไม่เท่า ชั้นเองจำได้ว่าเมื่อชั้นย้ายมาใหม่ๆชีบอกเองว่าชอบห้องเล็กๆ เฮ้อ…คนเราเปลี่ยนกันได้ อันนั้นก็เลยไม่ถิืออะไร แต่ก็มีปัญหาอีกหลายอย่างที่เจ้าของบ้านเอือมระอากับหล่อน จริงๆเจ้าของบ้านเองก็หน้าเลือดไม่ใช่เล่น ก็ไม่ได้ว่าหมึกซะเต็มร้อยหรอกนะที่เคียดแค้น แต่เพราะความใสซื่อของหล่อนนั่นแหละ ที่ทำให้หล่อนโดนเค้าปิดบังความจริงบางอย่างเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่ลอนดอนนี่ แต่ชั้นก็คิดว่าหล่อนน่าจะจบกับเจ้าของบ้านด้วยสันติ มิใช่ก่อไฟทิ้งไว้อย่างนี้ เพราะชั้นต้องมารับฟังเรื่องต่างๆเหล่านั้น เจ้าของบ้านยำ้กับชั้นว่าถ้าวิกกี้กลับมาเอาของที่เหลือให้โทรบอกเค้าดว้ย เพราะเค้าอยากจะเจอหล่อนเหลือเกิน ชั้นยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้..
เรื่องความเชื่อคนง่ายและเป็นมิตรกับทุกคนอย่างไม่ระวังตัวของหล่อนก็แผ่รัสมีความซวยมาที่ชั้นด้วยอย่างจังๆ ซี่งได้แสดงผลออกมาให้ประจักษ์กันเมื่อสองอาทิคย์ก่อน เนื่องจากเพื่อนหล่อนที่ทำงานบริษัทประกันชีวิตโทรมานำเสนอโปรแกรมประหลาดในการทำประกันชีวิต โดยการบอกว่าจะโอนเงินเข้าบัญชีเราทุกเดือน แต่เราไม่มีสิทธื๋ใช้เงินนั้น ต้องสะสมไปเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นการทำการโฆษณาบริษัทซึ่งเพิ่งเปิดใหม่ชนิดนึง ชั้นก็เอะใจตั่งแต่ตอนนั้นแล้ว มันดูเป็นแผนการตลาดที่ประหลาดได้ใจ แต่ชีก็ยืนยันหนักแน่นว่าเป็นเพื่อนชีเอง ไม่มีปัญหาแน่นอน ก็เลยอะเอาก็เอาช่วยๆกันไป ทางบริษัทก็ส่งเอกสารมากมายมาที่บ้าน ชั้นเองก็ไม่มีเวลามานั่งศึกษาตัวเงือนไขอะไรก็เลยละเลยไม่ได้เซ็นใบตอบรับอะไรทั้งนั้น ทางบริษัทก็โทรตามตลอดเวลา เรียกว่า ยิกๆเลยยังได้ เราก็หงิดๆอีกแล้วว่ามันอะไรกันนักกันหนา สุดท้ายเค้าโทรมาขอเบอร์บัญชี บอกว่าจะโิิิอนเง้นเข้างวดแรกก่อนเลย แล้วค่อยส่งเอกสารมาทีหลัง ก็ไม่รู้ว่าอะไรตลใจให้บอกเค้าไปซะง่ายๆยังงั้น ก็ยอมรับว่าโง่นิดนึง แต่ด้วยเชื่อว่าเพื่อนหมึกคงไม่แนะนำสิ่งเลวร้ายให้เราเหมือนที่ชีพร่ำบอก..หลังจากนั้นสามอาทิตย์มีจดหมายจากทางธนาคารแจ้งว่ามีการโอนเงินออกจากบัญชีของชั้นเป็นจำนวน 80 ปอนค์ เพื่อจ่ายเป็นค่าประกันชีวิตให้กับอีบริษัทนั้นนั่นแหละ โดนกันทั้งสองคน หมึกหน้าเสียบอกกับเราเรื่องนั้นว่าชีไม่รู้เรื่องที่เพื่อนทำ แล้วก็ได้ทำการยกเลิกกับทางธนาคารแล้วอย่างเป็นทางการ แต่มันก็ไม่ทันแล้ว วันนั้นชั้นระเบิดเนื่องจากหลายอย่างทั้งตอนนั้นอินเตอร์เน็ตก็ถูกตัดเพราะความเหลวไหลของชีนั่นแหละ มันก็เลยไม่เอาแล้วเว้ยยย ชั้นไล่หล่อนออกจากห้องอย่างไม่มีเยื่อใย เราไม่พูดกันสองวันเต็มเนื่องจากชั้นไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้วบอกตรงๆว่าเหนื่อย จริงๆเรื่องเงินนั้นก็ไม่รุนแรงเท่ากับการที่อินเตอร์เน็ตถูดตัดในวันที่ต้องการหาข้อมูลทำงานอย่างจริงจัง คืนนั้นนอนไม่หลับเลย…
หลังจากคืนนั้นมาจนวันที่หล่อนย้ายออกก็ประมาณหนี่งอาทิตย์เท่านั้นเอง จุดนั้นอาจเป็นจุดที่ทำให้หล่อนตัดสินใจแยกจากชั้นไป เพราะชั้นแรงมากจริงๆ วันนี้ีเพื่อนคนใหม่มาอยู่แทนหมีกเป็นการชั่วคราว เค้าไม่วุ่นวายและมีมารยาท แต่ก็ทำให้บ้านเงียบมากจริงๆ เพราะไม่มีใครเข้ามาขอส่องกระจกในห้องชั้นอีกแล้ว ไม่มีใครกรี๊ดกร๊าดดีใจเวลาที่เราคุยเรื่องบ้าๆบอๆ ยอมรับว่าเหงาเหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะไปอยู่กับหมึกอีกแล้ว ชียังคงชวนบอกว่าที่บ้านนั้นมีห้องว่างอีกห้องนึง ถ้าสนใจก็ให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันอีก ชั้นคิดในใจว่าไม่ดีกว่า อยากลองรู้จักคนอื่นดูบ้าง อาจจะดีหรือร้ายก็ไม่รู้ แต่ยังไงก็ได้เสี่ยงและเรียนรู้ พอแล้วกับหมึก ไม่อยากโดนราหูอมอีกแล้ววววว พอกันที….
Entry Filed under: หายใจในต่างแดน, หายใจไปพร้อมมัน. .
16 Comments Add your own
Leave a Comment
Some HTML allowed:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>
Trackback this post | Subscribe to the comments via RSS Feed
1.
thecolourbar | November 6, 2008 at 8:22 am
สู้ๆ
คับ
2.
ส้มลิ้ม | November 7, 2008 at 5:58 am
ฟังๆ ดู ก็เป็นปัญหาหนักอกอยู่เหมือนกัน นี่คงจะเป็นสาเหตุที่ต้องให้เพื่อนต้อมออนไลน์ สายด่วนหรือเปล่า ได้แต่เดา… แต่ก็เอาเถอะนะ ไหนๆ ชีก็ไปแล้ว เคยเห็นหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อเรื่องว่า เหตุสมควรโกรธ…ไม่มีในโลก ก็เข้าท่าดีเหมือนกันนะ ช่างคิด
3.
thelailama | November 9, 2008 at 1:39 am
ชีวิตสบายขึ้นเยอะเลยคะ ลุงเล่อ ไม่ต้องห่วงไปนะ
………………
นังล้ิม ชั้นตามไปอ่านแล้ว บทความที่ว่า อ่านไปแล้วก็ได้แต่คิดว่าคนที่ไม่โกรธเนี่ย มันเหมือนไร้อารมณ์เหมือนกันนะแก ไม่เอาอะ ชั้นขอแบบโกรธเป็น รักเป็นดีกว่า โกรธแหลกอะ ช่วงนี้ความอดทนสั้นหวะ ขี้รำคาญด้วย ไม่รู้เกี่ยวกับวัยทองอะป่าว ท่าทางชั้นจะไม่บรรลุหวะ มีแต่จะทะลุจุดโกรธทุกทีไป 555
4.
thecolourbar | November 9, 2008 at 5:22 am
5.
โตเดี่ยว | November 9, 2008 at 3:02 pm
80 ปอนด์เลยเหรอ ซื้อครีมหน้าขาวได้เป็นเซ็ทเลยนะนั่น
แต่ตอนนี้เงินปอนด์เหลือ 55 บาทแล้ว ไม่เป็นไร เงินทองนอกกาย หาใหม่ได้เว้ย
นึกไม่ถึงว่าจะมีอะไรซ้ำๆ ซากๆ ไอ้ที่แกเสียดาย เสียใจ ก็อย่าไปคิดมากว่ะ คิดซะว่า ทำกรรมกันมาเท่านี้ ต่อไปจะดีขึ้นแล้ว เอาเข้าจริงๆ ชั้นไม่ได้ว่าเพื่อนหมึกนะเว้ย แต่เพื่อนหมึกมันรู้เห็นกันหรือเปล่า … (ก็อาจจะไม่)
เฮ้อ … เจอแต่คนดีๆ … กลับมาหาคนชั่วๆ อย่างกูเถอะ .. คิดถึง
แล้วรูมเมทคนใหม่คือใครวะ ชาติไหน มาทำไร เล่ามาด้วย กูว่าติ๋มๆ เนี่ย มันต้องมีอะไรซ่อนเร้น ยิ่งมึงด้วย เจออะไรธรรมดาไม่ได้แน่นอน หมอนิว คอนเฟิร์ม!!
เออ ดีๆ ล่ะ เทคแคร์ แล้วเม้ากันเว้ย
6.
โตเดี่ยว | November 9, 2008 at 3:03 pm
ปล. กูรู้ ทำไมมึงหงุดหงิด ปรึกษา เจ๊กเอ็กเปิดได้ตลอดเพื่อน
7.
thelailama | November 9, 2008 at 10:20 pm
แหม โกรธหนะหายแล้ว….มันไม่รู้เห็นหรอก เพราะมันก็โดนด้วยเหมือนกัน
วันก่อนเพือนหมึกกลับมาเที่ยว มาเยี่ยมเยียน
เนื่องจากอาการเหงากัดกินหัวใจ..เฮ้อ สายบัวตัดไม่ขาดจริงๆ
จะว่าไปก็มีมันเป็นเพื่อนมาตั้งนานนั่นแหละนะ..บ้าๆบอๆ ก็พอมีน้ำใจต่อกันมานาน
เพื่อนใหม่เป็นชาติที่ชั้นคุ้นเคย ตอนนี้ได้เข้าคอร์สเรียนทำอาหาร เตอกี้ แล้ว
อีกหน่อยจะได้เปิดร้านอาหารนานชาติ 555
หุ้นกันมั้ยมึง
8.
thecolourbar | November 10, 2008 at 6:31 pm
สบายแล้วอย่าลืมกันนะ
9.
ส้มลิ้ม | November 12, 2008 at 3:21 am
ชวนนิว ไม่ชวนชั้นเดี๋ยวจะโดน ไม่ใช่น้อยนะ คุณบอย
10.
thelailama | November 13, 2008 at 12:09 am
ส้ม : แหม ของยังงี้ไม่ต้องพูดก็รู็กัน ยังไงก็ของตาย… love love
ลุงเล่อ : ลืม
11.
thecolourbar | November 15, 2008 at 4:16 am
สาบาน
12.
thelailama | November 16, 2008 at 11:50 pm
13.
she the tiger | November 18, 2008 at 5:17 pm
“เพราะไม่มีใครเข้ามาขอส่องกระจกในห้องชั้นอีกแล้ว ไม่มีใครกรี๊ดกร๊าดดีใจเวลาที่เราคุยเรื่องบ้าๆบอๆ”
มั่ยจิง!!!!!!!!!!!
14.
thelailama | November 20, 2008 at 12:52 am
เขียนเมื่อก่อนเสือบุกอะคะ
15.
โตเดี่ยว | April 18, 2009 at 5:24 am
หุ้นด้วย แต่หุ้นลมได้ป่ะ ให้ส้มไลต้อมออกตังและเป็นคนทำ ส่วนชั้นรอเก็บเปอร์เซนต์พร้อมมีไอเดียทำอาหารอิตาเลี่ยนฟรี 55555555
กูล้อเล่น
16.
thelailama | May 2, 2009 at 7:39 pm
อาหารอิดาเลี่ยน ไม่เอา อะ ชื่อก็บอกแล้วว่ามันเลี่ยน 555