Posts filed under 'ยังอยู่ในใจ'

SAWASDEE NEW YEAR EVERYONE :)

picture-2

จริงๆก็มีกันอยู่ไม่กี่คนหรอกเนอะใน space นี้ที่จะบอกว่า ขอให้มีความสุข สงบ สวยงาม ราบรื่น คลื่นชีวิตซัดเยือกเย็นไม่สาดซัดโครมครามเหมือนปีเก่าที่ผ่านไป ปีนี้มีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปมาก สำหรับชีวิตตัวเอง มีทั้งดีขึ้นและแย่ลง

•    ได้เรียนกับเค้าซะที ที่ยังแย่อยู่คือไม่รู้จะเรียนรอดมั้ย 555
•    คนที่รักยังคงห่างไกล แต่เพื่อนใหม่ๆก็อบอุ่น พอทดแทนกันได้ ไม่ถึงขั้นทั้งหมดแต่ก็ทำให้ไม่เหงาจนคลั่งตาย
•    งานยังคงไม่มีทำเหมือนเดิม… แต่ก็เหมือนว่าจะเผื่อการศึกษาไปโดยปริยาย มีเวลามา focus on สิ่งที่สำคัญเช่นกัน เพื่อพ่อแม่พี่น้องและเพื่อนๆ ทั้้งที่รอด้วยความเชื่อมั่นกับทั้งผู้คนที่รอกระหน่ำซ้ำเติม
•    ค่าเงินบาทแข็งซะ ค่าเงินปอนด์ตกฮวบ แย่ตรงที่จ่ายค่าเทอมไปตอนที่มันแข็งๆ ยังเสียดายไม่หาย แต่ก็คิดซะว่าช่วงนี้ก็พอให้ shop ได้ด้วยการคำนวณราคาที่ถูกลง คิดแล้วสบายใจขึ้นเยอะ อิอิ
•    ฝีมือการทำอาหารพัฒนาไปถึงขั้นเป็น chef อาหารไทยในหมู่เพื่อนไปแล้ว.. งานหนักขึ้น ตระเวนปรุงให้เค้าชิมทั่วลอนดอน แต่ก็หนุกหนาน ได้เพื่อนกินเพิ่มขึ้น เพื่อนกินในวันนี้ที่อาจพัฒนามาเป็นเพื่อนตายได้วันข้างหน้า who knows?….
•    คนรักจะเป็นอิสระ แต่เหมือนอิสระของเราก็กะลังจะหมดไป 555 เพราะความล่องลอยที่คอยผลัดไม่อยากตอบ มันใกล้ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจกันแล้ว ว่าพรุ่งนี้จะ  เปลี่ยนหรือคงเดิม..
•    เมืองไทยเปลี่ยนผู้นำไปอีกคน…คนแล้วคนเล่า ต่างไปจากปีที่แล้ว ก็ยังไม่รู้จะหมู่หรือจ่า แต่การเปลี่ยนแปลงก็ย่อมนำมาซึ่งความเจ็บปวดเช่นนี้ แต่ถ้าไม่เปลี่ยนก็ซ้ำซาก หวังว่ามันจะดีขึ้นซะที อย่างน้อยไม่สอยกันเองระหว่างคนไทยและคนไทยก็คงพอ
•    โลกยังร้อนขึ้น แต่ลอนดอนหนาวจวนจะขาดใจ ความหนาวที่ทำให้บางครั้ง ยะเยือกเย็นใจว่าโลกจะร่้อนจนน้ำแข็งละลายได้ยังไง ไม่จร๊ิงงงงง…555
•    ฯลฯ

ยังมีอีกหลายอย่างที่เปลี่ยนไป สิ่งนึงที่ไม่ขอเปลี่ยนคือการเป็นชั้นคนนี้ กับการมีอยู่ของผองเพื่อนณ.ที่นี้ และนอก space แห่งนี้ การไม่เห็นไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอยู่ แต่ถ้าเพื่อนคนไหนแวะเข้ามาอ่าน ช่วยปรากฏกายด้วยคงจะขอบคุณมากมาย การที่เช้าตื่นมาแล้วเห็นว่ามีการส่ือสารจากทางไกล ไม่ว่าวิธีไหนก็ตาม มันห่มคนเหงาไกลบ้านให้อุ่นได้ดีกว่านอนกอดถุงน้ำร้อนซะอีก ;)

รักนะ แต่ไม่อยากแสดงออกอะ ชิ……
อยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มีความสุขกันจริงๆนะ ทั้งปีนี้ และปีต่อๆไป ปีหน้าจะได้ไปอวยกันต่อหน้ามั้ยหนอ ไม่อยากรับปาก แต่ยังรักเท่าเดิมแม้จะไม่เจอะกัน ใช่มะ :)
สวัสดีปีใหม่ทุกคน :)


15 comments January 1, 2009

Oldboy หนังเก่าขอเล่าหน่อย

วันก่อน Ernest เพื่อนร่วมชั้นเสนอจะจัด the movie night เนื่องจากมีหนังหลายเรื่องที่เราอยากดู แต่การดูคนเดียวมันไม่ได้อารมณ์ ฮีเลยเกิดไอเดีย ชักชวนเพื่อนๆมารวมตัวกันดูหนังดีๆ ปัญหาที่ตามมาคือที่ไหนหละ ที่จะมีที่ทางและทีวีพร้อมเครื่องเล่นให้เราได้ฉายหนังของเรา เนื่องจากเป็นเรื่งแรก สมาชิกจึงยังไม่มากมายเท่าไหร่ 5 คนเท่านั้น งั้นจัดบ้านชั้นก็ได้ หลุดปากบอกไปทั้งๆที่ยังไม่มี เครื่องเล่นดีวีดี ด้วยซ้ำ 555

ไหนๆก็มารวมตัวกันแล้วก็กินข้าวกันด้วยเลยเป็นงัย อารมณ์คนมันเหงาหลังจากหมกตัวอยุ่บ้านมาร่วมสามวันไม่ได้พูดจากับใคร เลยอยากจะเจอผู้คนซะหน่อยก่อนเป็นบ้าไปซะก่อน เรื่องเล็กเลยเป็นเรื่องใหญ่เมื่อไลลาเข้าครัว เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำ สมเป็นหลานป้ามาลีนา เมนูคืนนั้นเลยถูกจัดขึ้นดั่งฝัน รายการอาหาร มีดังนี้ ต้มยำกุ้ง ไก่ย่างนำ้ผึ้ง ข้าวผัดเนย ตบท้ายด้วยเมนูของหวานประจำตระกูล เต้าฮวยนมสด สูตรของหมึกดำ พี่ชายแสนดีของชั้นเอง..อ้อ มีไอติมคาราเมลที่เหลืออยู่ในตู้อีกด้วย ยกมาเสริฟซะให้หมด

หลังจากจัดการดินเนอร์กันอย่างอิ่มหมี ก็เริ่มเมาท์กันพอปากมัน สนุกสนาน หัวเราะครื้นเครง เอ้อ ชีวิตค่อยมีชีวาหน่อย เมื่อได้เวลาฉายหนังก็จัดแจงที่หลับที่นอนให้เพื่อนๆ เพราะหนังนานอาจเมื่อยล้า จับจองที่ทางกันไป…

หนังฉาย….ตั้งแต่เริ่มเรื่องก็รู้สีกเลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่ธรรมดา ไม่ได้ตั้งใจจะตามกระแสหนังเกาหลีที่บ้านเรากำลังนิยม แต่ช่วยไมไ่ด้จริงๆที่หนังเกาหลีเรื่องนี้ มีการนำเสนอความรุนแรงได้น่าสนใจ กระชากใจวัยจ๊าบอย่างเรา 555 หนังเก่าแล้วหละ ได้รางวัลเมืองคานส์ตั้งแต่ปี 2004 หลายคนอาจเคยดูแล้วเนอะ เรื่องราวของชายที่กูกคุมขังอยู่ในโรงแรมห้องนึงนานถึง 15 ปีโดยที่ไม่รู้สาเหตุ เหตุการณ์ความรุนแรงหลังจากหนีออกมาจากที่คุมขัง เนื่องจากการตามไขความข้องใจ ว่าเพราะอะไรเค้าถึงติดอยู่ในห้องของโรงแรมนานถึง 15 ปี เล่าได้แค่นี้เพราะไม่รูัจะบอกยังไง เล่าไม่ถูกกลัวว่าจะบอกจุดสำค้ญของหนังไปอย่างไม่รู้ตัว เป็นหนังที่มีรายละเอียด สัญลักษณ์ซ่อนอยู่ทุกฉากทุกซีน พอดูจบ..หันมองหน้ากันแล้วบอกได้คำเดียวว่า แม่งโคตร cool 555 คิดว่าจะต้องดูอีกรอบเพื่อเก็บรายละเอียดของสัญลักษณ์ ชอบความรุนแรงของการนำเสนอ ทำเอาชั้นอึ้งไปนาน อยากให้ได้ลองไปหามาดูกัน เปิดไปสัก 10 นาที ถ้าชอบก็จะดูจนจบ บางคนที่ไม่ชอบก็ปิดตั้งแต่เดี๋ยวนั้น 555 หลายคนบอกมา เป็นหนังที่มีความชัดเจนของกลุ่มผู้ชามากๆ ชอบๆ

oldboyposter023vv

> poster หนัง จะได้หากันง่ายๆ

oldboy

> ดารานำชอบมากๆ ว่าจะหันมาคลั่งดาราเกาหลีกับเค้ามั่งแล้ว เอาคนนี้แหละ เล่นเก่งจริงๆ

oldboy046aq

> ฉากความรุนแรงที่เป็นที่ถกเถียงกัน

oldboy-41

> ฉากหวานอย่างหนังเกาหลีก็ยังมีให้เห็น 555

13 comments December 28, 2008

HAPPY BIRHTDAY PA kook kook kai !!! :)

..Happy Birthday Hooray HaHa..

มาแล้วยังดีกว่ามาช้า มาช้ายังดีกว่าไม่มา :P
อวยพรย้อนหลังให้ป้าไก่คะ ไม่ได้ลืมนะ แต่มันยุ่งนุงนังมากๆ ขอให้ป้าไก่มีฟามสุขหลายๆ นะคะ เรื่องทุกข์เรื่องร้อนขอให้มันพ่านพ้นไปซะที ขอให้สิ่งดีๆเข้ามานัวเนียในปีนี้เนอะ ป้า เนอะ
เท่าไหร่แล้วน้ออออ……อายุหนะ 555

รัก รัก นะคะ จุ๊บๆ

19 comments September 25, 2008

I wish you love

Have you ever been in a silent day like this?

In the raining day; the day that has been raining since you wake up till you get in bed again, you have no idea to do anything, your brain stop working unreasonably, there is nothing to do better than lying down on the bed and let your mind flying away somewhere. I have realised the sentence  “Loneliness can kill you softly” today. Moreover, loneliness in this country where it can better increase itself  than anywhere else because of the suck weather. I killed my day with reminding everything in the previous time, reading my blogs since the first page till the present page, looking at the pictures that I took and taken with everyone, searching my some memories from youtube.

Gosh!!! It did work very well, I got this memory by accident, the film from HBO which i watched (twice) in Thailand before coming here. “Prime” i don’t know if anyone has ever watched it or not. By the way, i just love the song, the sweet soundtrack which comes up 5 mins before the end of the story. This song is being sung in many versions by many artists such as Frank Sinata, Micheal Bubbe and so on, but i love this one, which sung by Rachael Yamagata, the most, might be captivated by the film somehow. Nothing special actually, it is just a simple romantic film, but i wish you love :)

35 comments August 10, 2008

HOLA!! Arancha

I didn’t give you a card to say goodbye cos I couldn’t find any card which was as big as I wanted for telling you all of my memories and my feelings about you.

It isn’t easy to open our mind and welcome someone into memory’s space. Especially me, I’m the one who has very poor ability on getting know people as a real friend. So you are so unlucky becoming one of my best friends. Hahaha

If u could remember a day in Mike’s class, listening lesson, it was our first studied together and the first time I met you, I would have something to confess you. Sorry for a big mistake that I blindly thought you were some relative of the terrible stupid receptionist when I first saw you. Hahaha..

I felt like there was some strange connecting happened between us since the funny study in Simon’s class, which was a great fun lesson, cos you said and did something stupid with me. I felt like I had discovered something (imagine when an archaeologist discovered a piece of dinosaur’s bone. hahaha). After that class I happily told all of my friends “Luckily, I found someone that I think I can be friend with”. I strongly believe that, really.

So that why I was shocked and sad when I couldn’t see you in the class after I came back from travel. Simon told me that you had changed the class, so I had been looking for you in another class for 2 or 3 days before I met you again in front of the classroom. After that we had become closer and closer, as I changed the class to study with you again and we had started to exchange our life’s story to each other.

We had one stupid argument that was the reason of our stupid tear. Hahaha People said, “argument makes friendship get stronger” I had totally agreed with that. As we were getting know each other day-by-day and that supported my belief that we could be real friend.

I had a great shopping time with you: doing something we had never done before in our life such as going to Primark 3 times a week, trying clothes in front of the mirror in department store, buying the same products, looking for one pound clothes at Liverpool street market, etc.

Also had spent happy time in many places together such as taking sun bath in Hype Park everyday for a week and walking around there, you were getting tan while I was getting burn at Brighton beach :P , exploring Oxford together, impressing beautiful Greenwich, climbing to Primrose hill to see London on the top view, trying to get free seeing animal in the zoo, meeting your funny family, hahaha (I like them so much), etc.

Ufffff…I can’t remember all of activities and places we had done and gone together. Cos I have a golden fish brain, remember? :P

I hate saying goodbye, I can’t count how many time I say this word since I have been here though. I really sad that you leave London but you have a good life and many wonderful people are waiting for you in Spain. So I let you go then I definitely follow to see you there, I promise.

THANK YOU for everything you have gave me it isn’t just only the object presents, which I have been given a lot. hahaha But also the good times and memorable friendship which I have never imagined to get in London. You like my sister (of course older sister, hahaha) And THANK YOU for taking care of me, not only in physical but also about spiritual. I have already missed you seriously, cos I don’t have any reason to go to Primark anymore that is the most important reason for being sad. Hahaha..

Good luck with everything you have wished. Please remember me as the most beautiful and clever friend you have in London. Hahaha.. Last thing, don’t forget to let me be your graphic designer for your wedding invitation card, OK? :)

See you soon my stupid friend. :D

Pizza time in Bella Italian

Wonderful Greenwich

Nice view behind nice girl :P

You look so young in this picture hahaha..

Beautiful Spanish Girl, Arancha !!

But this is real Stupid Spanish Girl, Arancha hahaha

a nice week @ Hype Park

Sunny day @ Oxford

I like this one :)

No one looked at the rubbish camera hahaha

Taking nice shot illegally, in the big castle @ Oxford

Walking along the little canal while finding some free animal in the zoo @ Primrose Hill, Regent Park

Trying yummy crape in Portobello

Twin smiles @ Mari’s shop

Finding something different but it didn’t’ work :P

Spanish Girl in “Taste of Spain Festival” @ Oxford street

The last picture together @ Victoria station.. so sad

8 comments May 26, 2008

Brighton ฉันกลับมาแว้ววววว

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาส กลับไปเยี่ยมบ้านเก่าบ้านแก่ เนื่องจากเพื่อนสาวอยากไปนอนอาบแดดให้ผิวเผือกเป็นสีแทนๆ (เหมือนเรา) ไม่เข้าใจเล้ยยยย ว่าทำไมมันอยากได้กันนักสีผิวแบบเนี้ย เรารึอยากจะขาวนวลอย่างเค้าก็ทำไม่ได้ แต่อันเนื่องมาจากเพื่อนรักขอมา ก็เลยสนองอย่างสาสมซะเลย ก็เลยได้โอกาสกลับไปสัมผัส บรรยากาศเก่า ที่ชวนเหงาในใจยังไงไม่รู้

นัดเจอกันแต่เช้า (ไม่ตรู่) ที่สถานีรถไฟ victoria ตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้จำเป็นซะดิบดี กระเป๋าใหญ่บึ้มจนปวดไหล่ อาทิเช่น หมวก ผ้าปูนอนชายหาด สารพัดน้ำดื่มเพราะไม่อยากเสียตังค์ซื้อน้ำที่แสนแพงของที่นี่ น้ำเปล่าๆขวดละ 70 บาทอะครับพี่น้อง ขนมคบเขี้ยว ผลไม้พร้อมมีดปอก เนื่องจากฟันไม่ดีกัดไม่ไหว 555 ที่สำคัญที่สุดลืมไม่ได้เลย เนื่องจากรู้ว่าเพื่อนอยากไปอาบแดด แต่เรานั้นกลัวแดดอย่างหนัก เลยเตรียมเครื่องป้องกันเต็มที่ ครีมกันแดดอย่างหนาโบกลงไปบนหน้าจนมองแทบไม่เห็นสีจริง พร้อมทั้งยังพกไปเผื่อโบกทับอีกด้วย เพราะหากกลับบ้านไปแล้วสีผิวยังคงคมเข้มเหมือนก่อนจากมา อาจเป็นสาเหตุให้พ่อแม่พี่น้องชาวไทยเอาไปลือได้ว่าไม่ได้มาไกลถึงอังกฤษ เหมือนตอนไปเรียน มอ.ชอ. หลายคนแคลงใจว่าเรียน มหาลัยสงขลา รึป่าว เนื่องจากสีผิวไม่เห็นเปลี่ยนไปขาวนวลเหมือนสาวเหนือสักนิด บึ๋ยยยย

เมื่อพบกันตามนัดหมายก็ได้เวลาล่าเหยื่อ การเดินทางไปไหนก็ตามด้วยรถไฟของที่นี่ หากเรานั้นมีกันสี่คนเป็นหมู่คณะ เราจะจ่ายถูกกว่าเห็นๆ แต่เรามีกันอยู่เพืยงสองคน จึงต้องหน้าด้านหาเหยื่อมาร่วมแจมในการซื้อตั่วด้วยกัน (กลยุทธ์นี้เรียนรู้มาจากชาวเตอกี้ อิอิ) ไม่ยากที่จะหาเพื่อนร่วมทางในกรณีของวันอากาศดีขนาดนี้ ผู้คนนุ่งสั้น หอบข้าวของพะรุงพะรัง เราก็เหมาไว้ก่อนว่าต้องไป Brighton แน่ๆ แต่เนื่องจาก Victoria เป็นสถานีใหญ่ มีรถไฟไปทั่วทั้งอังกฤษ กว่าเราจะได้เป้าหมายก็ต้องหน้าแตกไปครั้งไม่ถ้วนเหมือนกัน สุดท้ายมาหยุดที่สองสาวชาวญี่ปุ่น หน้าตาเป๋อเหรอ พอเราถามว่า ไป Brighton ใช่มั้ย สองหล่อนทำหน้าตกใจ แล้วถามหน้างงๆว่า รู้ได้งัย เท่านั้นแหละ บิงโก เย้ววววว สุดท้ายเราเลยได้ตั๋วราคาถูกมาครอบครอง 9.50 ปอนด์ หากเดินทางคนเดียวราคาตั๋วสูงถึง 19 ปอนด์ เพื่อนสาวแสนจะภาคภูมิใจในความหน้าด้านของชั้นอย่างสุดซึ้ง

ไม่เคยเห็นรถไฟไป Brighton แน่นขนาดนี้มาก่อนเลย ผู้คนแห่แหนกันไปที่เดียวกันหมดทั้งขบวนหรือนี่ รถไฟจอดที่สถานี Brighton แอบใจสั่นนิดนึง มันคิดถึงอะ…. แต่เนื่องจากเพื่อนสาวมีอาการดีใจจนออกนอกหน้า เดินมุ่งหน้าไปพร้อมกันกับผู้คนอื่นๆซะแล้ว มุ่งหน้าไปสู่ Brighton beach เมื่อไปถึงก็พบว่า ชายหาดที่เคยว่างเปล่า เมื่อตอนมาเดินกันสองคนเดือนธันวา เปลี่ยนไปเป็นคราคร่ำด้วยผู้คนในชุด bikini ทั้งอาบแดด เล่นน้ำ ดวดเบียร์ ซัดเหล้าก็มี เอ้าาาา นี่แหละ ชาวอังกฤษแท้ๆ alcohol คือชีวิต บางคนมาเป็นกลุ่มก้อน บางคนมานั่งเหงาๆคนเดียวกลางแดด (ท่าจะไม่เต็ม) บางคนมาคนเดียวเพื่อมาหาเพื่อนเอาที่นี่ หลากหลายชนชาติ มีให้มองจนตาลาย

เมื่อหาที่เหมาะๆได้แล้ว (ซึ่งที่จริงเป็นเพียงที่เดียวที่ว่างอยู่) จึงหย่อนตูดลงนั่งกลางแดด ให้ตายเหอะ ชีวิตนี้ไม่เคยต้องตรากตรำมานั่งกลางแดดกลางลมอย่างนี้มาก่อน 555 เพื่อนสาวมีความสุขสุดๆ เนื่องจากชีได้รับแสงอาทิตย์เพื่อการเปลี่ยนสี แต่ชั้นซิ ร้อนนนนนนนครับ ร้อนมาก เหมือนจะสุก แม้จะมีลมเย็นพัดมาบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็ยังร้อน เพราะชั้นอุตริใส่ทั้งเสื้อแขนยาว หมวก แว่น แถมห่มด้วยผ้าอีกชั้นนึง เนื่องจากไม่ต้องการแดดเพื่อการใดๆทั้งนั้น กว่าเพื่อนรักจะอิ่มแดดทำเอากูเกือบเป็นลมแดด

เมื่อชีได้สีดังปรารถนาก็ได้เวลาชมเมือง พาเพื่อนเดินชมรอบๆ ไม่ว่าจะเป็น

Brtighon pier เป็นท่าเรือที่ทำเป็นสวนสนุก พร้อมทั้งดู้เกมส์สารพัด ที่นี่เองที่ชั้นต้องสูญเสีย แว่นกันแดดแสนแพง ที่อุตส่าห์หอบมาจาก swiss เพราะมัวแต่ถ่ายรูป กันอย่างเพลิดเพลิน หล่นตกหายตอนไหนไม่ทราบได้ หลังจากนั้นจึงต้องเดินตาหยีพร้อมน้ำตาคลอๆทั้งวัน โฮๆๆๆ

city center (Churchill square) ที่มีร้านรวงมากมายให้ shopping

Royal pavilion ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่เป็นสัญลักษณ์ของ Brighton

Brighton museum ที่รวบรวมเรื่องราวครั้งเก่าแก่ของเมืองเอาไว้อย่างครบถ้วน, โบสถ์เก่าแก่ที่ไม่เคยจำชื่อได้เลย

ตลาดย่านศิลปะ ซึ่งเป็นถนนสายคูลๆ ของคนที่นี่ จะมี performance แล้วก็งานศิลปะ ของเก๋มั่งไม่เก๋มั่ง มาวางขาย แต่ราคานั้นไม่ต้องบอกเลย เพราะแพงยิ่งกว่าลอนดอน

ปิดท้ายด้วยโปรแกรมสุดโปรดของชั้น นั่นคือ มื้อเย็น ที่ร้านเคบับที่อร่อยที่สุดใน Brighton ก็มันคิดถึง Turkish Pizza (เป็นพิซซ่ารุ่นบางกรอบ พร้อมด้วยซอสรสชาดจัดจ้าน ก่อนรับประทานต้องบีบเลมอนลงไป พร้อมด้วยผักดองนิดหน่อยแล้วม้วนแผ่นพิซซ่าเป็นเหมือนโรตี แล้วรับประทานได้) ซึ่งหากินได้ยากที่ลอนดอน แม้รดชาดสู้ที่บ้านเจ้าถิ่นไม่ได้ แต่ก็พอทำให้คลายคิดถึงได้บ้าง กินอิ่มทั้งท้องอิ่มทั้งใจ เพื่อนบอกว่าอร่อยเหมือนที่ชั้นคุยโม้เอาไว้ เพื่อนบอกว่าชอบมากว่าพิซซ่าอิตาเลี่ยนอีก เหอๆๆ อยากให้เพื่อนนิวได้ลองจริงๆ 555 หลังจากนั้นก็บอกลา Brighton เป็นครั้งที่สอง….

หมดไปอีกวัน กับวันอากาศดีๆที่อังกฤษ….เคยมีช่วงเวลาดีๆที่นี่ กลับมาอีกทีก็ยังได้รับความรู้สึกดีๆกลับไป… แล้วยังงี้จะไม่ให้รักได้ยังไง Brighton

strange costume on the beach :P

happy Arancha

Brighton วันนี้ หาที่เดินแทบไม่ได้

Brighton เมื่อวาน ไม่มีใครสักคนบนหาด

รูปต้นเหตุของการหายของแว่น โฮๆ

ฺBrighton pier สวนสนุกกลางทะเล

Royal pavilion สถาปัตยกรรมของเราชาว อาราบิก 555

ภาพรวมของ Royal pavilion

วิธีการแจก leaflet ของชาวการละคร

โบสถ์เก่าๆ กับสาวแก่ๆ 555

Cool Grafiti in Brighton !!

perfect pose :D

ไม่ยอมแพ้กันเลย

coffee shop ในถนนเท่ห์ ๆ

ปิดท้ายด้วยร้านไทยใน Brighton :)

8 comments May 18, 2008

memorable@hotmail.com

650 mails ใน inbox ของ hotmail ซึ่งยังไม่เคยกูกเปิด เพราะเห็นคำขึ้นต้นอาถรรพ์ fwd……ของแต่ละเมล์ พาลให้ไม่ใส่ใจ ซึ่งทั้งหมดยังคงถูกละเลยอยู่อย่างนั้น ชั้นดันกลับไปค้นเช็ตเมล์เก่าๆ ตั้งแต่ครั้งสมัยที่เพ่ิงเล่น internet เป็นใหม่ๆ พบว่ามีความทรงจำมากมายอาศัยกันอยู่ใน inbox hotmail.com เมื่ออ่านอีกครั้งก็ได้อมยิ้มอีกที

: เมล์หาแต๋นแลบ เพื่อนผู้จากไปด้วยมะเร็งร้ายนานมาแล้ว (3/01/03)

ความคิดถึงล่องลอยอยู่ในอากาศ สูดลมหายใจปนความคิดถึงชื่นใจใช่ไหมหละ
อากาศดีๆมีอยู่ไม่น้อยและความรักที่ล่องลอย ใช่ว่าน้อยกว่าโอโซน หายใจลึกๆ
ช้าๆ ให้ความรักเดินทางสู่ปอด แล้วส่วนที่เล็ดลอดจะมุ่งตรงเข้าสู่หัวใจ
อิ่มเอม………..

บอยเลอรี่ จอมปอดแหก

: มันตอบกลับมา อย่างเหนียวเหนอะ

อากาศ ที่นี่มันเค็ม ๆ เหนียว ๆ ความรักที่ปะปนมามันเลย เหนอะหนะ
หายใจเข้าไปก็เหนียว ๆ แต่ก็ชื่นใจ เพราะยังมีลมเลไหว ๆมากับต้นพร้าว
แต่สูเจ้าระวังลมเหม็น ๆ จากลมปากของชายร่างน้อย ที่ปากเปราะพกลมอมควัน
จากท่อรถโฟคนะยะ ( ขอเห่านิดนึง )
ดีใจมากที่ส่งอะไรอย่างนี้มาให้ ไอ้แบบ ไฮเทคน่ะ เปิดไม่เป็น คุณน้องต้องเข้าใจนะ
ว่าอยู่เกาะ มีแต่ลิงกับต้นพร้าว มือถือเนี่ยพึ่งจะใช้เป็น คิดถึงสูเน้อ นึกถึงหน้าดำๆ ที่งามขำ
ของเจ้า กับเสียงเห่าที่กังวาน การงานเป็นอย่างไรบ้าง เรื่องผู้ชายคงไม่ต้องถาม
เพราะตอนนี้หากินเองได้แล้วไม่ได้อด ๆ อยาก ๆ อะไรใช่ม๊ะ ช่วงนี้อากาศร้อน
ระวังอย่าให้หางตก ตาขวาง น้ำลายใหลยืดนะ รักษาสุขภาพด้วย

คิดถึง
ฐานราบ
(นามปากกาจาก texture บนหน้าที่เรียบเนีบนเท่ากันทั้งหน้า แยกไม่ออกไหน ปาก จมูก ตา)

: อันนีี้ของเพื่อนต้อม ไฮโซ

แหมๆๆๆหวานซะ ไปได้มาจากไหนอีกหล่ะส่งมาเนี่ยไม่ดูคนเลยน่ะ
ไม่รู้จักอีกดิบซะแล้ว….เมื่อความรักล่องลอยอยู่ในอากาศมากไป
จงระวังสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ความรักอาจจะชักดิกดิก ได้….

อีสาวไร้รัก…ต้อม

อีกอันของมันที่อยากอวด :

ข้าเจ้าเป็นสาวเจียงไหม่เสียแล้วเน้อเจ้า ถึงโตยสวัสดีเพียบสภาพบ้านก็ยังพออยู่ได้ยังไม่มีงูมาวางไข่ คิดว่าถ้าเจอก็จะทำให้สุกก่อนกินจะได้ไม่ต้องซื้อยาถ่ายมันเปลือง สูคงสบายดีเน้อแหมพูดยังกับจากมานานและ ไม่รู้สภาพตอนนี้ยังไม่ได้ไปเช็คตลาดเลย แต่เท่าที่ทางผ่านแถววัดอุโมงค์ก็พอมีประปรายนี่ขนาดยังไม่ถึงถ้ำมันนะ อุ๊ยถ้าอยูที่แหล่งมึงเอ๊ยนั่งเสียวก่อนทั้งคืน (เสียวเพราะหนาวไม่มีผ้าผวย) คิดว่าถ้าเราอยูนี่ได้แน่ตอนนี้มีหรั่งเริ่มมาลงรกรากปักฐานที่นี่เยอะ ขอเปลี่ยนแผนบ้านลูกหมูเป็นบ้านลูกหมา เพราะหมาเอาได้ไม่เลือกหน้าแหมจะเป็นของตัวอื่นมาแล้วก็สามารถเข้าคิวรอได้ ที่สำคัญคือถ้าไม่พอใจก็งับอย่างเดียว กินง่าย อยู่ง่าย แต่ไว้ใจไม่ได้นั่นแหละคือหมา!

“นางแต๋นมันขอคำปรึกษาปัญหาความรักของมัน มันบอกว่าให้ชั้นกับแกระดมคำปรึกษาให้คำช๊แนะมัน ชั้นก็ให้ไปแล้วต่อไปก็เป็นแก”

“เรามีกันแค่เพียง3ตัวอยู่มาจนคนสงสัยว่าเราทำมัยทนไหวคบกันได้ไงทั้งที่ชอบกันกัด”
“เล็กๆน้อยๆเราไม่เคยอภัยความจริงในใจมันโฉด”
“รักเรามันจึงจำเป็นอย่างนี้เพราะมีกันอยู่3ตัว”

ต้อมสตายลิส

อันนี้ไม่อวดไม่ได้ :

อุ๊ยขอบใจ นะสำหรับคำอวยพรและกำลังใจจากมึง ช่วยกูได้เยอะตอนนี้กูก็เลิกหวังรองานจากอีโอดแล้ว เพราะคิดว่าคงไม่ได้แล้วว่ะ แต่มันมีงานให้กูโว๊ย มันให้กูทำภาพคอลลาจลงบนผ้า พอดีพี่มันจะเปิดโรงแรม(ผี)ที่ระยอง เค้าจะให้มันไปทำตกแต่งอะไรประมาณนี้ มันเลยให้กูทำภาพไว้ติดในห้องต่างๆ60รูป ก็ถือว่ามันช่วยกูนะแหละ กูก็ยินดีรับความช่วยเหลือจากเพื่อนอย่างเต็มใจไป4000บาท แต่เอ๊ะเดี๋ยวก่อน ไม่ใช่แค่นั้น เพราะหักลบกลบหนี้แล้ว กูก็ได้ไป2000บาท พูดง่ายๆคือมันหักหนี้กูไป2000บาท (ส่งสัยขี้เกียจรอกูจะมีปัญญาใช้หนี้ เลยหาวิธิเล่นเกมปลดหนี้)กูก็ทราบซึ้งกับน้ำใจของเพื่อนคนนี้จริงๆ ก็เลยบอกมันไปว่า พี่มันจะรับกูทำงานเป็นผู้จัดการโรงแรมมั้ย เพราะจะให้กูไปเริ่มต้นทำงานเป็นพนักงานเล็กๆ แล้วค่อยไต่เต้านั้นกูว่าเสียเวลา เพราะยังไงกูก็อยากทำงานตำแหน่งใหญ่ ก็เลยขอเป็นผู้จัดการเลยไม่ต้องเสียเวลาทั้งสองฝ่ายแกว่ามั้ย แต่มันก็บอกว่าเดี๋ยวรอก่อนกูว่าถ้าได้กูก็จะลองทำดู ถ้าไม่รุ่งก็ออกมึงว่าไงอยากมาทำมั้ย มึงอยากได้ตำแหน่งอะไรก็บอเสี่ยแกไป ดีนะไม่ต้องเสียเวลา ใอ้เราก็อายุมากแล้ว จะให้มานั่งทดลองงานกูว่าเสียเวลา ไหนๆเราก็มีเป้าหมายแล้ว…..เออแต๋นแลปบอกว่ามันจะกลับมาวันที่27แต่ไม่รู้เดือนไหน เดี๋ยวมันกลับมาก็อาจนัดกันไปเที่ยวที่มันดีมั้ย ถ้าไม่มีงินก็หาโขมยตังส์แม่ก่อนไปก่อน ได้งานแล้วค่อยทะยออยคืน กว่าจะคืนหมดเค้าก็ลืมไปแล้วว่าเรายืมไปเท่าไหร่ มีข้อแม้ว่าเวลาคืนต้องคืนทีละน้อยๆจะได้งงไง…เฮ๊ยถ้ามีงานอะไรเวิคร์ๆที่โน่นก็แนะนำกันมั่ง แล้วแด่สมัครที่ไหนไปแล้วบ้าง สนใจทำธุรกิจ SMEs มั้ยส่วนร้านกาแฟที่เชียงใหม่ก็รออยู่ ไม่รู้พี่แอนได้เงินหรือยัง ชั้นเลยต้องหาอะไรเผื่อๆไว้ก่อน กันพลาด ถ้าลงกรุงเทพคงแวะไปที่แกสักคืน2ืน3คืน4คืน5….. ไม่แน่ว่ะ คิดถึงก็โทรมา อย่าฟุ้งซ่าน เดี๋ยวสมองไม่ว่าง เก็บเอาไว้คิดเรื่องผู้ชาย ที่จะมาติดกับเรายังไงดีกว่า ตอนนี้ออเดอร์เพื่อนไปก็ยังไม่เห็นติดต่อกลับมาเลย เงียบเป็นเป่าหอยว่ะ….คิดถึงพอสังคัง…..ต้องสังข์ทอง

(อ่านแล้วขำอยู่คนเดียวกับความคิดของมัน เป็นขั้นเป็นตอน แต่เป็นตอนที่ชั่วๆอะนะ 555 หาได้อีกมั้ยคนอย่างมัน)

: อันนี้เพื่อนส้ม เก่าสุดก็เห็นจะมีแค่นี้ เพราะชีอยู่ใกล้ คุยกันตามสายอยู่ทุกคืน (2/28/05)

รีบส่งมาเลยนะย่ะ อยากดูมากกก ก…. แล้วก็ส่งรูปที่ไปเที่ยวระยองมาให้ดูด้วยนะ อยากเห็น….ถ้ามี เมื่อวานเสียงดูเครียดๆ จังว่ะ มีอะไรหรือเปล่า หรือว่า คราวที่ไประยอง แกเสียทีอีต๊อบไปซะแล้ว!!! โอ้ว …ไม่น่ะ….เพราะว่าพี่อ๊อดจะเสียใจมากกกกพี่อ๊อดแกเล็งของแกไว้นะ…

: ของป้าเสือก็ยังอยู่ดี อันนี้เก่าที่สุดมั้ยนะ จำไม่ได้อะ (Mon, 21 Jun 2004)

เขียนไปตัดพ้อ :

ฟ้ากำลังหม่นหมอง น้องกำลังขุ่นมัวกับบรรยากาศรอบด้าน ได้ยินเสียงโทรศัพท์แช่มชื่นทันใด คิดว่าวันนี้คงเริ่มแจ่มใสขึ้นบ้าง เปรี้ยง! ฟ้าผ่าพายุกระหน่ำพัดโบก ตัวไหวโยกโคลงเคลงตามเสียงปลายสาย เศร้าหนักกว่าเดิมเป็นล้านเท่า
น่าสงสารใช่มั้ยหละ ถ้ายังได้โปรดเถิดเศร้าจริงๆ นะ แง แง

candy boilery

ป้าตอบกลับมาอย่างนี้ :

น้องป๋อง
จะเศร้าทำไมเล่า..ก็รู้ว่าเขาเป็นเช่นนี้ ..กล่าวคือแหย่เล่นตลอดมา และจะขบกัดตลอดไป ห่วงไปใยมี งานดี ๆ คือสิ่งที่ต้องใส่ใจ
ประสาอะไรกับพี่ๆ ที่เอาสะใจจากแกล้งน้องเล่นไปวันๆ แม้ไม่เห็นขัน..อย่าเพิ่งตักน้ำ เอ๊ย..เอาใหม่ แม้ไม่เห็นจะขัน..ก็จงตามใจพี่ๆ เถิด ของมันเป็นแต่เกิดแก้ไม่ได้ แต่แค่ได้อยู่ใกล้ๆ ก็อุ่นใจไม่ใช่เหรอ ก็เธอ..เป็นน้องพวกเรา ถึงจะเศร้า (เพราะอีพี่สองคนนี้แหละ)ก็ต้องเมล์มาหากันอยู่ดี (แอดเดรสก็ของอีพี่สองคนนี้ตามเคย)

มันมีอีกมากแต่ก็ไม่สามารถเผยเพร่ได้ทั้งหมด บางอันก็ติดเรท (คงรู้ตัวนะว่าใครที่คือเจ้าของเมล์ที่ไม่สามารถเอามาลงได้ 555) มานึกๆดู email เนี่ยมันก็เหมือนคลังของเก่า ไอ้เจ้า inbox คือกล่องใส่ความทรงจำดีๆนี่เอง ลองไปนับดูมีเมล์ที่เป็นข้อความให้รำลึกถึงเรื่องราวในช่วงเวลานั้นอีกมากมาย ลองเช็คของคุณดูนะคะ ว่ามีอะไรเหลืออยู่บ้าง

ปล. เออเพิ่งสังเกตเห็นว่าทั้งหมดล้วนเป็นเรื่อง ผู้ชายยยยยยย ทั้งสิ้น 555 :D

23 comments April 23, 2008

A Gift

A gift from someone far away.
It boots my mind up from loneliness.

Thanks God !!
Thanks You !!
:)

Add comment April 21, 2008

ไปสวิสแล้วติดใจตอนสุดท้าย (แทนคำขอบคุณ)

เป็นภาพความประทับใจที่แอบมองจากข้างหลังบ้าง ข้างหน้าบ้าง ระหว่างทางในช่วงเวลาแห่งความสุขคะ

ขอบคุณอีกครั้งคะ :)

5 comments April 6, 2008

อาลัย..ไอ้เหยิน

คนรักมีน้อยลงทุกวัน
เพื่อนมีไม่เยอะ
แถมนับวันก็ยิ่งน้อยลงไปทุกที

วันก่อนได้รับเมล์ที่ทำเอาสติแตก ไม่เหลือชิ้นดี พระเจ้ายังไม่หยุดทดสอบ มอบภาระกิจสะเทือนใจมาให้อย่างไม่ทันตั้งตัว เตรียมใจ

เพื่อนรัก หนึ่งในหมู่เพื่อนที่รักเรา ซึ่งนับว่ามันยืนอยู่แถวหน้ามาตลอด มาจากไปอย่างไม่บอกไม่กล่าว เค้าบอกว่าหัวใจมันล้มเหลว อยู่ๆก็วายไปอย่างไม่เจ็บไม่ปวด หลับแล้วหลับเลยประมาณนั้น เออ ทำเอาหัวใจคนอยู่ ก็ล้มเหลวไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว

สติแตกไม่รู้ทำอะไรลงไปมั่งมารู้ตัวทีหลัง

1. โทรหาแม่ บอกแม่ทั้งนำ้ตาว่า เปลือยตายแล้ว พาเอาแม่ตกใจไปด้วย เพราะแม่รู้จักมันดี เนื่องจากมันมาประจบสอพลอแม่เราตลอดเวลาที่แม่ไปเยี่ยมที่เชียงใหม่ จนกลายเป็นคนโปรดแบบแปลกๆไปเลย
2. ส่งเมล์หาเพื่อนๆแทบทุกคน ส่งไปให้แม้กระทั่งเพื่อนที่ไม่ได้พูดกันมาเกือบห้าปีหลังจากเรียนจบ ทุกวันนี้ยังไม่รู้สาเหตุว่าเนื่องมาจากอะไร สติแตกกว่าเดิมเมื่อเพื่อนบางคนตอบกลับแบบให้รู้ว่าเกลียด
3. เขียนเมล์หามันทั้งที่มันไม่อยู่แล้วอย่างยาวเหยียด
4. เข้าไปดู hi5 มันตลอดเวลา เพื่อนๆพากันมาอวยพรส่งท้ายกันอย่างมากมาย สเหร่อไปอวยกับเค้าด้วย
5. ปิดประตูร้องให้อยู่ 2 วัน หน้าตาบวมฉึ่ง

ใช้เวลาจมอยู่กับความเศร้า เสียใจ เสียดาย ที่มันจากไปอย่างที่เราไม่ได้บอกลาอะไรกันเลย เสียใจที่มันบอกว่ามีปัญหาแต่ไม่ทันได้ช่วยแก้ไข เพราะมัวแต่วุ่นวายกับเรื่องของตัวเอง มีหลายอย่างที่ไม่ได้บอกมันก่อนหน้านี้ เพราะไม่คิดว่าจะไมไ่ด้บอกตลอดไป มีprojectต้องทำร่วมกันอีกมากมายบอกให้รอเรียนจบก่อน ดันรอไม่ได้ มันบอกอยากกิน chocolate อังกฤษ ก็ยังไมไ่ด้ซื้อไปให้

กลับไปอ่านเมล์เก่าๆ msn เก่าๆ ยิ่งทำให้ได้ทบทวนภาพเก่าๆให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น

“ถ้ามึงเป็นอัมพาตก็ดีนะอีอ้วน มึงจะได้ไม่ไปไหน กูจะดูแลมึงเอง”
“ห่า หมานะเนี่ยมาแช่งกู”
“หรือถ้ามึงตาบอดนะ กูยกตากูให้มึงข้างนึงเลย”
“ถุย เอามาทำไมตาเล็ก เจ๊กเรียกพ่ออย่างนั้น กูเอาตาแพะมาใส่แทนยังเสียลุคน้อยกว่าเลย”
“โห กูนึกว่ามึงจะซึ้ง อีอ้วนเอ้ย”

ชั้นเชื่อตั้งแต่ตอนนั้นว่ามันคงให้จริงๆดวงตามันหนะ แต่ก็ทำกลบเกลือนไปเดี๋ยวมันจะได้ใจว่าเพื่อนซึ้ง

“กูรักมึงหวะ”
“หยาบคายนะมึง ใครเค้าสั่งเค้าสอนให้พูด เก็บปากไว้บังฟันเหอะ”

ไม่รู้กี่ครั้งที่บอกปัดไปอย่างนั้นเพราะไม่รู้จะตอบอะไร รักเหมือนกัน แต่ไม่ใช่อย่างที่มันอยากให้เป็น

“ไม่ค่อยสบายใจหวะ”
“อ้าววว มึงมีปัญหาอะไร”
“เออ เรื่องมันยาว ไว้กูเล่าให้ฟังทีหลัง กูไปทำงานก่อนนะ”
“ห่า นี่มัน ตีสามแล้วมึงยังอยู่คณะอีกเหรอ”
“เออ กูมันเป็นทั้งยามทัง้อาจารย์หวะ”
“เออ ไว้กูโทรไป”
“เออ รักมึงหวะอีอ้วน”
“เอ้า เดี๋ยวตบๆ ไปทำงานเลย ไอ้นี่ท่าจะเมานำ้เคลือบ เดี๋ยวกูโทรไป”

โทรไปหาหลังจากนั้น แต่มันไม่ได้รับสาย นั่นเป็นคืนสุดท้ายที่ได้คุยกัน ก่อนหน้ามันจากไปอาทิตย์นึง ไม่รู้ว่าปัญหาไหนที่มันบีบคั้นหัวใจมันจนวางวาย หลายปัญหาที่คุยกันมาล้วนไม่น่าเอามาเป็นสาเหตุ หรือการที่มันคุยกับเราด้วยอาการขำฮานั้น กลบเกลือนความทุกข์ที่แท้จริงเอาไว้ ถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็ทำแนบเนียนดีเสียจริงๆ

ชีวิตช่างแสนสั้นสำหรับคนดีๆ คนบาปหนักก็ต้องทนแบกรับหน้าที่กันต่อไป เนื่องจากกรรมเวรยังไม่หมดกันสักที อยากรู้ว่ามึงสบายดีมั้ย ก็ไม่รู้จะไปถามใคร เพื่อนๆยังคงเข้าไปถามหาคราวคราวของมึงทาง hi5 ไม่ขาดสาย กูไม่อยากไปเป็นเหมือนคนอื่นๆ อาจไมไ่ด้เข้าไปเป็นหนึ่งใน list เพื่อนรัก hi5 แต่เชื่อมั้ยว่านำ้ตายังไหลทุกครั้งที่เข้าไปดูหน้ามึงในนั้น

ฝันดีนะไอ้เหยิน
กูก็รักมึงหวะเพื่อน

ps. 1. นังนิว มันบอกว่ามึงอาจมาเกิดเป็นลูกกูก็เป็นได้ ไม่รู้กูจะดีใจหรือสยองดีหวะ ฮ่าาา ถ้ามึงจะมาเกิดเป็นลูกกูจริงๆ ช่วบันดาลให้พ่อหน้าตาดีหน่อยนะ เอออย่าลึมไปบอกนิวก่อนด้วยหละ มันรออยู่ ฮ่าาาาาา เอออันนี้จริงละ เกิดมาเจอกันอีกทุกๆชาติเลยนะ
ps 2. รูปมึงกูไปโหลดมา จาก hi5 น้องนาบอกว่าหล่อเชียว กูเลยบอกว่าไม่เห็นฟันมึงงัยเลยดูดี ฮ่าาาา เออ คนจะงาม งามที่ใจใช่ในหน้า กูรู้หรอก
ps 3. กูสัญญาว่าจะอ่านหนังสืออาจารย์ประมวลให้จบเหมือนที่มึงพร่ำบอก จริงๆ

dsc00196.jpg

dsc01791.jpg

img_8577.jpg

เพลงนี้ของมึง ขอบใจที่ให้ CD coldplay ทุกชุด กูชอบเหมือนกัน

10 comments February 6, 2008

Previous Posts


กำหนดลมหายใจ

หัวใจเต้น

วันคืนเดือนปี

November 2009
M T W T F S S
« Feb    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

ปักหลักหายใจ

ชนิดลมหายใจ

เพิ่งพ่นออกไป

ออกซิเจนใหม่

thelailama on First proper snowfall in my…
walkonthesideway on First proper snowfall in my…
thelailama on ..เปลี่ยน..
thelailama on Creative night lives
thelailama on ..และแล้วราหูก็คายจันทร์…
thelailama on First proper snowfall in my…
ป้าไก่ 9ชีวิต on First proper snowfall in my…
she the tiger on First proper snowfall in my…
ป้าไก่ 9ชีวิต on First proper snowfall in my…
thecolourbar on First proper snowfall in my…

Blogroll

Meta