Posts filed under 'ใจหายขณะหายใจ'

หายนะหมายเลข 6

ชีวิตมหาวิทยาลัยใกล้แค่เอื้อม แต่เหมือนบางครั้งแขนเราก็ยาวไม่พอห่างไป 6 มิล เท่านั้น

เนื่องจากผลสอบภาษาอังกฤษครั้งสุดท้ายที่ต้องเอาไปโชว์คณะกรรมการที่โรงเรียนนั้น ต้องเป็น เลขนี้ 691 เพื่อแสดงว่าเราพร้อมที่จะเรียนในระดับปริญญาโทของเค้า แต่เลขที่เราได้ 685 ใจไม่ดีแล้วแต่ก็ยังแอบหวังว่าแหม ขาดไป 6 แต้มคงไม่เป็นไร อาจารย์คงเห็นใจ แต่เรื่องไม่ง่ายยังงั้น…ที่นี่อังกฤษ ไม่ใช่ บ้านเรา ไม่มีประนีประนอม ไม่มีปัดขึ้น ไม่มีอการอนุญาต ไม่มีโอกาสให้สำรอง สำหรับคนไม่พร้อมอย่างเรา

เหมือนคนอกหัก …. เหมือนคนสิ้นหวัง …… เหมือนโลกถล่ม

ถามตัวเองว่า ทำไมมันโง่อย่างนี้นะเรา
ถามตัวเองว่า ทำไมมันต้องแค่ 6 ด้วย เพราะมันแค่ข้อเดียวเท่านั้นถ้าเทียบคะแนนกับข้อสอบแล้ว
ถามตัวเอง ว่าแล้วจะบอกทางบ้านยังไง พ่อจะเสียใจแค่ไหน ผิดหวังกับลูกโง่คนนี้รึป่าววว

กลับบ้าน อยากกลับบ้าน…..หันซ้ายไม่มีใคร หันขวาก็ไม่มีใคร ชั้นมาทำอะไรคนเดียวที่นี่ อยากร้องให้ซบไหล่พี่สาวคนเดิมก็ทำไม่ได้ มันไกลเหลือเกิน

โทรหาพี่สาวคนนั้นใจยามที่หัวใจเหี่ยวอีกแล้ว พี่เสือกระดาษฯ เปลี่ยนเป็นเสือผ้าเช็ดหน้า ซะยังงั้น ทั้งปลอบใจ ให้กำลังใจ ให้คิด ให้ทางเลือก ก็ดีขึ้นมานิดนึงแต่โลกก็ยังคงถล่มบนหลังชั้นอยู่ดี

เพื่อน เพื่อนคนเดียวที่มีที่นี่ เพื่อนทีี่คุยได้ทุกเรื่อง เพื่อนนิวมาหาหลังจากได้ยินเสียงพูดไม่ได้ศัพท์ของชั้น เพื่อนลากร่างไร้วิญญาณของชั้นไปจัดการเรื่องที่โรงเรียน เพื่อนบอกจะไปเป็นเพื่อนพรุ่งนี้เพื่อจัดการเรื่องต่างๆ อีกด้วย กลับบัานมาหลังจากเพื่อนจากไป ทำไมโลกมันยังถล่มอยู่นะ

เพื่อนแสนไกลอีกคน เศร้าและห่วงใยอย่างรู้สึกได้ เพื่อนโกรธตัวเองที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย เพราะอยู่ไกลเหลือเกิน

พี่สาวอีกคนโทรหาจากสวิส ความแรงมันแทงใจ พี่สาวเสนอทางออกที่ฟังแล้วคิดได้ข้อคิดหลายอย่าง

นำ้ตาไหลไม่ขาดสายที่ร้านเน็ท เนื่องจากเพื่อนๆพี่ๆที่ห่วงใย ส่งกำลังใจมาให้ไม่ขาดสายเช่นกัน กลับมานอนหลับทั้งนำ้ตาอีกคืน สภาพศพดูไม่ได้ ตาบวมแต่ใจเหี่ยว

แต่ไม่รู้เพราะอะไรเช้าวันนี้ใสกว่าเมื่อวานมาก เนื่องจากพี่สาวสวิสโทรมาให้กำลังใจกันอีกรอบแต่เช้า

“ชึวิตเดียว ทำอะไรก็รีบทำ แกมีโอกาสมากกว่าชาวบ้าน ประสบการณ์ที่หาไม่ได้เลยถ้าจิดใจอ่อนแอ” จริงแฮะ คิดได้แล้ว ไม่รู้ว่าคิดได้เร็วไปรึป่าว อาจเนื่องจากอายุและประสบการณ์ทำให้ลดทอนช่วงเวลาเศร้าให้สั้นลงได้ ถ้าเป็นตอนเด็กๆ คงร้อง งองแง อยู่หลายวัน แต่วันนี้โตแล้ว ต้องมองไปข้างหน้า

“ไม่ต้องถามหาคำตอบที่หาไม่เจอ เดินหน้าเท่านั้นน้อง” พี่เสือว่าไว้เช่นนั้น

น้องสาวยังบอกว่า “ไม่เป็นไรแก ไม่ต้องเครียดนะ เป็นห่วงและคิดถึง”

เห็นมั้ยว่าคนหนุนหลังมีไม่น้อย โลกถล่มบนหลังชั้นที่ไหน ทีหนักหนะ กำลังใจต่างหาก

คนรักชั้นมีไม่เยอะหรอก แต่แน่นด้วยคุณภาพทั้งนั้น
ขอบคุณทุกคน ทุกกำลังใจ จะใช้ชึวิตนี้ไห้คุ้มค่าที่สุด ขอบคุณ….

15 comments January 19, 2008

Have you ever ??

How many time I have been given the feeling like this.. I’m not able to count it..

Have you ever felt like you’ve just reached the peak of the highest mountain after u took long time climbing. Meanwhile you’ve been standing and appreciating your achievement looking at the beautiful world from the top…….. Suddenly, there is something or someone pushes u behind. You fall to the ground immediately. It’s so much hurt but not as much as your shock. You’ve felt empty while u r looking up to the top of the mountain again. Time to start again and again..and every time you have to start from nothing. How bad that you have hardly any time to feel complete before it’s going to be empty again..

It’s happened to me again….
so now I’m completely empty…as ever :(

6 comments October 9, 2007

ความเศร้าในวันเก่า โถมันช่างโง่เง่าสิ้นดี..(๒)

พร่าเลือนที่ดวงตา ไม่ใช่ว่าฟ้าหรอกที่มัวหมอง มีเพียงสมองต่างหากที่ไร้การตอบสนองต่อสิ่งใด แสงวูบวาบสีขาวราวกับดวงดาวระยิบยาวเป็นทางกับตัวฉันที่เคลื่อนที่ได้เองโดยไร้แรงขับเคลื่อนจากร่างกาย แสงวูบวับดับแล้วติดตลอดการเดินทาง ในที่สุดฉันก็เดินทางมาถึงที่นี่จนได้ ปลายทางที่ฉันเฝ้าใฝ่ฝันหา ที่ที่ฉันจะสงบอย่างเดียวดาย แสงวาบใหญ่สาดส่องเข้ามาที่ฉันเหมือนเป็นการต้อนรับจากดินแดนที่แสนอบอุ่นแห่งนี้ ผู้คนมากมายในชุดขาวดูเร่งรีบร้อนเข้ามากล่าวทักทายฉัน แต่ฉันยังไม่พร้อม…. แสงสีขาวยังคงส่องมาทำให้ดวงตาที่พร่าเลือนยิ่งเสื่อมการรับรู้ มีใครบางคนยิบยื่นบางสิ่งมาให้ แม้แขนที่ไร้เรี่ยวแรงจนเกือบไม่สามารถยืดยื่นเพื่อรับสิ่งใดได้ กำลังสุดท้ายที่มีพลักดันให้มันยื่นไป ไม่มีสิ่งใดใส่กลับเข้ามาที่มือนั่น สิ่งนั้นเลยผ่านมือแต่กลับยิ่งใกล้เข้ามาที่ดวงตา ฉันเห็นมันชัดขึ้นผ่านปลายจมูกไปสู่ที่ปลายท่อ สายใสสอดใส่เข้ามาทางช่องหายใจ ผ่านช่องคอ ลงไปยังกะเพาะ น้ำรินไหลตามท่อใสเข้าไปยังร่างกาย แล้วดันสิ่งชั่วร้ายไร้สำนึกข้างในกลับออกสู่โลกภายนอก ฉันยังไม่ตายนั่นเป็นสำนึกสุดท้ายจากสมองใกล้ตาย…. หลังจากนั้นก็มีแต่จมอยู่กับอาเจียน..วู้ววววเกือบเอาชีวิตไม่รอด   :(

Add comment June 8, 2007

ความเศร้าในวันเก่า โถมันช่างโง่เง่าสิ้นดี..(๑)

มันเป็นวันที่ฝนไม่ตก ไม่มีสิ่งใดบนโลกเศร้าหมอง ทุกชีวิตยังคงดำเนินไปอย่างปกติสุข มีแต่ฉันที่โดนความทุกข์บุกเข้าจู่โจมอย่างบุ่มบ่าม มันร้ายกาจ รุนแรง และโหดร้าย วันนั้นฉันเดินอย่างเดียวดายผ่านผู้คนมากมาย ไม่มีใครมีความหมายและฉันเองก็ไร้ความหมายกับโลกเช่นกัน ในเมื่อไม่เหลือสิ่งใดในโลกให้รักได้ แล้วจะอยู่ไปทำไมให้หนักโลก ก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ก้าวต่อก้าวอย่างเลื่อนลอย จุดหมายไม่เห็นปลายทางมืดมน สมองสับสนจนเกินแก้ไข สิ่งเดียวที่คิดได้ในตอนนั้นคือการอำลาจากทุกสิ่งที่พานพบ อำลาลมหายใจอ่อนรวยรินกับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนี้ สิ่งสุดท้ายที่ยังอยากเห็นคือเธอ ฉันอยากเห็นหน้าเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะไม่มีวันได้พานพบเห็นกันอีกเลย แม้ในความเลื่อนลอยเราก็ยังพบว่าแท้จริงแล้วทุกดวงใจย่อมมีสิ่งวาดหวัง และแม้มองไม่เห็นปลายทางอย่างน้อยที่ปลายหัวใจยังแอบมีจุดหมายปลายทางโดยที่ไม่รู้ตัว สิ่งลึกลับในใจนั่นเองพาให้สองเท้าก้าวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูไม้สีขาวบานนี้ บางครั้งสมองก็สั่งงานอะไรครึ่งๆกลางๆ พอพามาถึงจุดหมาย จู่ๆก็เลิกราหยุดสั่งทุกอย่างปล่อยตังเองว่างเปล่า ทอดทิ้งร่างกายอย่างไม่แยแส เมื่อสมองขาดความรับผิดชอบต่อร่างกายอย่างนี้สิ่งที่คาดหมายว่าจะทำได้อย่างดีก็มักมาถึงจุดจบที่ไม่สวยงามอย่างวาดไว้ ขาฉันอ่อนแรงจนแบกรับร่างกายไม่ได้หัวใจที่อ่อนล้าก็แบกรับน้ำตาที่กลั้นไว้ไม่ไหว มันรินไหลพร้อมกับร่างไร้แรง ทรุดชบเข่าเศร้าสะอื้นอยู่อย่างนั้น เหลือบมองประตูห้องที่ยังล็อคลงกลอนแน่นหนา เหมือนหัวใจเจ้าของห้องที่ปิดตายสำหรับฉัน ท้ายสุดฉันก็ได้แต่เพียงสอดสมุดบันทึกสีขาวไว้ทื่ใต้ประตูไม้บานนั้น บันทึกสีขาวที่เก็บเรื่องราวระหว่างเราเอาไว้อย่างครบถ้วน ฉันนำมันมาเพื่อให้เธอย้อนระลึกถึงฉันบ้าง ในวันที่ฉันไม่เหลือตัวตนไว้รอรับสัมผัสจากเธอได้อีก ความจริงก็ต้องการแค่ร่ำลา แต่เหมือนกับว่าแม้แค่คำอำลายังไม่มีทางได้รับจากเธอ ประตูยังคงล๊อคลงกลอน เธอก็ยังคงขังบางอย่างเอาไว้ ฉันแค่อยากจะตายอยู่ในนั้น ยังไม่ได้เลย  :(

3 comments June 8, 2007

ในวันที่ฉันป่วย :(

เจ็ดวันเต็มกับการทนทรมานด้วยร่างกายที่อ่อนแอ แต่ก็เป็นเจ็ดวันมหัศจรรย์ที่ช่วยให้ฉันได้คิดอะไรตั้งมากมายหลายอย่าง ไม่รู้จะขอบคุณเจ้าไวรัสตัวนี้หรือจะโกรธเกลียดมันดี ร่างกายอ่อนแอเหลือกำลังหลังจากที่แข็งแรงอดทนมาเนิ่นนานปานเหล็กไหลเชียวแหละ จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ป่วยเนี่ยคือตั้งแต่เรียนที่ มอชอ ประมาณปี สี่ ครั้งนั้นเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก็เป็นมากความร้อนพุ่งปรี๊ดจนนึกว่าตัวจะลุกเป็นไฟซะให้ได้ แต่ก็รอดเพราะเพื่อนแท้เชียว ได้เพื่อนคอยช่วยเหลือเยียวยากัน ร่างที่ร้อนกลับลดลงด้วยความอบอุ่นจากเพื่อนมาแทนที่คะ นับจากวันนั้นจนวันนี้ก็ประมาณสี่ปีกว่าจะห้าปีแล้วมั้ง แข็งแรงมั้ยหละไม่เจ็บป่วยเลยร่างกาย ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา แต่ก็เอาหัวใจไปป่วยแทนซะงั้น ครั้งนี้ผิดกันร่างกายสวนทางกับหัวใจอย่างสิ้นเชิง ป่วยใจมานานหลายปีดีดัก เห็นจะหายก็เพราะป่วยกายคราวนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในหัวสมองยามที่หนักอึ้งเพราะพิษไข้เนี่ยมันสงบดีจังนะคะท่านผู้อ่าน

หลายคนที่คุ้นเคยถึงกับช๊อคกับอาการประหลาดหลังฟื้นไข้ ผู้เชียวชาญเกี่ยวกับตัวข้าพเจ้าหลายคนตังสมมุติฐานว่าไวรัสอาจพุ่งเข้าทำลายสมองมันก็เป็นได้ อืม..น่าคิดหรือนั่นจะจริง อาการร่ำร้องทรมานมาเนิ่นนานกับศรัทธาของความรักที่ตัวเองไขว่คว้า จนหลายท่านขยาดไม่อยากจะเอ่ยถามถึงเรื่องเหล่านี้กับข้าพเจ้าเพราะอาการเศร้าจะเข้ารุกรานรุนแรงอย่างไม่น่าให้อภัย ทำเอางานกร่อยไปหลายรอบเชียวแหละ คนอะไรมันจะอ่อนไหวได้โอเว่อร์เท่านี้ไม่มีอีกแล้ว แต่วันนี้เปลี่ยนไปแล้วหลายข้อสรุปเกี่ยวกับศรัทธาที่เชื่อถือและรอคอยต้องกลับมานึกทบทวนหาข้อเท็จจริงกันใหม่  เช้าวันศุกร์ที่ทุกข์ทนเพราะอาการมึนๆงงๆ อยากจะหลับต่ออีกสักหน่อยเพราะรู้สึกว่าถ้าได้นอนอีกซักนิดน่าจะดีขึ้นแต่ก็ไม่ได้เพราะวันนี้มีงานสำคัญมาก..มาก อาร์ตเวิร์คของเรา พิษ Hutch เข้าทำลายความคิดนั้นอย่างเย็นชา ขับรถไปทำงานด้วยอาการเบลอๆเผลอๆไฟแดงก็แอบร้องไห้น้อยใจกับความไม่เป็นธรรมของธรรมชาติ ทำไมต้องมาป่วยด้วยนะ ถึงออฟฟิศก็รีบเร่งทำสิ่งที่ต้องทำอย่างไร้สติเล็กน้อย งานออกมาไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่แต่ก็ดีกว่าปล่อยหน้าที่ให้ตกเป็นธุระของคนอื่น ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนได้ไม่นานร่างกายก็ทานไม่ไหวพอตอนบ่ายต้องแอบไปสลบซบอุณหภูมิร้อนระอุอยู่ในรถคนเดียว ใช้ได้แฮะเหงื่อแตกซะยิ่งกว่าอาบน้ำซะอีก พอค่อยยังชั่วก็รุดขึ้นไปเพื่อโชว์สปิริตให้ชาวโลกได้ประจักษ์ซะหน่อย ยังไม่ทันเห็นสภาพตัวเองหรอกแต่จากสายตาหลายคู่ที่มองมาทำให้รุ้สึกว่าคงเยินไม่น้อยเชียว วันนั้น Hutch ทำเอาเกือบห้าทุ่มไข้กระเจิงเลย ตอนเสร็จงานเนี่ยแหมมันแข็งแรงขึ้นมาทันที ทำซ่าชวนนิวไปกินลาบทอดต่ออีกนะ ไม่ได้เจียมเล้ย..ย ผลจากคืนนั้นส่งผลให้เช้าวันเสาร์หนักอึ้งถึงกับนิ่งไปเลย.. 

 เรื่องราวต่างๆของช่วงวันหยุดสุดหฤหรรษ์นั้นเรียนตามตรงว่าเลือนลางเหลือเกินอันเนื่องมาจากสมองหยุดทำงานตามร่างกายไปด้วยนั่นเอง แต่ยังไม่วายต้องพาร่างกายสะบักสะบอมไปพบแพทย์อย่างลำพัง ลำพังจริงๆ ขับรถไปเองคนเดียวแบบหวาดเสียวเล็กน้อยเพราะคอยจะเบลออยู่เสมอถ้ามีโอกาส แต่ก็ถึงโรงพยาบาลด้วยลำแข้งของตัวเองไม่ต้องพึ่งเฮียปอหรือเฮียไหนทั้งนั้น ในใจคิดมาตลอดทางเลยว่ายังไงวันนี้ก็ต้องโดนซักเข็มเพื่อความสะใจ ร้ายนักใช่มั้ยเจ้าไวรัส แต่ก็ต้องเสียหน้าอย่างแรงเพราะคุณหมอไม่ยอมลงเข็มให้ อาการยังหนักไม่พอเอายาไปกินเล่นก่อนแล้วกัน ห๋าาาาา..ต้องคลานมามั้งเนี่ย คิดในใจคะ ความจริงคือรับยาจ่ายตังค์แล้วกลับบ้านนิ่มๆตามเคยคะ    

เช้าวันจันทร์ home office เพราะโทรศัพท์ดังอย่างไม่ขาดสายเพราะการหยุดงานทำให้เคราะห์กรรมต้องตกอยู่กับผู้อื่น ซึ่งเคราะห์กรรมก็เวียนมาบรรจบพบกับตัวเองในลำดับสุดท้ายของวงจรอยู่ดี ตอบคำถามประมาณสายๆ บ่ายๆเป็นสายความห่วงใยมีเพื่อนสนิทมิตรสหายโทรมาถามสารทุกข์สุขไม่ต้องเลยเพราะตอนนี้ทุกข์เพียวๆจ้า หลายสายพอได้ยินเสียงถึงกับตกใจอาการมันคงใกล้หลุมแล้วมั้งเนี่ย เพราะเสียงใสๆกลายเป็นเสียงควายเจ็บคออย่างไม่น่าเชื่อ ถึงกับรีบวางและเร่งให้พักผ่อนซะก่อน แอบพอใจกับเสียงเล็กน้อยที่ช่วยให้ทุกคนได้รู้ว่าฉันเนี่ยอาการหนักนะยะไม่ได้มารยา แต่ผ่านวันนั้นมาก็ชักเริ่มไม่ค่อยพอใจซะแล้วเมื่อมันหนักขึ้นเรื่อยๆ จนมีอาการไอตามมาเป็นระยะๆ นำมาซึ่งความทุกข์ทรมานอย่างที่สุด ไอจนกล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งอย่างคนเพาะกายยังต้องอิจฉา อาการหูอื้อตามมาติดๆ และไม่มีวี่แววว่าจะหยุดได้เลย ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงวันที่คอแหกแตกเป็นหนอง ดีที่แค่เริ่มต้นก็ค้นพบกันซะก่อน คุณหมอดุอย่างกับคุณหมา ปรามว่าอย่าได้ริกินน้ำเย็นเด็ดขาด เชอะเมื่อก่อนตอนยังเยาว์ไม่เห็นต้องใส่ใจป่วยแค่ไหนถ้าอยากกินต้องได้กินตามใจ แต่ยามเนี่ยสังขารไม่ไหวแล้ว เลยยอมเชื่อหมออย่างสงบเงียบ  ปรกติแหกปากแหกคอแค่ไหนก็ไม่มีวันซะหละ ทีวันนี้ดันมาทำเปราะบาง กะอีแค่ไอโขกๆแค่พอแก้วหูร้าวทำเป็นมาแตก..เจ้าลำคอ  

นอนซมอยู่นานกว่าอาทิตย์ ฟ้าลิขิตให้ได้พักผ่อน หรือเป็นการลงโทษที่ไม่รักตัวเองตั้งแต่แรกก็ไม่แน่ใจได้ แต่ผลกระทบที่น่าประทับใจ คือเพื่อนๆ ที่ห่วงใย กับห่วงยางที่หายไปนั่นเอง น้ำหนักลดลงเหมือนเข้าคอร์ส แต่ถามว่าให้เอาอีกมั้ย ก็ขอบอกว่าไม่ไหว ขอบาย ขออยู่บายๆ ดีกว่า  :)

2 comments June 7, 2007

ภาพเก่าๆ ในวันเหงาๆที่ อัมพวา..

หิ่งห้อยนับร้อยนับพันส่องแสงระยิบระยับกัน สว่างไสวไปทั้งต้นลำพู…..เนื้อร้อง และ ทำนองแห่งเพลงหิ่งห้อยที่แสนคุ้นเคยก้องกังวาลชัดเจนภายในใจขณะที่ภาพที่ปรากฏก็เฉิดฉายอย่างที่ไม่เคยมีครั้งไหนจะแจ่มชัดไปกว่าครั้งนี้มาก่อน เรือล่องลำตามลำน้ำอัมพวาในยามที่ฟ้ามืดโพล้เพล้ ตามทางน้ำที่ไร้แสงประดิษฐิ์ใดๆ มีเพียงแสงจากดวงจันทร์แจ่มจ้า นำทางให้เรือน้อยลอยล่องตามหาแสงแห่งสิ่งมีชีวิต ที่ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งพบว่าธรรมชาคินี่ช่างน่าอัศจรรย์ใจนัก..เหตุใดจึงกำหนดให้แมลงตัวน้อยเหล่านี้ ส่องแสงได้..คงไม่มีวันที่มันจะพบกับความมืดมนแห่งชีวิต แม้ในวันที่โลกมึดมิดเป็นแน่ แล้วเหตุใด ไม่กำหนดให้หัวใจมีแสงส่องนำทางให้ตัวมันเองบ้าง แม้เพียงแค่ครั้งคราวในวันที่โลกทั้งโลกพร้อมใจกันดับมืด ก็ยังดี..ลำพูริมน้ำในยามนี้ช่างไม่แตกต่างอะไรกับท้องฟ้ายามมีประชุมแห่งหมู่ดาว วิบวับแวววาว ต้นแล้วต้นเล่า ตลอดเส้นทางการเยี่ยมเยือนของมนุษย์ผู้มืดมน.. ฉันกลับมาเยือนมันอีกครั้ง อัมพวา ความเรียบง่ายที่ยังสัมผัสได้แม้ในวันที่หัวใจว้าวุ่น ภาพความคุ้นเคยต่างๆเริ่มทักทายของความทรงจำอย่างเป็นมิตร.. อย่ากลับไปในที่เดิมๆ อย่าให้ภาพแห่งความทรงจำย้อนฉายซ้ำลงไปตรงร่องรอยเดิม..หลายคนยืนยันเช่นนั้น แต่ฉันเลือกจะเดินย้อนกลับมาเพื่อย้ำให้มั่นใจว่าหัวใจในวันนี้อยู่ดีแล้ว..มันคงไม่เศร้าหมองนักหรอก หากเรากลับมารำลึกถึงเรื่องเก่าที่เคยเปี่ยมไปด้วยความสวยงาม..ก็ใช่ว่าจะไม่มีคุณค่า..ใช่ว่าไม่มีความหมาย..แล้วทำไมต้องเลือกพยายามที่จะลืม ไม่ได้มีแต่เรื่องต้องเสียใจ หากแต่เราแค่เสียดายที่ภาพเหล่านั้นมันกลายเป็นเพียงแค่อดีตกาล ไม่ใช่เรื่องที่จะเล่าขานกับผู้ร่วมเหตุการณ์คนเดิมได้อีกต่อไป ซิ่งมันก็ไม่เห็นจะผิดตรงไหนถ้าต่อจากนี้ไปจะเล่าซ้ำๆในใจเพียงลำพังในวันที่เหงาแต่ไม่เศร้าอย่างวันนี้ขอบใจนะ อัมพวา ที่ทำให้รู้ว่าหัวใจยังเต้นได้อยู่  :)

Add comment June 6, 2007


กำหนดลมหายใจ

หัวใจเต้น

วันคืนเดือนปี

November 2009
M T W T F S S
« Feb    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

ปักหลักหายใจ

ชนิดลมหายใจ

เพิ่งพ่นออกไป

ออกซิเจนใหม่

thelailama on First proper snowfall in my…
walkonthesideway on First proper snowfall in my…
thelailama on ..เปลี่ยน..
thelailama on Creative night lives
thelailama on ..และแล้วราหูก็คายจันทร์…
thelailama on First proper snowfall in my…
ป้าไก่ 9ชีวิต on First proper snowfall in my…
she the tiger on First proper snowfall in my…
ป้าไก่ 9ชีวิต on First proper snowfall in my…
thecolourbar on First proper snowfall in my…

Blogroll

Meta